ท่องไพรเขาใหญ่ยลสมุนไพรไทย

โลกสวยด้วยพรรณไม้

3...สมุนไพรทำให้มีเรี่ยวแรง กำลังเลือดม้า มะม่วงเลือดน้อย เลือดควาย หรือมักม่วงเลือด เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 15-25 เมตร ได้มีการพิสูจน์ให้ดูอย่างเสียวไส้ ด้วยพอกรีดลงไปเพียงเล็กน้อยตามต้น ก็มียางสีแดงราวกับเลือดไหลออกมา มีสรรพคุณในฐานะยาสมุนไพร ที่มิได้มีบทบาทในการรักษาโรค แต่ให้มีเรี่ยวแรง และแข็งแกร่ง โดยนำส่วนเปลือกกำลังเลือดม้า ดองเหล้ารวมกับสมุนไพรอื่นๆ ดื่มกินเป็นยาบำรุงกำลัง

ต้นไม้ในป่าดงดิบ แย่งที่อาศัย แย่งอาหาร แย่งน้ำ และแย่งแสงแดดกันรุนแรง หลายชนิดหลบเลี่ยงการแก่งแย่ง เพื่อเก็บสงวนพลังงานเอาไว้ใช้ พืชที่ชอบแสงแดดอย่างไม้เลื้อย จึงมีการพัฒนาลำต้นเติบโต ให้ส่วนด้านปลายยาวอย่างรวดเร็ว เพื่อทอดตัวไปตามต้นไม้ใหญ่ ในตำแหน่งที่มีแสงสว่าง ด้วยวิธีการแตกรากเกาะยึดเปลือก บางชนิดใช้หนวดพันรอบต้นไม้ เพื่อให้ลำต้นได้ทอดตัวอย่างมั่นคง บางชนิดใช้ลำต้นวนพันรอบไม้ใหญ่ แต่การไต่ยุติเมื่อรับแสงแดดเพียงพอ กับการสังเคราะห์แสงเพื่อปรุงอาหาร

โดยเมื่อเดินมาถึงแถวริมบึงน้ำ จะพบพืชสองกลุ่มมีชีวิตแตกต่างสิ้นเชิง คือพืชน้ำที่เติบโตแนบชิดติดกัน เพื่อช่วยพยุงลำต้นให้แก่กัน ช่วยลดพลังงานในการสร้างแก่น แต่โชคร้ายที่ตามผืนดินเลน มักมีปริมาณออกซิเจนที่น้อย พืชน้ำจึงออกแบบลำต้นให้มีท่อ เพื่อนำออกซิเจนจากอากาศลงไปสู่ราก ขณะที่พืชบกในดินมีอากาศให้รากหายใจ กลับไม่มีน้ำมาช่วยพยุงลำต้น จึงสร้างลำต้นให้แข็งแกร่ง แล้วชูเชิดกิ่งก้านใบดอกผล บางชนิดแม้ไม่มีแก่นที่แข็งแรง ก็อาศัยพิงกันเองเป็นกลุ่มกอ เช่น ดงหญ้า ดงสามร้อยยอด

ในระหว่างทางเดินรอบบึง เรายังประสบพบหน้ากับ โด่ไม่รู้ล้มอีกด้วย ซึ่งผมฟังชื่อไม่ผิดแน่จากพรานวิง อีกทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นๆอีกว่า หนาดผา เคยโป้ หญ้าไก่นกคุ้ม หญ้าปราบ หญ้าสามสิบสองราก หญ้าไฟนกคุ้ม ตะชีโกวะ ขี้ไฟนกคุ่ม คิงไฟนกคุ่ม หรือหนาดมีแคลน เป็นสมุนไพรที่เห็นครั้งเดียวแล้วจำได้ ใช่ว่าจะมีชื่อเสียงที่แปลกชอบกล แต่เพราะด้วยก้านของช่อดอก ตั้งชูชันขึ้นมาไม่ยอมล้ม แม้ต้นจะแห้งตายไปแล้วก็ตาม ด้วยมีรูปลักษณะเช่นนี้นี่เล่า ถึงมีชื่อเสียงเรียงนามสมตัวตนว่า โด่ไม่รู้ล้ม

โด่ไม่รู้ล้ม เป็นสมุนไพรตามผิวดิน พบได้ตามพื้นที่รกร้างทุกภาค มีส่วนของใบเรียงตัวอยู่ตามพื้น ขอบใบหยัก มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน สรรพคุณสำคัญของโด่ไม่รู้ล้ม ที่หมอยาพื้นบ้านทุกภาครับรู้ร่วมกัน คือการนำไปต้มหรือดองกิน เป็นยาบำรุงพละกำลัง ส่วนมากแล้วนำไปต้มหรือดอง กับสมุนไพรบำรุงกำลังตัวอื่นๆ เช่น กำลังช้างสาร ม้ากระทืบโรง กำลังทรพี แต่หมอยาชาวไทใหญ่ กลับไปทำยาแก้เอ็น แก้ปวดเมื่อย

เจ้าหน้าที่อภัยภูเบศรในกลุ่ม เย้าผมให้นำกลับไปลองที่บ้าน แต่ก็กลับมีความคิดอีกทีว่า เราสมควรแก่ช่วงวัยแล้วรึ!!! หรือว่าหย่อนกำลังเรี่ยวแรงจริงๆ ที่เห็นผมทีไรก็เดินตามหลังขบวนทุกที แต่จะว่าไปในประเทศจีนและประเทศฟิลิปปินส์ มีการใช้โด่ไม่รู้ล้มในการรักษาโรค เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ทอนซิลอักเสบ หวัด ไอ ส่วนการรักษาโรคทางเดินอาหาร ได้แก่ ช่วยในการย่อย ขับปัสสาวะ หรือกระทั่งรักษาโรคทางผิวหนัง เช่น แผลมีฝี หนอง รวมไปถึงรักษาอาการฟกช้ำ แมลงสัตว์กัดต่อย

ระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงในการเดินทาง จนกระทั่งพ้นจากความทึบของป่า แล้วเริ่มเข้าสู่บริเวณที่โล่งๆ ผมจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า แล้วหญ้าดอกขาวอยู่ไหนล่ะ เดินเพลินจนกระทั่งเกือบลืมไปแล้ว เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่รอบรู้กว่า ชี้มือออกไปแล้วบอกผมว่า...พี่ต้อมเค้าว่าอยู่แถวโน้น แต่พอมองตามนิ้วชี้เส้นทาง กลับเห็นแต่โป่งดินแดงข้างอ่างเก็บน้ำ จะมีการเสริมเกลือให้ทุกปี เพื่อให้สัตว์กินพืช เช่น ช้างป่า กระทิง เก้ง กวางป่า มากินเป็นประจำ ขณะเดียวกันสัตว์กินสัตว์อย่างหมาใน ก็มาชอบแอบซุ่มเพื่อไล่ล่าเก้ง กวางป่า กินเป็นอาหาร ซึ่งเป็นวิถีการควบคุมจำนวนสัตว์ป่ากินพืช ให้มีความพอเหมาะกับแหล่งอาหาร พร้อมกับการคัดคุณภาพสัตว์ที่ไม่แข็งแรง มิให้มีโอกาสได้ขยายพันธุ์ต่อไป

ห่างจากทุ่งหญ้าคาไปไม่ไกล ก็ถึงที่หอดูสัตว์หนองผักชี ซึ่งยืนจากที่โล่งตรงนี้เห็นชัดเลย โดยรอบหอดูสัตว์หนองผักชีนั้น มีการจุดไฟเผาทุกช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้หญ้าคาแตกใบอ่อน เป็นแหล่งอาหารโปรดของเก้ง กวางป่า กระทิง มานานมากกว่า 50 ปีได้แล้ว ซึ่งแตกแต่งจากดงไม้รอบอ่างเก็บน้ำ ที่เป็นแนวต้นไม้พันธุ์โตเร็ว เชื่อมต่อกับแผ่นป่าดิบแล้ง ที่ไม่เคยถูกไฟเผาผลาญเลย ดังนั้น เมื่อฤดูแล้งทุ่งหญ้าคาจึงโล่ง หน้าดินมีความชื้น และธาตุอาหารน้อย ยากที่ต้นไม้จะเติบโตได้ดี แต่ไม่ยากเกินความสามารถของหญ้าคา โดยสร้างเมล็ดให้เบามีขนปุยหุ้ม แล้วให้ลมช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ ส่วนใบแห้งปกคลุมรักษาความชื้นใต้ดิน เพื่อให้ลำต้นที่ซ้อนอยู่ใต้แผ่นดิน สามารถพ้นจากไฟป่าอย่างปลอดภัย

แล้วนี่แหละ ก็คือเหตุผลสำคัญที่ไม่สามารถพบหญ้าดอกขาว ก็ด้วยมักขึ้นแซมประปรายตามพงหญ้าคา ยามที่ทำการจุดไฟเผาหญ้าคา ก็หมายถึงหญ้าดอกขาวมอดไหม้ตามด้วย สรุปว่าป่าดิบแล้งที่สมบูรณ์ผืนนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนจากผืนป่าใหญ่ กลายเป็นทุ่งโล่งเตียน ซึ่งทำให้เห็นถึงกลไกการซ่อมแซมตัวเอง ในแต่ละขั้นตอนของผืนป่าดงดิบ ที่แม้แต่ในทุ่งโล่งๆของหญ้าคา ก็ยังมีการเพียรพยายามซ่อมแซม ด้วยความลำบากยากเย็น ดังนั้น พื้นที่ป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น จึงเปรียบเสมือนดั่งคลังแห่งความรู้ทางธรรมชาติวิทยาของป่าดงดิบ ที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย

หลังจากผิดหวังไม่เจอหญ้าดอกขาว เดินคอตกดูโน้นดูนี่เรื่อยเปื่อย แต่แล้วรู้สึกชื่นมื่นขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากได้สัมผัสกับความสวยของ เอนอ้า หรืออ้าหลวง โคลงเคลง หญ้านางหนุ่ม ซึ่งตามมาปลอบใจจากผาเดียวดาย จริงๆแล้วต้นเอนอ้าพบเห็นได้บ่อยๆ ตรงบริเวณชายป่าราบ และป่าบนภูเขา หรือมีอยู่ให้เห็นกันทุกอุทยานแห่งชาติละครับ โดยลักษณะที่โดดเด่นของต้นเอนอ้า คือมีกลีบดอกสีม่วงบางเบา เกสรสีเหลืองสวยงาม โดยหมอพื้นบ้านชาวไทใหญ่ ใช้เอนอ้าเป็นยาต้ม รักษาเอ็น ส่วนหมอยาพื้นบ้านชาวเลย และหมอยาทางภาคใต้ จะใช้เป็นตัวยา รักษาโรคผิวหนัง มักจะใช้ส่วนรากของเอนอ้าฝนทาแผล ทาได้ทั้งแผลสด และแผลไฟลามทุ่ง หรือมีการนำไปฝนกับน้ำซาวข้าว อมเพื่อรักษาอาการแผลในปาก รวมถึงดอกที่นำไปตำกับมะนาวหรือสารส้ม แก้พิษ แมลงสัตว์กัดต่อยอย่างดี

เราเดินทางกลับมาที่บ้านพัก เพื่อเก็บสัมภาระต่างๆกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันนำไปไว้ในรถเลย ก็มีเสียงเรียกจากพรานวิ่งให้ตามไป ต่อเมื่อเดินตามไปถึงก็พบกับ หญ้าดอกขาว ซึ่งกำลังแผ่กิ่งก้านออกช่อดอก อยู่แถวๆบ้านที่เราพักนี่เอง โห!!! เดินเสาะหาเสียแถบแย่ มาเอนไหวจากสายลมอยู่ตรงนี้ แล้วผมก็รับรู้สาระของหญ้าดอกขาวว่า ก้านธูป หมอน้อย เสือสามขา หญ้าสามวัน ผ้ำสามวัน ยาไม่ต้องย่าง ม่านพระอินทร์ เป็นหญ้าดอกขาวด้วยกันทั้งนั้น โดยเป็นพรรณไม้ล้มลุกใบเดี่ยว ช่อดอกออกเป็นกระจุกแน่นตามปลายกิ่ง มีดอกสีม่วง พอแห้งแล้วกลายเป็นสีขาว แพร่ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด

ผมได้ยินมาว่า หมอยาพื้นบ้านที่ไหนไม่รู้แน่ นำหญ้าดอกขาว รักษาโรคภัยสารพัด ใช้ได้ตั้งแต่รักษาไข้ทับระดู ไข้หวัด ไข้มาลาเรีย แก้ไข เจ็บคอ หอบหืด ปวดเมื่อย ปวดข้อ โดยสรรพคุณในการรักษาที่กล่าวมานั้น ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์หญ้าดอกขาว พบสารที่ออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น ต้านแบคทีเรีย ต้านมาลาเรีย ต้านเบาหวาน ลดไข้ แก้อักเสบ คลายกล้ามเนื้อ จึงยืนยันความจริงของหมอพื้นบ้านได้

ในปี 2531 โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง นำประสบการณ์การใช้หญ้าดอกขาวมาเผยแพร่ และได้รับความสนใจอย่างมาก ต่อมาในปี 2537 มีการวิจัยประสิทธิผลหญ้าดอกขาว พบว่า สามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้ จากนั้นในปี 2547 มีการจดสิทธิบัตรในอเมริกา ที่ใช้สารสกัดหญ้าดอกขาวใส่ในก้นกรองบุหรี่ เพื่อลดความอยากสูบบุหรี่ ในเมืองไทย เมื่อปี 2552 ทำการทดลองหญ้าดอกขาวกับกลุ่มคนติดบุหรี่ พบว่าสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ และหากใช้ร่วมกับการออกกำลังกาย จะลดอัตราการสูบได้มาก

ในผลการวิจัยยังระบุอีกด้วยว่า สมรรถภาพร่างกายดีขึ้นจริง จากการใช้สมุนไพรหญ้าดอกขาว โดยเลือดมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ทำให้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่คั่งค้างภายในปอดลดลงอย่างชัดเจน ที่สำคัญ ส่งผลค้างเคียงต่อการเลิกบุหรี่ เช่น กระวนกระวาย สมาธิแปรปรวน หรือหงุดหงิด แต่ทว่าหมอยายังแอบบอกข้อเสียว่า จะทำให้คอแห้งขณะกำลังใช้ตัวยา ส่งผลช่วยลดเสมหะ และน้ำมูกเวลาเป็นหวัด หรือกระทั่งทำให้ไม่อยากทานข้าว จึงมีประโยชน์ในการรณรงค์ลดพุงในยุคนี้

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม.33 หนองผักชี ช่วยให้ผมได้ศึกษาเรียนรู้ว่า ป่าดงดิบเขา และป่าพรุ มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในผืนป่า โดยเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น นอกจากนั้นเป็นแหล่งเรียนรู้ความหลากหลาย ของระบบนิเวศป่าในพื้นที่สูง เป็นแหล่งรวมตัวยาสมุนไพรรักษาโรค แหล่งกำเนิดต้นน้ำ ลำธาร แหล่งรวมความงามของพรรณพืช ที่มีความแตกต่างกันอย่างมากมาย สาระเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับธรรมชาติ ยังมีอีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งในผืนป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวธรรมชาติ ที่ควรมีการช่วยกันรักษา และใช้ผืนป่าอย่างระมัดระวัง และไม่ทำลาย