ประหยัดเพื่อชาติ

คิดเห็นประเด็นข่าว

ลูกค้าที่พากันไปกินอาหาร ณ ร้านฮาจิเกียว ใน เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นต้องมีอันอึ้งและทึ่งกับคำเตือนที่เจ้าของร้านเขียนให้ผู้มีอุปการคุณมาอุดหนุนใช้บริการเพื่อให้รู้ตัวล่วงหน้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก คำเตือนนั้นระบุว่า ทุกท่านต้องรับประทานอาหารที่สั่งมาให้หมด โดยเฉพาะข้าวไข่ปลาแซลมอนต้องกินให้เกลี้ยง ชนิดห้ามเหลือให้เห็นสักเม็ด หากใครกินเหลือจะต้องถูกปรับเงินที่ทางร้านจะนำไปบริจาคต่อ สำหรับเหตุผลที่เจ้าของร้านแจ้งไว้ในเมนูก็คือ ต้องการแสดงความนับถือให้เกียรติแก่ชาวประมงที่ต้องเสี่ยงตายออกไปจับกุ้ง หอย ปู ปลา มาให้ผู้อื่นกินกัน

อาหารหรูตั้งแต่หูฉลาม เป๋าฮื้อ เหล้า และไวน์ รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมต่างๆกำลังประสบปัญหายอดขายในจีน หลังจากที่ สี จิ้น ผิง ผู้นำคนใหม่ของจีนออกมาประกาศให้เจ้าหน้าที่ ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย คำสั่งดังกล่าวเป็นผลให้เทศกาลตรุษจีนในโรงแรมหรูแบบที่เคยจัดต่อเนื่องต้องมีอันระงับไปโดยปริยาย สี จิ้น ผิง ยังสั่งการให้ปรับลดการเตรียมการที่ไม่จำเป็นในระหว่างการเดินทางเยือนต่างประเทศของผู้นำ ได้แก่การตัดลดพิธีการต้อนรับที่ไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการปิดจราจร

นอกจากนี้เขายังได้เรียกร้องให้ประชาชนประหยัดและหลีกเลี่ยงอะไรที่มากเกินไปซึ่งสอดคล้องกับที่มีผู้ออกมารณรงค์เรียกร้องให้คนจีน กินให้เกลี้ยง โดยมุ่งเน้นให้ร้านอาหารลดปริมาณขยะลง ขณะที่หน่วยงานควบคุมสื่อของจีนยังสั่งการให้สถานีโทรทัศน์และวิทยุยกเลิกโฆษณาที่ส่งเสริมให้มีการให้ของขวัญราคาแพงแก่เจ้าหน้าที่ อาทิ นาฬิกาสุดหรู แสตมป์หายาก และเหรียญทองคำซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการคอรัปชั่น

ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้ตอบรับโครงการรณรงค์กินให้เกลี้ยง โดยได้มีคำสั่งว่าจะต้องนำอาหารที่เหลือต่างๆไปใช้ให้ดี ภายใต้มาตรการใหม่ ข้าวที่กินเหลือรวมถึงอาหารจานต่างๆจะถูกนำไปทำเป็นข้าวผัดใส่ไข่ ขณะที่ผักซึ่งเคยเหลือทิ้งก็จะนำไปดองเพื่อกินเป็นเครื่องเคียง ทั้งยังห้ามให้มีการสั่งอาหารหรูในงานเลี้ยงต้อนรับของกองทัพตลอดจนสั่งห้ามการกำหนดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการจัดเลี้ยงในโรงแรมที่กองทัพเป็นเจ้าของอีกด้วย

ปัญหาวิกฤติไฟฟ้า ในเดือนเมษายนที่คนไทยจะต้องเผชิญหน้าอย่างยากจะหลุดพ้นมีแต่ว่าจะเลือกหนทางใช้มาตรการเบาหรือหนักกว่ากันเท่านั้น ภายหลังจากที่ พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ออกมาประกาศประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากการที่พม่าต้องระงับการส่งก๊าซมายังไทยเนื่องจากต้องดำเนินการซ่อมบำรุงท่อก๊าซแหล่งยานาดาซึ่งจะทำให้ต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉินวิกฤติไฟฟ้า ในวันที่ 5 เมษายน จนหลายฝ่ายกังวลว่าสถานการณ์อาจจะโกลาหลสักเพียงใด โดยภาคอุตสาหกรรมที่จะมีผลกระทบโดยตรงจากข้อมูลที่รายงานโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าในระบบคิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดคือ ร้อนละ 46 หรือ 13,800 เมกะวัตต์ ของปริมาณการผลิตรวมทั้งหมด 30,000 เมกะวัตต์ รองลงมาคือบ้านและครัวเรือน และหน่วยราชการ ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งขณะนี้จากการหารือในเบื้องต้น ภาคอุตสาหกรรมพร้อมให้ความร่วมมือในการกำหนดให้ วันที่ 5 เมษายน เป็นวันหยุดเพื่อสลับกับวันที่ 7 เมษายนให้เป็นวันทำงานปกติ

ในขณะที่รัฐบาลเตรียมรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ด้วยการเรียกร้องให้ประชาชน หน่วยราชการช่วยกันประหยัด ตั้งเป้าว่าหากหน่วยงานราชการใดลดการใช้พลังงานลงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่เคยตกลงกันไว้ที่ร้อยละ 15 อาจจะมีผลต่อการปรับลดงบประมาณของหน่วยราชการนั้น ให้มีการประหยัดพลังงานโดยคณะรัฐมนตรีถอดสูท เปิดแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียส ปิดเปิดลิฟต์เป็นเวลา ปิดไฟฟ้าช่วงพักกลางวัน ตลอดจนนำระบบคาร์พูลกลับมาใช้งาน

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหวังที่จะใช้วิกฤติวันที่ 5 เมษายน เดินหน้าในเรื่องประหยัดพลังงานอย่างจริงจังโดยกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและบางหน่วยงานลดกี่ใช้พลังงานได้เกินร้อยละ 10 ส่วนบางหน่วยงานที่ทำไม่ได้ขอให้ปรับปรุงเพิ่ม ในปีนี้ขอให้ทำกันอย่างจริงจังให้เห็นภาพและมาตรการที่ชัดเจนดีขึ้นจริง

ขณะที่ พงษ์ศักด์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการแก้ปัญหาในระยะยาวว่า ทางกระทรวงฯได้วางแผนมาเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป แต่สิ่งสำคัญที่เป็นอุปสรรคการสร้างโรงไฟฟ้าของไทยอยู่ที่การทำความเข้าใจกับภาคประชาชน และอยากจะขอ ความร่วมมือจาก ส.ส.ให้ช่วยชี้แจงแทนกระทรวงพลังงานด้วยว่า การร่วมมือให้ความสะดวกในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยโรงไฟฟ้าที่สร้างจะต้องมีมาตรฐานสากล ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องคัดค้าน ซึ่งหากกระทรวงพลังงานไม่สามารถผลักดันให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ กระทรวงพลังงานจะผลักดันให้เอกชนลงทุนในต่างประเทศแล้วนำไฟฟ้ามาขายในประเทศไทย

ด้าน พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ทัศนะว่า เรื่องการประหยัดพลังงาน ทางกองทัพบกได้เตรียมการมานานแล้วโดยสามารถประหยัดพลังงานลงมาได้ร้อยละ 4 ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และขอขอบคุณกำลังพลทุกคนที่ได้ให้ความร่วมมือ ที่ผ่านมาได้พยายามให้ทหารทุกคนได้รับรู้เสมอว่า ต้องให้ความสำคัญกับประเทศชาติอะไรบ้างในด้านความมั่นคง และมีความเป็นห่วงเรื่องนี้มาก จึงได้ให้ทุกคนไปช่วยกันคิดว่าจะมีการแก้ไขกันอย่างไร ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ต้องเข้าใจในเหตุและผล

ในอนาคตอันใกล้อาจต้องนำแนวคิดเรื่องการยืดหยุ่นเวลาทำงานกลับมาทบทวนอีกครั้ง หลักการประกอบด้วยการกำหนดช่วงชั่วโมงบังคับที่พนักงานทุกคนต้องทำงาน การกำหนดช่วงชั่วโมงยืดหยุ่นซึ่งโดยทั่วไปได้แก่ ชั่วโมงเริ่มต้นหรือชั่วโมงเลิกงาน การยืดหยุ่นในช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวัน การยอมให้ยืดหยุ่นตารางทำงานไม่เหมือนกันได้ ในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์และแต่ละเดือน และการฝากสะสมเวลาทำงานคือยอมให้พนักงานมีชั่วโมงการทำงานที่หลากหลายในแต่ละวัน และวันที่มีชั่วโมงการทำงานมาก อาจใช้ฝากสะสมเพื่อนำไปลดจำนวนชั่วโมงให้สั้นลงในวันอื่นๆ ส่วนแนวทางทั่วไปของการยืดหยุ่นเวลาทำงานคือการกำหนดควบคุมจำนวนชั่วโมงทำงานในยอดรวม แล้วให้เลือกการทำงานเหลื่อมเวลากัน แต่รวมเวลาทำงานต้องไม่น้อยกว่าวันละ 8 ชั่วโมง

ความมั่นคงด้านพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรเป็นเพียงไฟไหม้ฟาง เพราะราคาน้ำมันที่มีแต่จะขยับตัวสูงขึ้น ฉุดรั้งให้เศรษฐกิจถดถอย และยังไม่เอื้ออำนวยให้คนเดินทางไปท่องเที่ยว รัฐบาลอุตส่าห์ใจดี มอบวันหยุดยาวติดต่อกันให้ถึง 5 วันในช่วงเย็นชุ่มฉ่ำมหาสงกรานต์ แต่เอาเข้าจริง คนไทยกลับต้องมานั่งระทึกในหลายเหตุการณ์ที่มาประจวบเหมาะพร้อมกันเป๊ะในเดือนเมษายน ศกนี้พอดิบพอดี