ชะตาชีวิตพลิกผัน เด็กหญิงอาหรับ วัย ๑๐ ปี

บทความ-บุคคลต่างแดน

หนังสือประเภทวรรณกรรมที่แฝงชีวิตจริงของเด็กหญิงชาวอาหรับวัย ๑๐ ขวบ กลายเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่ได้รับการตอบรับในตลาดหนังสือในออสเตรเลียอย่างน่ามหัศจรรย์ ชื่อเรื่องค่อนข้างแปลก แต่สะดุดตานักอ่าน จนได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง ๑๖ ภาษา 

ชื่อเรื่อง อ่านง่ายๆ เข้าใจความหมายได้อย่างไม่ยาก แต่เบื้องหลังของเรื่องชวนให้ใจหดหู่ และถ้าไม่เชื่อเรื่อง Fate ชะตาชีวิตของมนุษย์ กรุณาลองติดตามตอนจบค่ะ

I Am Nujood, Age 10 and Divorce

ฉันชื่อ นูจู๊ด อายุ ๑๐ ปี และหย่า

นูจู๊ด อาลี เป็นเด็กหญิง ลูกสาวคนที่ ๓ ของครอบครัวที่พ่อตกงาน ซึ่งวันๆไม่ทำอะไรได้แต่ไปสุมหัวสูบยากับเพื่อนๆ ทั้งๆที่แทบจะไม่มีกิน แต่ยังสามารถหาภริยาคนที่ ๒ มาไว้ในบ้านตามจารีตประเพณีชาวอาหรับที่ชายสามารถมีภริยาได้คราวเดียว ๔ คน

นูจู๊ดอายุ ๑๐ ขวบ น่าจะได้รับการศึกษาอย่างน้อยก็จบภาคบังคับ เพื่ออนาคตแม้ว่ายังมืดมน แต่เธอถูกบังคับให้ลาออกในชั้น ป.๒ คราวเคราะห์ของนูจู๊ดมาถึง วันหนึ่งพ่อก็ออกไปสังคมกับเพื่อนที่ตกงานด้วยกัน มีชายชาวอาหรับคนหนึ่ง อาชีพขี่มอเตอร์ไซค์ขายของเร่ เขาเดินตรงมาที่พ่อของนูจู๊ด เอ่ยปากขอลูกสาวมาเป็นภริยา การวิวาห์แบบคลุมถุงชนเกิดขึ้นตามวัฒนธรรมล้าหลังเรื่องสิทธิของสตรี เธอไม่เคยเห็นหน้าฝ่ายชาย ฝ่ายชายก็ไม่เคยเห็นหน้าหญิง ขอข้ามไปเล่าย่อๆว่า เธอถูกพาตัวไปอยู่กับครอบครัวสามี ซึ่งมีทั้งแม่-ลูกสะใภ้คนโตอาศัยอยู่ในห้องเพียงห้องเดียว แต่ตั้งเตียง ๔ เตียง เธอถูกประทุษร้ายจากสามีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะการทารุณกรรมทางเพศสัมพันธ์ และการซ้อมการเผาของใช้ส่วนตัวเมื่อเธอไม่ปฏิบัติเกมวิตถาร ซึ่งเด็กหญิงอับอายเกินกว่าจะบันทึกไว้ในสมุดความจำ การถูกข่มเหงจากสามีทุกคืน แม่สามีและพี่สะใภ้ไม่เคยแสดงความเห็นใจและเมตตาเลย

ที่ได้กล่าวว่า Fate ชะตาชีวิตนั้น บางครั้งก็มีส่วนที่เป็นความจริง หลังจากนั้น ประมาณ ๑ เดือน สามีจอมทารุณก็พาเธอไปเยี่ยมพ่อแม่ นูจู๊ดเล่าให้พ่อ-แม่ฟัง ถึงความทุกข์ทรมานที่ได้รับทั้งทางกายและใจ แต่คำตอบที่ได้ฟังจากบิดาก็คือ "ไม่ต้องพูดเลยเรื่องจะทิ้งสามี-เจ้ามีสามีแล้ว ต้องไปอยู่กับคนที่เป็นสามี" ชาวอาหรับโดยเฉพาะชายเกือบทั้ง ๑๐๐% ผู้หญิงเป็นทาสอารมณ์ และถือเกียรติของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ พ่อบอกนูจู๊ดเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเธอเล่าว่า

"ถ้าฉันหย่าสามี พ่อจะต้องถูกผู้ที่เป็นพี่ชาย (ลุงนูจู๊ด) และญาติผู้ใหญ่ฆ่าตายแน่ "ความผิดไม่รักษาเกียรติ ของตระกูล" (แม้ว่าจะจนแค่ไหน) ส่วนมารดาและภริยาคนที่ ๒ ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเธอ ในประเพณีขายลูกสาว แม่ทำได้แค่เพียงยกมือสองข้างวิงวอนขอพรพระอัลเลาะห์ "ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้แหละ นูจู๊ดเอ๊ย ผู้หญิงทุกคนต้องจงรักภักดีต่อสามี แม่ก็เหมือนกับนูจู๊ดแหละ"

นูจู๊ดหมดทางที่จะขอความเห็นใจจากครอบครัว หนทางเดียวจะได้รับอิสรภาพคือ "หนี" แต่จะหนีไปไหน เธอเคยได้ยินใครสักคนพูดว่า ให้ไปหาศาล ศาลจะช่วยคนที่เดือดร้อน นูจู๊ดได้เงินค่ารถจากแม่ที่แอบซ่อนเงินไว้บนผ้าคลุมหน้า เธอหนีออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ จ้างรถแท็กซี่ว่าไปส่งที่ศาลเธอบอกว่า คนขับมองหน้า แต่ไม่พูดอะไร พาเธอไปส่งที่ศาล

เหตุการณ์ตอนนี้ อ่านจากหนังสือแล้ว พลอยตื่นเต้น เด็กอายุ ๑๐ ขวบ ความรู้ ป.๒ อ่านหนังสือพอได้ เธอเล่าว่า เธอเดินถามทั่วศาลว่า อยากพบผู้พิพากษา เธอมีเรื่องจะเล่า ทุกคนเดินหนีจนในเวลาต่อมา เหมือนฟ้ามาโปรด ผู้พิพากษามีอายุผู้หนึ่งเดินผ่านมา และเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงมาเดินคนเดียว จึงถามว่า "มาทำไม มาขอพบผู้พิพากษา มาพบทำไม ฉันอยากหย่า"

คำพูดสองสามคำ ทำให้ผู้พิพากษาถามอายุ และพบว่า เข้าข่ายทารุณกรรมทางเพศเด็ก เขารับว่า ฉันจะช่วยเธอ และไม่ยอมให้เธอกลับไปบ้านสามี ได้ช่วยหาที่พักทางราชการให้ระหว่างดำเนินคดี จนชนะคดีในที่สุด

นูจู๊ดสรุปในตอนจบว่า ที่เธอยอมให้นักเขียนเขียนเรื่องนี้

"เธออยากถ่ายทอดให้โลกรู้ และให้ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของบรรดาผู้ใหญ่ในประเทศเธอที่ยังล้าหลัง หลงใหล ยึดมั่นในจารีตประเพณีเก่าๆหลายร้อยทศวรรษ ให้ลืมตามองโลกรอบๆว่ามีความก้าวหน้าไปมากแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาของสตรี สิทธิเสรีภาพในการเลือกทางเดินส่วนตัว สิทธิของมนุษย์ผู้หญิง เสรีภาพในการทำงาน ฯลฯ

และที่เด็กหญิงวัย ๑๐ ขวบ ท้อถอยมากที่สุดคือ คำพูดของชายที่เป็นสามี ซึ่งไม่มีความเมตตาแล้ว ยังแสดงความมีอำนาจของชายเหนือหญิง

แกไม่มีสิทธิร้องขอความกรุณา

แกเป็นเมียฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้

บันทึกของนูจู๊ด ได้ถ่ายทอดลงเป็นหนังสือที่ไม่เชิงเป็นนวนิยาย และก็ไม่ใช่สารคดี แต่เป็นเชิงชี้ให้เข้าใจในด้านปรัชญาที่แตกต่างในด้านขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และการปฏิบัติให้ความเอาใจใส่ดูแลวิถีชีวิตของประชาชนในแต่ละประเทศ

ค่าลิขสิทธิ์จากบันทึกของนูจู๊ด ทำให้เธอได้มีเงินมากพอจะมาจุนเจือครอบครัว และเก็บไว้เพื่อการศึกษา เธอตั้งมั่นว่า เธอจะพยายามเรียนให้สูง เพื่อจะเป็นผู้พิพากษาหญิงของประเทศ นูจู๊ดไม่สนใจที่มีหลายคนหาว่า เธอทำให้ชื่อเสียงประเทศเสื่อมเสีย