งานบุญผะเหวด เมืองสาเกตุนคร

อิ่มใจได้บุญ
ช่างภาพ: 

บุญผะเหวด หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า บุญมหาชาติ (งานเทศน์มหาชาติ) เป็นประเพณีบุญตามฮีตสิบสอง ของชาวอีสาน แต่ถ้าถือเป็นเรื่องทาน ก็เป็นประเพณีการบริจาคทานครั้งยิ่งใหญ่ ก็พอจะอนุมานได้ถึงสภาพทั่วไป ของชาวอีสานว่า ดอกจิก ดอกจาน บานราวต้นเดือน 3 พุทธศาสนิกชนจะเก็บดอกไม้เหล่านี้ มาร้อยเป็นมาลัยเพื่อตกแต่งศาลาการเปรียญสำหรับบุญมหาชาติและในงานนี้ก็จะมีการเทศน์มหาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นงานอันศักดิ์สิทธิ์ผู้ใดฟังเทศน์มหาชาติจบภายในวันเดียว และบำเพ็ญคุณงามความดี จะได้อานิสงส์ไปเกิดในภพหน้า ชาวอีสาน จะจัดทำบุญผะเหวด ปีละ 1ครั้ง ระหว่างเดือน 3 เดือน 4 ไปจนถึงกลางเดือน 5

จังหวัดร้อยเอ็ด (เมืองสาเกตุนคร) จัดประเพณีบุญผะเหวดในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมทุกปี โดยมีวันรวมตามภาษาอีสานเรียกว่า วันโฮมบุญ พุทธศาสนิกชนมาช่วยกันจัดตกแต่งศาลาหรือสถานที่ที่จะทำบุญ จัดเตรียมเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวตอก อย่างละพันก้อน มีการตั้งธงใหญ่ไว้แปดทิศ และมีศาลเล็กๆ เป็นที่เก็บข้าวพันก้อน และเครื่องคาวหวาน สำหรับ ผี เปรต และมารรอบๆศาลาการเปรียญจะแขวนผ้าผะเหวด เป็นเรื่องราวของพระเวสสันดร ตั้งแต่กัณฑ์ที่ 1ถึงกัณฑ์สุดท้าย การจัดงานบุญผะเหวดนิยมอัญเชิญพระอุปคุต มาปกป้องคุ้มครองมิให้เกิดเหตุเภทภัยอันตรายทั้งปวง และให้โชคลาภแก่พุทธศาสนิกชนในการทำบุญมหาชาติ จึงมีการแห่พระอุปคุต ซึ่งสมมุติว่า อัญเชิญมาจากสะดือทะเล

บุญผะเหวดคืองานมหากุศล ให้รำลึกถึงการบำเพ็ญบุญ คือ ความดีที่ยิ่งยวด อันมีการสละความเห็นแก่ตัวเพื่อผลคือ ประโยชน์สุขอันไพศาลของมวลชนมนุษยชาติ เป็นสำคัญ ดังนั้น บรรพชนชาวไทยอีสานแต่โบราณ จึงถือเป็นเทศกาลที่ประชาชนทั้งหลายพึงสนใจร่วมกระทำบำเพ็ญ และได้อนุรักษ์สืบทอดเป็นวัฒนธรรมสืบมา จนถึงอนุชนรุ่นหลังที่ควรเห็นคุณค่าและอนุรักษ์เป็นวัฒนธรรมสืบไป นอกจากนี้ยังเป็นการสังสรรค์ ระหว่างญาติพี่น้องจากแดนไกลสมกับคำกล่าวที่ว่า "กินข้าวปุ้น เอาบุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ"

งานบุญผะเหวดประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดร้อยเอ็ดนี้ จังหวัดได้กำหนดให้เป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดและจัดเป็นไปตามฮีต 12 คือหมายถึงเดือนสี่มีการทำบุญผะเหวด ดังคำกล่าวไว้ในฮีตว่า...ฮีตหนึ่ง พอเถิงเดือนสี่ได้ให้เก็บดอกบุปผา หามาลาดวงหอมสู่ตนเก็บไว้ อย่าได้ไลคองนี้เสียศรีสูญเปล่า หาเอาตากแดดไว้ได้ทำแท้สู่คน อย่าได้ไลหนีเว้นแนวคองตั้งแต่เก่า ไฟทั้งหลายสิแล่นเข้าเผาบ้านสิเสื่อมสูญเด้...มูลเหตุแห่งการทำมีกล่าวไว้ในหนังสือมาลัยหมื่นมาลัยแสนว่า ครั้งหนึ่งพระมาลัยให้ไปไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้พบและสนทนากับพระศรีอาริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์ ผู้ซึ่งจะได้จุติกาลลงมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ทราบความประสงค์ของมนุษย์จากพระมาลัยแล้วจึงสั่งความกับพระมาลัยว่า "หากใครต้องการจะพบและเกิดในสมัยพระศรีอาริย์ ให้ทำแต่ความดี อย่าฆ่าพ่อตีแม่ สมณชีพราหมณ์ ครูอาจารย์ อย่าทำร้ายพระพุทธเจ้า อย่ายุยงสงฆ์ให้แตกกัน และต้องฟังเทศน์มหาชาติให้จบทุกกัณฑ์ในวันเดียว ท่านทั้งหลายจะได้เกิดร่วมและพบพระองค์" ด้วยเหตุนี้เอง ชาวร้อยเอ็ดจึงได้พากันทำบุญผะเหวดและไปฟังเทศน์มหาชาติทุกปี โดยกำหนดเอาวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์แรกของเดือนมีนาคมเป็นวันจัดงาน

ขั้นตอนพิธีทำเมื่อกำหนดวันจัดงาน ชาวบ้านจะช่วยกันหาดอกไม้มาตากแห้งไว้ ช่วยกันฝานดอกโน (ทำจากลำต้นหม่อน) งานนี้เป็นงานใหญ่ทำติดต่อกันสามวัน วันแรกของงาน ยามบ่ายแก่ๆจะมีการแห่พระอุปคุตรอบบ้านให้ชาวบ้านได้สักการบูชา แล้วนำไปประดิษฐานไว้หออุปคุต ภายในบริเวณงานเพราะเชื่อว่าเป็นพระเถระ ผู้มีฤทธิ์ นิรมิตกุฏิอยู่กลางแม่น้ำมหาสมุทร สามารถขจัดเภทภัยทั้งมวลได้ วันที่สองของงานเป็นการแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง แต่ละคุ้มวัดจะจัดขบวนแห่ แต่ละกัณฑ์ทั้ง 13 กัณฑ์แห่รอบเมือง ตอนเย็นมีมหรสพสมโภช ในวันที่ 2 ที่ 3 ชาวร้อยเอ็ดจะมี โรงทานเลี้ยงข้าวปุ้นบุญผะเหวด ผู้คนที่มาในงานกินได้ตลอดเวลา มีชาวบ้าน ร้านค้า และ หน่วยงานราชการมาตั้งโรงทานมากมาย

วันที่สามของงานประมาณตีสี่ ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียวมาปั้นเสียบไม้จำนวน 1,000 ก้อน เพื่อเอาบูชากัณฑ์เทศน์ คาถาพัน เรียกว่า "ข้าวพันก้อน" ชาวบ้าน จะพากันแห่ข้าวพันก้อนรอบศาลาวัด มีหัวหน้ากล่าวคำบูชา ดังนี้ " นะโม นะไม จอมไตรปิฎก ยกออกมาเทศนาธรรม ขันหมากเบ็งงานสะพาส ข้าวพันก้อนอาดบูชา ซาเฮาซา สามดวงยอดแก้ว ข้าไหว้แล้วถวายอาดบูชา สาธุ" ว่าดังนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 3 จบ แล้วนำขึ้นไปศาลาโรงธรรม แล้วญาติโยมพากันทำวัตรเช้า อาราธนาศีลอาราธนาเทศน์ โดยอาราธนาเทศน์พระเวสโดยเฉพาะ การอาราธนาเทศน์พระเวสนั้น ถ้าไม่ต้องว่ายาวจะตัดบทสั้นๆ ก็ได้ ให้ขึ้นตรง "อาทิกัลยาณังฯ เปฯ อาราธนัง กโรม" เท่านี้ก็ได้ แล้วพระสงฆ์จะเริ่มเทศน์สังกาด เป็นการพรรณนาอายุกาลของพระพุทธศาสนาเริ่มแต่ต้นจนถึงอันตรธาน เมื่อเทศน์สังกาดจบแล้วจึงเริ่มเทศน์กัณฑ์ทศพรไปจนจบนครกัณฑ์ อันเป็นกัณฑ์ที่ 13 เทศน์แต่เช้ามืดไปจนค่ำ จบแล้วจัดขันขอขมาโทษพระสงฆ์ให้พรเป็นเสร็จพิธี

ในวันที่สามนี้เอง ชาวบ้านจะแห่กัณฑ์หลอนมาร่วมถวายกัณฑ์เทศน์ตลอดทั้งวัด กัณฑ์หลอน เป็นการแห่กัณฑ์เทศน์มาถึงบริเวณที่พระกำลังเทศน์ก็ถวายกัณฑ์เทศน์โดยไม่เจาะจงว่าจะเป็นพระสงฆ์รูปใด ส่วนกัณฑ์จอบ เป็นกัณฑ์เทศน์ที่กลุ่มผู้ถวายปรารถนาจะถวายเฉพาะภิกษุที่ตนชอบ เคารพศรัทธา จึงมีการส่งคนไปสอดแนมว่าขึ้นเทศน์หรือยัง ภาษาอีสานเรียกว่า "จอบ" แปลว่า "แอบดู"

สมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า...งานประเพณีบุญผะเหวด เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดงานประเพณีบุญผะเหวด ปี 2556 ขึ้น ระหว่างวันที่ 1 - 3 มีนาคม 2556 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด และเสริมสร้างความรักความสามัคคีของประชาชนทุกหมู่เหล่า

กิจกรรมในงานในเริ่มวันที่ 1 มีนาคม 2556 เวลา 10.00 น. ด้วยการประกวดธงผะเหวด เวลา 15.00 น. พิธีอัญเชิญพระอุปคุตแห่รอบเมือง เวลา 19.00 น.พิธีสวดมนต์สืบชะตาเสริมบารมี การแสดงแสง สี เสียง รอบประชาชน วันที่ 2 มีนาคม 2556 เวลา 10.00 น. การแสดงศิลปินคืนถิ่นบ้านเฮา เอาบุญผะเหวด โดยศิลปินชาวร้อยเอ็ด ณ เวทีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด เวลา 16.00 น. พิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่ ตระการตา ด้วยขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขบวนแห่พระเวชสันดรชาดก เข้าเมือง 15 ขบวน การบริการขนมจีน (ข้าวปุ้น) ฟรีตลอดงาน การแสดง แสง สี เสียง ตำนานพระเวสสันดร และศิลปวัฒนธรรม จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด และงานพาแลง ในวันที่ 3 มีนาคม 2556 เวลา 05.00 น. พิธีแห่ข้าวพันก้อน เทศน์สังกาด ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 101 รูป การฟังเทศน์คาถาพัน เทศน์มหาชาติ ขบวนแห่กัณฑ์จอบกัณฑ์หลอนจากชุมชน ตำบล หมู่บ้าน ส่วนราชการ ห้างร้านต่างๆ ตลอดทั้งวัน