กองทัพภาคที่ 3 กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สกู๊ปพิเศษ

3...เขียดแลว กบทูด หรือกบภูเขา เป็นกบที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลก เมื่อถึงวัยเจริญเติบโตเต็มที่ จะมีความยาวประมาณ 10-28 เซนติเมตร สามารถพบตามบริเวณภูเขาสูง ในแถบภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะพบเห็นเขียดแลวได้จำนวนมาก ส่วนภาคกลางมักพบตามลำธารภูเขา หรือบริเวณผืนป่าที่มีความชุ่มชื้น มีอากาศเย็น มีความชื้นสัมพัทธ์สูง และมีหมอกปกคลุม

การขยายพันธุ์ของเขียดแลว จะทำการผสมพันธุ์ และวางไข่ ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนถึงเช้า โดยตัวผู้ขุดหลุมสำหรับให้ตัวเมียวางไข่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30-50 เซนติเมตร หรือขนาดของหลุมขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว แล้วมักเป็นบริเวณระดับน้ำราว 2-5 เซนติเมตร ตัวผู้เมื่อทำการขุดหลุมเสร็จแล้ว จะส่งเสียงร้องและไปคอยอยู่ที่หลุม ฝ่ายตัวเมียที่พร้อมจะผสมพันธุ์ ก็จะลงไปในหลุมเพื่อวางไข่ครั้งละ 1,500-3,200 ฟอง หลังจากมีการผสมพันธุ์กันแล้ว ตัวผู้ และตัวเมียจะช่วยกันกลบหลุมไข่ มีลักษณะเป็นกองหินนูนขึ้นมา และทั้งคู่จะผลัดเปลี่ยนกันมาเฝ้า

เจ้าหน้าที่อธิบายการเลี้ยงลูกเขียดแลวว่า "เราจะเริ่มนำลูกเขียดแลวที่แข็งแรง มาอนุบาลในบ่อขนาด 2-4 ตารางเมตร โดยโรยก้อนกรวดให้ทั่วทั้งบ่อ ก้อนกรวดมีความเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา แต่อย่าให้น้ำท่วมก้อนกรวด จะทำให้ลูกเขียดแลวจมน้ำตาย และทำกระบะให้อาหาร เป็นพวกปลวก หนอนนก หนอนแมลงวัน ไส้เดือนฝอย ผสมกับอาหารสำเร็จรูป ซึ่งอาหารที่ให้ลูกเขียดแลว ระยะแรกควรต้องมีขนาดเล็ก ส่วนระยะการอนุบาลเขียดแลว ต้องหมั่นคัดให้มีขนาดใกล้เคียงกัน มิเช่นนั้นลูกเขียดแลวจะกัดกินกันเอง ใช้เวลาอนุบาลประมาณ 30-60 วัน เมื่อขนาดโตและแข็งแรงพอ จึงนำไปปล่อยหรือเลี้ยงต่อไป"

หลังจากที่องคมนตรีและคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชมโครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติตามพระราชเสาวนีย์ จากนั้นเดินทางโดยขบวนรถยนต์ เยี่ยมชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใช้เวลาในการเดินประมาณ 2 ชั่วโมง หรือมากกว่าหากสัมผัสกันอย่างละเอียด ในระยะทางราว 1,750 เมตร เป็นเส้นทางเดินผ่านป่าดิบเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป พบเห็นพืชที่มีลักษณะสูงเด่น ที่พบได้เฉพาะในป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เช่น พืชวงศ์ก่อ อบเชย สีเสียด หวาย อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มครึ้ม ด้วยมีความชื้นสูง และแสงแดดผ่านลงมาได้น้อย ทำให้ตามที่ร่มรำไรบริเวณคบไม้ จึงมักเป็นแหล่งอาศัยของกล้วยไม้ ที่จะออกดอกเมื่อฤดูกาลมาถึง ส่วนบริเวณพื้นล่างมีพืชชั้นต่ำ อย่างพวกมอส เฟิร์น ตะไคร่ เห็ดรา ซึ่งมีรูปทรงแปลกตาแทรกตัวอาศัย

เสร็จจากการเดินศึกษาธรรมชาติ ภายในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ขบวนรถได้แล่นสู่พื้นที่ขยายผล โครงการธนาคารอาหารชุมชน (Food Bank) ในพื้นที่โครงการพระราชดำริปางตอง 1 (ห้วยมะเขือส้ม) บ้านนาป่าแปก ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเปรียบเสมือนการจัดการ ต่อระบบวงจรการสร้างแหล่งอาหาร ในรูปแบบการผลิต การฝาก การเก็บรักษา หรือการเพิ่มทุน ซึ่งเป็นการนำดอกผลไปใช้อย่างมีระบบ เช่นเดียวกับการออมในธนาคาร

โดยเป็นการผสมผสานวงจรห่วงโซ่อาหาร ด้วยการใช้ระบบทางนิเวศวิทยา ที่ให้เกื้อกูลต่อกันได้ทั้งระบบ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ผลิตอาหารในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านของป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร สภาพพื้นดิน และความเป็นอยู่ของชุมชน จึงเป็นการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นป่า แหล่งต้นน้ำลำธาร และทรัพยากรในธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยชุมชนมีส่วนร่วมและเกื้อกูลกันในระบบ เป็นแหล่งรวบรวมและพัฒนาพืชสมุนไพร สำหรับไว้ใช้เฉพาะภายในชุมชน และเป็นประโยชน์ในเชิงเภสัชกรรม ที่มีคุณประโยชน์ในความหลากหลาย

ก่อนที่เดินทางเข้าพักแรม ณ โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) มีการสัมภาษณ์ราษฎรบ้านนาป่าแปก อดิเทพ หว่างปอ อายุ 38 ปี ชาวบ้านที่เห็นความสำคัญ โครงการธนาคารอาหารชุมชน ได้เล่าว่า "ผมปลูกพวกกระเทียม ขิง ขมิ้น หวาย กะหล่ำปี และข้าว เอาไว้บริโภคกันทุกวันครับ โครงการ Food Bank เริ่มมา 2-3 ปีแล้ว ที่ให้ปลูกพวกสมุนไพรที่กินได้ ก็ปลูกกันตามบ้านใช้พื้นที่ไม่มาก จริงๆ สมุนไพรมีอยู่แล้วตามหมู่บ้าน บ้างก็ไปเอาในป่ามาปลูกใกล้ๆบ้าน เพื่อความสะดวกในการใช้สอย พร้อมกับทางด้านเจ้าหน้าที่เกษตรที่สูง ให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องธนาคารอาหาร ซึ่งประโยชน์โดยตรงเป็นเรื่องการบริโภคเป็นหลัก ตามด้วยเรื่องการอนุรักษ์สมุนไพร และที่สำคัญใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง"

วันที่ 27 ธันวาคม 2555 เวลา 10.30น. องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ และคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์สู่ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยหม่อนล้าน ตำบลป่าตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯทอดพระเนตร พื้นที่บริเวณดอยหม่อนล้าน ณ จุดความสูง 1,360 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใกล้บ้านอาแยหมู่ 3 ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากได้รับรายงานข้อมูล จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกบุกรุกแผ้วถาง ทำไร่หมุนเวียนเป็นแนวกว้างกว่า 11,000 ไร่ ถ้าไม่มีการบริหารการจัดการ การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม พื้นป่าที่ถูกบุกรุกก็จะเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่ออุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลุ่มน้ำแม่งัด เป็นสาขาของลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน และเป็นผลให้ปริมาณน้ำเขื่อนแม่งัดลดลง เกิดผลกระทบโดยตรงต่อชาวเชียงใหม่

ในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานให้กับราษฎร องคมนตรีได้ให้โอวาทแก่ข้าราชการและประชาชน ณ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยหม่อนล้าน ความว่า "วันนี้มีความดีใจอย่างมากอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้มาเยี่ยมหมู่บ้านชาวดอยหม่อนล้าน ได้มาเห็นหน้าเห็นตาพี่น้องทุกหมู่เหล่า ที่เราได้รู้จักกันมาร่วม 10 ปีแล้ว ยามใดที่มีภารกิจก็จะต้องแวะมาที่ดอยหม่อนล้าน เสียดายที่คราวนี้ไม่ได้มาค้างแรม เหมือนกับคราวที่แล้ว เพราะว่ามีเวลาน้อย แต่ก็ได้ทราบอยู่ตลอดเวลาว่า พี่น้องทุกครอบครัว มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสมบูรณ์มากขึ้น ลูกเล็กเด็กแดงก็ได้ศึกษาเล่าเรียน ตามนโยบายของรัฐบาลครบทุกคน

...ในการทำมาหากิน การเพาะปลูก ก็ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น แต่บางทีก็อาจได้น้อยบางทีก็ได้มาก อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาของธรรมชาติ ซึ่งถ้าเราอยู่กับธรรมชาติ เราเข้าใจธรรมชาติ แล้วเราร่วมกันอนุรักษ์ให้ธรรมชาตินั้น ได้มาเกื้อกูลกับพวกเรา เราจะอยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุขและยั่งยืน ในคราวนี้ก็เช่นกัน คณะของเรามาเยี่ยมเยียนพี่น้อง ก็ด้วยพระราชกระแสของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ที่ทรงมีความห่วงใย สมาชิกในโครงการของพระองค์ท่าน ทุกโครงการทั่วประเทศในช่วงนี้ ถนนหนทางก็สะดวกสบายในการขึ้นมาเยี่ยมเยียน

...ผมคิดว่าที่ดอยหม่อนล้านแห่งนี้ น่าจะเป็นพื้นที่ที่ถนนดีที่สุด เมื่อเทียบกับอีกหลายๆโครงการ ที่เราไปเยี่ยมเยียนมานะครับ จำได้ว่าเคยขึ้นมาด้วยทางรถครั้งหนึ่ง ก็หวังว่ายังคงอยู่ในสภาพที่ดี ถ้าชำรุดทรุดโทรม ก็คงจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งงบประมาณการซ่อมบำรุงต่อไปด้วย พอมาคราวนี้ก็เช่นเดิมคือว่า นำเอาความห่วงใยขององค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาบอกกล่าวมาเล่าให้พวกเราฟัง แล้วก็คิดว่าทุกคนคงจะทราบดีนะครับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชมาสองสามปีแล้ว คณะแพทย์ก็ยังขอให้ประทับอยู่ก่อน เพื่อให้ทรงแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงพระประชวรดั่งที่เราทราบกันดี ไม่ได้เสด็จออกทรงงาน หรือเยี่ยมเยียนราษฎรมาสองสามเดือนได้แล้ว

...ซึ่งถึงแม้ว่าทั้งสองพระองค์ ใช้คำสามัญชาวบ้านของเราว่า ไม่สบาย ก็ยังมีใจนึกถึงพวกเราทุกคน วันนี้ก็ได้พระราชทานของมาเยี่ยมเยียนอย่างเคยนะครับ ในช่วงที่อากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน ก็หวังว่าพี่น้องทุกคนจะได้ดูแลลูกหลาน โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ อย่าให้เจ็บไข้ได้ป่วยในช่วงนี้ เดี๋ยวจะขาดโรงเรียนไป ท้ายที่สุดก็ต้องขอขอบพระคุณส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกหน่วย ตามที่ท่านผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอพร้าวกล่าวไปแล้ว ขอขอบคุณทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่ได้ช่วยกันร่วมมือกัน ดูแลรักษาร่วมกับชาวบ้าน ในการดูแลรักษาป่าตามแนวพระราชดำริ แล้วก็ทำให้สถานีแห่งนี้ เป็นสถานีที่มีความสำเร็จสูงสุด แล้วก็เป็นตัวอย่างของหลายๆสถานี ที่ได้พระราชทานไว้

...ได้ทราบว่ามีคนขึ้นมาขอเยี่ยมชม มาซึมซับเอาความสวยงามของธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แล้วในฤดูหนาวก็ขึ้นมารับอากาศหนาว นักท่องเที่ยวก็คงจะมีมาเรื่อยๆ และในโอกาสอันเป็นมงคล ที่พวกเราได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดี ต่อหน้าพระรูปของพระองค์ท่าน ผมขอถือโอกาสนี้ น้อมนำเอาเดชะพระบารมีแห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอได้โปรดพระราชทานพรอันประเสริฐ ให้พี่น้องทุกคนประสบแต่ความร่มเย็นเป็นสุข มีสุขภาพแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง แล้วขอให้พืชพรรณธัญญาหาร ที่ได้ปลูกไว้เจริญงอกงามให้ผลผลิตดี ขอให้มีความสุขความเจริญตลอดไป"

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า