พระราชอัธยาศัย

150 ปี ศรีสวรินทิรา

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ที่เสด็จทรงพระชนม์อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของบ้านเมืองหลายครั้ง ทรงประสบความผันแปร ทั้งปีติสุขและทุกข์โทมนัสแสนสาหัส แต่ก็ทรงดำรงพระสติไว้ได้อย่างมั่นคง มิได้ซวดเซไปตามการเปลี่ยนแปลงนั้น ด้วยพระราชอัธยาศัยความกตัญญู ความเมตตา ความวิริยอุตสาหะ และสำคัญที่สุดคือ ความอดทน ไม่ทรงหวั่นไหวต่อโลกธรรมทั้ง 8 ซึ่งบุคคลสำคัญที่ทรงอบรมปลูกฝังให้พระองค์ทรงมีพระราชอัธยาศัยเช่นนี้มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ก็คือ สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา พระราชมารดาของพระองค์นั่นเอง

ตลอดพระชนมชีพ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี ทรงยึดมั่นในพระกตัญญุตาธรรมต่อพระราชบิดาคือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระราชมารดาสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา ทรงถือสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับพระราชมารดาที่ทรงสั่งฝากไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่าให้มีพระเมตตายอมเสียสละเพื่อพระขนิษฐาและพระอนุชา ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระราชบิดาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังทรงเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสวามีไว้เหนือเกล้าฯ ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุข ทรงสรรหาของที่ต้องพระราชหฤทัยมาถวาย ทรงตามพระทัยในพระราชประสงค์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เสด็จถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ ทรงบริจาคพระราชทรัพย์สิ่งของอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลอยู่เสมอมิได้ขาด กระทั่งขรัวยายมาและขรัวยายสุดพระพี่เลี้ยงที่ถวายพระอภิบาลตั้งแต่ทรงพระเยาว์เมื่อถึงแก่อนิจกรรม ก็ทรงจัดการศพให้ที่วัดปทุมวนาราม และจัดสร้างถาวรวัตถุพระราชทาน

พระราชศรัทธาอันเกิดจากโปรดเด็กๆ ทำให้สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงรับพระอุปการะเด็กเป็นจำนวนมาก เด็กผู้ชายจะทรงเลี้ยงอย่างผู้ชายให้เข้มแข็ง ตัวตรง หลังตรง เด็กผู้หญิงจะทรงเลี้ยงอย่างผู้หญิงให้เรียบร้อยนุ่มนวล ทรงจัดให้ทุกคนได้รับการศึกษาตามสติปัญญาและฐานะของแต่ละบุคคล การอบรมนั้นทรงถือหลักให้รู้จักความมัธยัสถ์เป็นสำคัญ เชือกที่ใช้ห่อของหรือใช้งานใดก็ดี เมื่อเสร็จแล้วต้องม้วนเก็บให้เป็นที่ สบู่ถูตัวก็เช่นกัน เมื่อใช้จนจวนจะหมดก้อน แทนที่จะทิ้งไปทรงให้เอามาแปะเข้ากับสบู่ก้อนใหม่และใช้ต่อไป ทรงสอนให้กดให้แน่นในเวลาที่สบู่ก้อนใหม่ชื้น พระอุปนิสัยนี้ซึมซับมาถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรีดหลอดยาสีฟัน และหลอดสีน้ำมันใช้งานจนแบนราบ

ที่ว่างในวังสระปทุม รับสั่งให้ปลูกกล้วยและทำสวนครัว ในระหว่างรอไม้ยืนต้น ได้แก่ มะม่วง ขนุน ยังไม่ให้ผล ทรงให้ข้าราชบริพารตัดใบตองขาย เอาต้นกล้วยมาตากแห้งทำเชือกกล้วย กล้วยสุกเป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายดี รายได้จากพืชผักผลไม้ปีหนึ่งๆหลายร้อยบาท แถมยังได้ของสดทำอาหารถวาย ไม่โปรดให้จัดของเกินเสวย มะเขือ แตงกวา แค่อย่างละลูก และห้ามแกะสลัก ทรงเห็นเป็นการเสียของโดยไม่จำเป็น ไม่โปรดผลไม้จากต่างประเทศเลย มีน้ำพระทัยพระราชทานผลไม้ที่ปลูกที่วังสระปทุม ทั้งมะยงชิด มะปราง ลิ้นจี่ ซึ่งถือเป็นผลไม้ไทยมีราคาไปตามวังเจ้านายอยู่เสมอ

นอกจากความมัธยัสถ์แล้ว ทรงอบรมให้เด็กทุกคนที่อยู่ในพระอุปถัมภ์เคารพนับถือกันตามอาวุโสไม่ก้าวก่ายข้ามหน้ากัน เพื่อให้รู้จักยำเกรงผู้ใหญ่ ไม่โปรดให้เด็กแต่งกายด้วยสีฉูดฉาด ตรัสเรียกสีแบบนี้ว่า กาววาว ชวนให้แสบพระเนตร ทอดพระเนตรไม่ได้ เคล็ดอีกประการที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างในการสอนเด็กก็คือ รองพระบาท เมื่อจะต้องเข้าไปในที่อันควรแสดงความเคารพ เช่น พระที่นั่ง โบสถ์ ถ้าไม่ทรงถุงพระบาทจะทรงถอดรองพระบาทออกเสด็จขึ้นไปยังสถานที่นั้นๆโดยพระบาทเปล่าๆ แต่ถ้าทรงถุงพระบาทแล้วจะไม่ทรงถอดเลย ทรงให้ความสำคัญกับพระอนามัยเป็นอย่างมาก นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงและทรงมีพระชนมายุยืนยาว

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสวยพระกระยาหารตรงตามเวลา พระกระยาหารมื้อแรก เวลาเที่ยง มื้อที่สอง เวลา 18.00 น. มือที่สาม เวลา 02.00 น. ไม่เสวยน้ำในระหว่างเสวยพระกระยาหาร มีรับสั่งว่า กินข้าวคำน้ำคำทำให้ของดีๆจากร่างกายหายไปหมด หลังเสวยของหวานจะเสวยน้ำชาจีนร้อน และทรงบุหรี่ใบจาก ปกติจะเข้าที่บรรทม เวลา 05.00 น. ก่อนบรรทมจะทรงบูชาพระอยู่เกือบชั่วโมง กีฬากลางแจ้งที่โปรดปราน คือโครเกต์ ทรงทุกวัน กีฬาในร่มโปรดบิลเลียดและไพ่ ไม่โปรดของประดับมีค่า แต่จะทรงใช้การออกแบบดัดแปลงรูปแบบเดิมให้ดูเป็นของใหม่อยู่เสมอ สมเด็จเจ้าฟ้านริศรานุวัดติวงศ์ช่วยคิดถวาย เคยตรัสล้อว่า สำหรับสมเด็จฯถึงแม้จะทรงของเทียมคนเขาก็นึกว่าของจริง จึงไม่โปรดที่จะสะสม แม้แต่เครื่องราชูปโภคที่ทรงใช้ประจำ เมื่อเสด็จออกมาอยู่ที่วังสระปทุมก็ทรงเก็บไว้ใช้ โปรดแต่เครื่องเขินที่ทำมาจากภาคเหนือ

พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าอีกประการหนึ่งก็คือ ทรงล่วงรู้ได้ว่าใครมีนิสัยอย่างไร มีความสามารถแค่ไหน และจะทรงเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับความสามารถนั้น เหมือนคำพังเพยฝรั่งที่ว่า Put the right man on the right job นั่นเอง มีรับสั่งกับข้าราชบริพารว่า การที่คนจะไปเป็นนายนั้น จะต้องทำอะไรเป็น คนใต้ปกครองจะได้ไม่ดูถูก

ทรงให้ความสำคัญกับภาษาไทย ทั้งตัวอักษรควบกล้ำ ร ล ใครกราบทูลผิดจะทรงทักทันทีไม่ปล่อยให้ผ่านไป ทรงพิถีพิถันกับการใช้ราชาศัพท์มาก

นอกจากนี้จะทรงอบรมให้เด็กรู้จักประมาณตน รู้จักความพอเพียง ประยุกต์สร้างสรรค์สิ่งของที่มีและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่โปรดให้ซื้อของฟุ่มเฟือยราคาแพง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล่าพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดฯให้ตัดต้นไม้เป็นท่อนๆ พระราชทานให้ทรงนำไปทำของเล่น ทรงจำได้ว่านำมาต่อเป็นรถไฟลากเล่น

ในปี 2477 เป็นปีที่พระชันษา สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าครบ 6 รอบ หากเป็นสมัยก่อนจะมีงานบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการใหญ่ แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองเวลานั้น สมเด็จฯทรงทำแค่เพียงทรงบาตรพระสงฆ์ ณ ราชประดิษฐ์ วัดราชบพิธ วัดบวรนิเวศรวมกัน 73 รูป ทรงนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็น ณ พระที่นั่งนงคราญในสวนสุนันทา 10 รูป เช้าทรงเลี้ยงพระแล้วสรงตามพระราชพิธีอย่างเงียบๆ

ทั้งๆที่ทรงพระชันษาถึง 6 รอบแล้วก็ยังไม่ทรงท้อถอยในการที่จะทรงปฏิบัติหน้าที่ของพระองค์ในฐานะที่เป็นพระบรมวงศ์ฝ่ายในชั้นผู้ใหญ่ เจ้านายพระองค์ใดประชวรก็เสด็จเยี่ยมและเป็นพระธุระตรัสสั่งให้ดูแลพยาบาล โดยมี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เป็นผู้รับรับสั่ง กระทั่งทรงมีพระชนมายุเสมอ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ก็ทรงทำบุญอย่างเงียบๆ ในปีนั้น ต้องทรงสูญเสียพระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท พระธิดาบุญธรรมที่ทรงเลี้ยงมาแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพึ่งพระธิดาองค์นี้ได้มาก เพราะทรงดูแลเป็นธุระเรื่องส่วนพระองค์และเครื่องเสวยตลอดมา

ทรงเศร้าสลดพระทัยว่า พระธิดาที่ทรงฝากการพระศพของพระองค์ไว้ โดยทรงจัดพระภูษาฉลองพระองค์และทรงสะพักให้แต่งพระศพให้ สุดท้ายพระธิดาผู้นี้กลับต้องมีอันสิ้นพระชนม์ไปก่อนอีกพระองค์

ชีวิตช่างไม่มีอะไรแน่นอนเลย...