ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์

บทความ-บุคคลต่างแดน

ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ ผู้หญิงผมบลอนด์คนนี้คือภรรยาม่ายของอดีตผู้นำอาณาจักรคอมพิวเตอร์และมือถือสุดชิค ที่นิตยสารฟอร์บส์ยกให้เป็นผู้หญิงร่ำรวยลำดับที่ ๑๓ ของโลกและร่ำรวยที่สุดในซิลิคอนแวเลย์ ผู้มีจิตศรัทธายึดมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคต

ลอรีนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Pennsylvania และ Wharton School of the University of Pennsylvania ในปี ๑๙๘๕ ก่อนเข้าศึกษาระดับปริญญาโทใน School of Business ที่ Standford ระหว่างเป็นนักศึกษาอยู่ที่สแตนฟอร์ดนี้เองที่เธอได้รู้จักกันกับ สตีฟ จ๊อบส์ สตีฟ จ๊อบส์ ไม่เคยเป็นนักศึกษาสแตนฟอร์ดก็จริง แต่เขาได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษในมหาวิทยาลัยแห่งนั้นและลอรีนมาเข้าชั้นเรียนสายมากจนไม่เหลือที่นั่งสำหรับนักศึกษา เจ้าหน้าที่จึงบอกให้เธอไปนั่งบนเก้าอี้ที่สำรองไว้สำหรับผู้บรรยาย

หลังจบการบรรยายทั้งสองแลกเบอร์โทรศัพท์กัน แต่พอสตีฟขึ้นนั่งบนรถ เสียบกุญแจเตรียมสตาร์ทเครื่องยนต์ เขาถามตัวเองว่าหากวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต เขาจะเลือกใช้เวลาอยู่กับการประชุมธุรกิจหรือจะเลือกอยู่กับหญิงสาวผมบลอนด์คนนี้ จากนั้นก็วิ่งตัดลานจอดรถ ปรี่เข้าไปเชิญลอรีนกินอาหารค่ำกับเขาทันที และหลังจากคบหาดูใจกันอยู่ปีเศษ สตีฟกับลอรีนก็แต่งงานกันในปี ๑๙๙๑ ที่โรงแรมอาวาห์นี ในวนอุทธยานแห่งชาติโยเซมิตี โดยมีพระศาสนาพุทธนิกายเซนเป็นผู้ทำพิธี

ก่อนแต่งงาน ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ เคยทำงานในบริษัทการเงินเมอร์ริล ลินช์และโกลด์แมนแซคส์อยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากแต่งงานแล้วเธอพุ่งความสนใจไปที่การทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยเน้นเรื่องการศึกษา เรื่องสิทธิสตรี และงานศิลปะ

ลอรีนกับ คาร์ลอส วัตสัน (นักหนังสือพิมพ์ นักธุรกิจ และพิธีกรโทรทัศน์ผิวสีในอเมริกา) ริเริ่มโครงการ College Track ขึ้นมาในเมืองพาโลอัลโตเมื่อปี ๑๙๙๗ College Track คือโครงการให้ความรู้เสริมนอกห้องเรียนแก่นักเรียนระดับมัธยมปลาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยสำหรับเด็กยากจนที่ขวนขวายและมีข้อจำกัดทางสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากสภาพของสังคมทั่วไป มีเด็กที่เรียนจนจบมัธยมปลายค่อนข้างน้อย และเด็กที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจำนวนมากก็มักจะลาออกไปก่อนสำเร็จการศึกษา โครงการ College Track จึงให้บริการติววิชาต่างๆ แก่เด็กนักเรียนที่สนใจ ตลอดจนให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยด้วย

ก่อนริเริ่มโครงการ College Track ลอรีนได้ร่วมก่อตั้งบริษัท Terravera ผู้จัดส่งผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิคให้กับร้านค้าปลีกมากกว่าสามร้อยแห่งทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียตอนเหนือทุกวัน

นอกจากนั้นเธอยังนั่งเป็นกรรมการของ Achieva บริษัทได้รับรางวัลซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ความสามารถในการสอบของเด็ก

อีกหนึ่งธุรกิจที่ลอรีนริเริ่มโดยไม่หวังผลกำไรคือ NewSchools Venture Fund ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้รู้จักใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในการศึกษาและสร้างอนาคต

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้แต่งตั้ง ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ The White House Council for Community Solutions เมื่อเดือนธันวาคมปี ๒๐๑๐ มีหน้าที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการให้ความช่วยเหลือชุมชนต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาที่มีปัญหาด้านการศึกษาและการสร้างงาน และได้เป็นแขกผู้มีเกียรติที่มิเชล โอบามา สตรีหมายเลข ๑ ของสหรัฐอเมริกาเชิญไปร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของผู้นำประเทศอีกด้วย

และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการดูแลทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเป็นเวลา ๕ ปี อีกหนึ่งตำแหน่ง

ปัจจุบัน ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ มีตำแหน่งเป็นกรรมการองค์กรการกุศลและองค์กรประจำชุมชนอื่นๆ อีกหลายแห่ง เช่น Teach for America (องค์กรที่มุ่งขจัดโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันด้านการศึกษา โดยรับนักศึกษาเพิ่งจบใหม่เข้ามาเป็นผู้ให้ความรู้ตามชุมชนด้อยโอกาส) The Global Fund for Women (องค์กรเพื่อสิทธิสตรีใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา และภาวะผู้นำของผู้หญิง) สถานีโทรทัศน์ KQED (PBS - โทรทัศน์เพื่อการศึกษา) เป็นต้น

แม้จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ จากธุรกิจใหญ่ยักษ์อย่าง "แอปเปิ้ล" และหุ้นในบริษัทวอลท์ดิสนี่ย์ที่สามีทิ้งไว้ให้ ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ ก็ไม่ได้นั่งๆ นอนๆ เสวยสุขอยู่บนกองทรัพย์สมบัติอย่างเดียว เธอมองว่าเงินก็คือเครื่องมือที่ทำให้คนเราสามารถเลี้ยงตัวได้ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต เธอคิดว่าเมื่อเลี้ยงตัวได้และยังมีเงินเหลือ ก็เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งดีๆตอบแทนสังคม และทำให้โลกนี้เป็นที่ที่น่าอยู่ขึ้นสำหรับเพื่อนมนุษย์อื่นๆด้วย

ลอรีน พาวเวลล์ จ๊อบส์ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ที่บ้านในเมืองพาโลอัลโต เธอมีลูกสามคน คือ รี้ด พอล (อายุ ๒๑ ปี - เกิดปี ๑๙๙๑) เอริน เซียนนา (อายุ ๑๗ ปี - เกิดปี ๑๙๙๕) และอีฟ (อายุ ๑๔ ปี - เกิดปี ๑๙๙๘)