สะเต๊ะเนื้อแห่งนครปุตราจายา

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

ยางพารา เป็นสินค้าออกที่สำคัญและมีชื่อเสียงของมาเลเซีย นับตั้งแต่ชาวอังกฤษนำต้นยางต้นแรกไปปลูก ในปี 1876 ในขณะที่พระยารัษฏานุประดิษฐ์ หรือท่านคอซิมบี้ ณ ระนองนำต้นยางต้นแรกมาจากมาเลเซียมาปลูกที่จังหวัดตรังของไทย

วิถีไทยทางใต้กับประเทศมาเลเซีย จึงมียางพาราเป็นหัวใจสำคัญเชื่อมโยงให้เป็นประเทศกลุ่มส่งออกยางพารา

ชายแดนใต้ของไทยกับมาเลเซียที่เกือบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้มีการไปมาหาสู่แบบเครือญาติฉันมิตรเกิดขึ้นมาเนิ่นนาน อาหารพื้นเมืองของมาเลเซียจึงคล้ายคลึงกับอาหารดั้งเดิมของไทย อันได้แก่ ข้าว ปลา น้ำพริก กินแกล้มผักสด คนมาเลย์ในรัฐเกดะห์ กลันตัน ปะลิส และตรังกานูจะนิยมปรุงรสเปรี้ยว มะนาว และรสเผ็ดร้อนด้วยพริกซึ่งได้รับอิทธิพลจากไทย

แต่อาหารมาเลย์ที่รู้จักกันไปทั่วโลกกลับเป็นเนื้อสะเต๊ะ (ต้นตำรับต้องเป็นเนื้อ) ส่วนสะเต๊ะเนื้อแพะ เนื้อไก่ และเนื้อหมู มาประยุกต์กันในภายหลัง นำเนื้อวัวมาแล่เป็นริ้วบางๆพอดีคำ แล้วนำมาหมักเครื่องเทศ เสียบไม้ย่างกินกับน้ำจิ้มข้นรสชาติคล้ายแกงมัสมั่น แกล้มกับอาจาดซึ่งปรุงด้วยแตงกวาหั่นเป็นชิ้นบางๆ ราดด้วยน้ำส้มปรุงรสออกหวาน

คนมาเลย์บริโภคข้าวเป็นอาหาร มีให้เลือกลิ้มลองหลากหลายเมนู เช่น

นาซี อูลัม เป็นข้าวผสมสมุนไพรดิบ และผักสดซอยละเอียด กินกับน้ำพริกซึ่งใส่กะทิ ปลาย่าง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบอาหารรสจัดจ้าน

นาซี มินยะก์ เป็นข้าวปรุงรส และกลิ่นด้วยเครื่องเทศ ได้แก่ กระวาน อบเชย

นาซีโกเร็ง เป็นข้าวผัดกับเนื้อไข่ และพริก

นอกจากนี้ ยังมีโรตีจาไนเป็นอาหารเช้า

ในบรรดารัฐต่างๆของมาเลเซีย 13 รัฐ ปีนังเป็นอาณานิคมเก่าแก่ที่สุด อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแหลมมลายู เป็นเมืองที่มีบรรยากาศขนบธรรมเนียมที่เป็นจีนมากกว่าทุกเมืองในมาเลเซีย ปัจจุบันเป็นเมืองที่ทันสมัย มีบรรยากาศของวัฒนธรรมตะวันตกกับตะวันออกอย่างกลมกลืน นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ยังเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยม สร้างความประทับใจไม่รู้วาย สมัยก่อน คนไทยฐานะดีนิยมส่งลูกไปเรียนหนังสือที่นี่

ความต่อเนื่องทางการเมือง และการเล็งเห็นการณ์ไกลของรัฐบาลสมัย ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด ทำให้มีแนวคิดที่จะสร้างเมืองใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารและปกครอง และลดความแออัดในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยในปี 1995 โครงการนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นบนพื้นที่ประมาณ 12,473 ไร่ ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นเมืองราชการที่ทันสมัย การคมนาคม สาธารณูปโภคครบครัน ประกอบด้วยอาคารที่ทำการของหน่วยราชการ ศูนย์การค้า ศาสนสถานประกอบพิธีกรรม แต่ที่สำคัญคือการให้ความสำคัญกับการวางผังภูมิทัศน์ได้อย่างงดงาม เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ปุตราจายาเป็นความภาคภูมิใจเสมือนเป็นตัวแทนของชาวมาเลย์ โดยมีสะพานแห่งปุตราจายาที่ออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบอิสลามประยุกต์อันงดงามสร้างสีสันให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความทันสมัย ตามแผนการออกแบบจะมีถึง 8 สะพาน ปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์ 5 แห่ง

ความทันสมัยที่กลายเป็นแลนด์มาร์คของมาเลเซียยังอยู่ที่ อาคารแฝดเปโตรนัส เคยได้ชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก คือสูงถึง 452 เมตร มี 88 ชั้น บริษัทเปโตรนัส มาเลเซียทุ่มทุนถึง 20,000 ล้านบาท โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากลักษณะของเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม นอกจากความสวยงามแปลกตาอย่างลงตัวของสถาปัตยกรรมภายนอกแล้ว ภายในตึกยังเป็นแหล่งรวมความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง สำนักงานและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีศูนย์เปโตรซายน์ อันเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์มัลติมีเดียขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับปิโตรเลียมที่ทันสมัยที่สุด ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้ที่ชื่นชอบกับการชมทัศนียภาพหอคอยกัวลาลัมเปอร์ บนสวนสาธารณะอันร่มรื่นบนยอดเขาบูกิต นานาส เป็นที่ตั้งของภัตตาคารลอยฟ้าหมุนรอบทิศทาง 360 องศา ถือเป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก มีความสูง 421 เมตร

แลนด์มาร์คอีกแห่งของมาเลเซีย คืออาคารสุลต่าน อับดุล ซามัต เป็นอาคารสถาปัตยกรรม มรงมัวร์ มียอดโดมสูงตระหง่านกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในขณะที่ก่อสร้างเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่าปัจจุบันจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของมาเลเซีย ความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบมูริสของอินเดียผสมกับศิลปะอาหรับ ทำให้อาคารดูกลมกลืนกับความเป็นประเทศมุสลิม

สถานที่อีกแห่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวมาเลย์ ได้แก่ มัสยิดแห่งชาติ สร้างเสร็จด้วยความร่วมแรงร่วมใจของชาวมุสลิมในมาเลย์ ในปี 1965 เป็นอาคารตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ความพิเศษเป็นที่สะดุดตาอยู่ที่ส่วนของหลังคาที่คล้ายร่มซ้อนกันอย่างกลมกลืน

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติของมาเลเซีย มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตในทุกด้าน แม้แต่การแต่งกาย หญิงชายแต่งกายสุภาพมิดชิด ในอดีตผู้ชายชาวมาเลย์มักนุ่งโสร่ง ไม่สวมเสื้อ ส่วนผู้หญิงนิยมนุ่งกระโจมอก องค์สุลต่านอาบู บาร์การ์ แห่งยะโฮร์ เห็นว่ามาเลเซียยังไม่มีชุดประจำชาติที่ดูสุภาพ จึงทรงคิดให้ชุดบาจู กุหรง ในภาษามลายู แปลว่า ปกปิดมิดชิด ลักษณะเด่น คือตัดเย็บด้วยผ้าผืนเดียวกัน ทั้งสี และลวดลายบนผืนผ้าจึงเป็นแบบเดียวกันทั้งชุด ไม่นิยมลวดลายสัตว์เพราะผิดหลักศาสนา

ปัจจุบันมาเลเซียประสบความสำเร็จในการผลิตรถยนต์เป็นของตนเอง ภายใต้ชื่อ โปรตอน เป็นอีกหนึ่งผลงานอันเกิดจากวิสัยทัศน์ของ ดร.มหาเธร์ ซึ่งเป็นผู้นำของมาเลเซีย ตั้งแต่ ค.ศ.1981-2003 ทำให้มาเลเซียเจริญก้าวหน้า กลายเป็นประเทศส่งออกลำดับที่ 18 นำเข้าสินค้าอันดับ16 และมีการออมอยู่ที่ร้อยละ 40 ของจีดีพี ถือเป็นประเทศที่มีการออมสูงที่สุดในโลก

ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศมาเลเซียวันนี้ เกิดจากความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ ตามคำประกาศคำขวัญของมาเลเซียที่ว่า

Bersekutu Bertambah Mutu ความเป็นเอกภาพ คือพลัง

เฉกเช่นเดียวกับที่คนไทยมีคำขวัญ สามัคคี คือพลัง

เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ