หัวใจร้องเพลง…“ตั๊กแตน-ชลดา”

ขอเป็นแค่ดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า
ศิลปบันเทิง

ในวงการเพลงลูกทุ่งไทยนาทีนี้ หากไม่มีชื่อ “ตั๊กแตน-ชลดา” ติดอันดับนักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยมอยู่ในโผก็คงจะผิดวิสัยไปสักหน่อย…

เพราะนับจาก เด็กสาวชาวโคราชชนะการประกวดประเภทเพลงลูกทุ่งจากเวที เฟิร์ส เสตจ โชว์ และส่งซิงเกิ้ลแรกในชีวิตอย่างเพลง ขอจองในใจ กระแสตอบรับในผลงานของเธอก็ดูจะมาแรงไม่แพ้นักร้องลูกทุ่งคนใดในชั่วโมงนั้น

ความนิยมในตัว ตั๊กแตน ทวีขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ ที่โด่งดังเป็นพลุแตก ทั้งยังมีเพลงอื่นๆอีกไม่น้อยในอัลบั้มของเธอที่ใครต่อใครพากันร้องจนติดปาก กล่าวได้ว่านักร้องสาวคนนี้เป็นศิลปินอีกเบอร์หนึ่งที่สร้างความคึกคักให้วงการลูกทุ่งไทยได้ไม่น้อย

ระหว่างตารางการทำงานอันเบียดเสียด ตั๊กแตน ยินดีให้เราไถ่ถาม ทำความรู้จักตัวตนของเธอเท่าที่เวลาจะเอื้อ และเรื่องราวก็เริ่มต้นจากตรงนี้…

ตั๊กแตน เกิดที่หมู่บ้านหนองนกฏระเรียน ตำบลหนองหอย จังหวัดนครราชสีมา ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณแม่มักร้องเพลงให้ฟังอยู่เสมอจนเธอสามารถร้องตามได้

แตนค่อนข้างเป็นเด็กซนค่ะ ชอบปีนต้นไม้ ชอบไปอยู่ที่สูงๆ ชอบปีนขึ้นไปร้องเพลง ตอนเด็กคิดว่า ถ้าตัวเองอยู่ในที่สูงๆแล้วร้องเพลงออกมา เสียงจะได้ยินไปไกลๆ ก็ตามประสาเด็กนะคะ เล่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย อย่างเพื่อนขึ้นต้นไม้ที่เป็นหนามๆไม่ได้ แต่หนูจะขึ้นต้นที่มีหนามมากที่สุด แล้วเก็บผลไม้นั้นๆมา เช่น ต้นมะขามเทศ เก็บมาให้เพื่อนกิน เพื่อนก็เฮ ทุกวันนี้ขาลายหมดเลยค่ะ (หัวเราะ)

ตอนเด็กๆมีความฝันว่า อยากเป็นผู้หญิงเก่ง อยากขี่ม้า อยากเป็นนักแม่นปืน แต่พอโตมา ก็รู้ว่าอะไรๆไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเลย แต่อย่างหนึ่งที่ทำมาตลอด คือร้องเพลงค่ะ แต่ไม่ได้คิดว่า ฉันจะต้องมาเป็นนักร้อง แม่ชอบฟังเพลง แต่แม่ไม่ได้เป็นศิลปินหรือนักร้องอะไรนะคะ ทางญาติๆก็ไม่มี เหมือนแม่ชอบร้องให้ฟังเวลาอารมณ์ดีๆมากกว่าค่ะ”

ครั้นเมื่อ ตั๊กแตน เติบโตขึ้นมาหน่อย คุณครูที่โรงเรียนเห็นแววการเป็นนักร้อง จึงส่งเธอเข้าประกวดงานของโรงเรียนซึ่งเจ้าตัวเล่าเคล้าเสียงหัวเราะว่า ไม่ค่อยชนะ หากก็ชอบที่จะไปประกวดเพราะ “ใจรัก”

อาจเพราะว่าในห้องไม่มีใครกล้าแสดงออกหรือเปล่า ครูถึงเลือกแตนเป็นตัวแทนนะคะ ครูประจำชั้นส่งประกวดค่ะ แต่ก็ตกรอบนะ แพ้ๆๆตลอดเลยตอนเด็ก แต่การแพ้ก็ไม่ได้ทำให้เราท้อถอยหรืออะไร เพราะเราไม่ได้เสียหายอะไร แล้วก็มีโอกาสได้ประกวดมาเรื่อยๆค่ะ พอชนะปุ๊บ ก็เหมือนส่งเสริมใจเราให้ฮึกเฮิมว่า เราก็ทำได้นี่ จริงๆแล้วรางวัลเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มมากกว่าค่ะ เหมือนเราหาประสบการณ์ ได้เจอเพื่อนๆ มีโอกาสได้ไปประกวดโรงเรียนนั้นโรงเรียนนี้ แรกๆกลัวคู่แข่งนะ อุ๊ย ทำไมเขาเสียงดีจังเลย ทำไมเขาแต่งตัวสวย กลัวแพ้ ตามประสาเด็ก แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไร พอแพ้ แพ้แล้วไงล่ะ ก็ประกวดใหม่ได้ ครั้งหน้าอาจจะเป็นของเราก็ได้ แตนคิดแบบนี้ค่ะ”

อีกหลายปีต่อมา ตั๊กแตน-ชลดา ก็คว้าชัยชนะจากเวทีระดับประเทศอย่าง เฟิร์ส เสตจ โชว์ โดย แกรมมี่ เทเลวิชั่น และมีเพลงเป็นของตัวเองครั้งแรกในชีวิต

ตอนนั้นไม่กล้าคาดหวังมากกว่านะคะ แค่ได้รู้ว่าเขากำลังจะแต่งเพลงให้เรา ๑ เพลงก็ดีใจแล้ว คือเราไม่เคยมีเพลงของตัวเองในชีวิต ได้แต่ร้องตามแม่แบบ เช่น พี่นาง-ศิริพร อำไพพงษ์ พี่ต่าย-อรทัย แม่ผึ้ง-พุ่มพวง ดวงจันทร์ แตนมีไอดอลเยอะมากค่ะ อันดับ ๑ เลยน่าจะเป็นแม่ผึ้ง คนต่อมาก็ พี่สุนารี ราชสีมา เพราะเป็นคนโคราชเหมือนกัน แล้วอยู่ใกล้ๆบ้านแตนด้วย แต่พี่เขาไม่รู้จักแตนหรอก ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าเขารู้หรือเปล่า (หัวเราะ) แต่หนูก็ไม่ได้สนิทอะไรกับเขานะคะ ไม่ได้เป็นญาติกัน บ้านใกล้เรือนเคียงน่ะค่ะ คือพี่เขาดังมานานแล้วไง เมื่อก่อนแอบปลื้มเขาอยู่ ต่อมาก็เป็นพี่ต่าย-อรทัย ตอนที่แตนประกวดร้องเพลงมานี่พี่ต่ายดังมาก แล้วหนูร้องได้ทุกเพลงของพี่ต่าย ดนตรีขึ้นมาเพลงไหนได้หมด เคยคิดว่าเราจะมีโอกาสเหมือนพี่เขาไหมนะ ได้ร้องเพลงให้คนฟัง ก็ถือว่าได้รับการต้อนรับที่ดีมากๆนะคะสำหรับเพลงขอจองในใจ จากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่มีโอกาสได้เข้ามาในเมืองหลวง ได้มาทำอัลบั้ม เจอะเจอผู้คนมากมาย ต้องขอบคุณแฟนเพลงด้วยค่ะ”

จากเพลงแรก ก็มาถึงอัลบั้มแรก “หนาวแสงนีออน” และอัลบั้มที่ ๒ ๓ ๔ ๕ ตั๊กแตนคว้ารางวัลหลากสาขามาจากหลายเวที อาทิ รางวัลศิลปินหญิงยอดนิยม เพลงยอดนิยม อัลบั้มยอดนิยม มหานคร อะวอร์ด ปี ๒๕๕๐ รางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยม คม ชัด ลึก อะวอร์ด รางวัลศิลปินลูกทุ่งหญิง HOT แห่งปี TV Inside Ho Award ครั้งที่ ๒ รวมทั้งรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี ๒๕๕๓ และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๓ เป็นต้น

ดีใจค่ะที่มีการต้อนรับจากแฟนเพลงมากมายขนาดนี้ ต้องขอบคุณแฟนเพลงทุกคนนะคะที่ให้แรงใจอย่างดีมาตลอด ทั้งหมดทั้งปวงมาจากโปรดิวเซอร์ ครูเพลงทุกคนที่ร่วมแต่งเพลงให้นะคะ เพราะต่อให้ตั๊กแตนเสียงดีแค่ไหน ร้องเพลงเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้เพลงดีๆมา โอกาสที่จะดังก็ไม่เท่าไร สำหรับทุกๆรางวัลที่ตั๊กแตนได้รับมาตั้งแต่ปีแรกเลยที่ร้องเพลงนั้นเป็นวินาทีที่ตื่นเต้นมากค่ะ เป็นรางวัลที่น่าภูมิใจ ต้องขอบคุณเจ้าของรางวัลทุกๆสถาบันด้วยนะคะที่มอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับแตน ทุกรางวัลมีค่าทางจิตใจ ทำให้ศิลปินรวมทั้งแตนอยากจะสานงานคุณภาพออกมาให้สมกับการต้อนรับ

แตนตั้งกฎกับตัวเองเยอะมากค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเวลา เป็นคนที่ตรงต่อเวลามากๆ น้อยมากที่ตั๊กแตนจะเลท นอกจากมีเหตุฉุกเฉินหรืออะไรจำเป็นจริงๆ เรื่องเวลาอันดับ ๑ เลย แล้วก็พยายามควบคุมอาหาร เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนอ้วนง่าย กินเก่ง เกิดปีหมูไงคะ แล้วเมื่อก่อนค่อนข้างคิดมาก ก็พยายามปรับปรุงตัวเองว่า ไม่คิดนะ ปล่อยวาง ใช้เสียงเพลงปลอบตัวเอง เวลาทำงานทำให้มีความสุข ใช้ใจทำ เชื่อว่าทุกคนมีปัญหาอยู่แล้ว แตนเองก็มี

บางทีกลางวันแอบร้องไห้ แต่กลางคืนต้องไปร้องเพลง ต้องสนุกไง ต้องใช้ใจทำงานค่ะ เพราะเราร้องเพลง ถ้าเกิดหน้าเศร้าๆไปร้อง หัวใจร้องไห้แต่ปากร้องเพลงตัวเราก็รู้สึก เหมือนต้องปิดสวิตช์อีกมุมหนึ่งของตัวเองไปเลย เมื่อก่อนทำไม่ได้ หลังๆเหมือนเราโตขึ้นก็ทำได้ ตัดสิ่งที่คิด ณ วินาทีนั้นออกไป พอเจอแฟนเพลงหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ ถ่ายรูป กอดคอกัน พยายามทำงานให้ดีที่สุดก่อน ได้ ไม่ได้ว่ากันอีกทีค่ะ”

กับงานเพลง นักร้องสาวกล่าวอย่างตั้งใจว่า

อัลบั้ม ‘รักได้ครั้งละคน เชื่อใจได้คนละครั้ง’ นะคะ ก็เชื่อว่าน่าจะถูกอกถูกใจพี่น้องแฟนเพลง เนื้อหาส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องราวของความรัก ตั๊กแตนคล้ายๆเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ พูดถึงอารมณ์ของผู้หญิงที่มีใจเด็ดเดี่ยว นอกจากนี้ก็มีเพลงที่เป็นทำนองเพลงโคราชด้วยค่ะ อย่างเพลง ‘เดี๋ยวแม่จิดุ’ น่ารักๆค่ะ ก็ดีใจที่มีโอกาสได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมพื้นบ้านของตัวเองให้พี่น้องได้ฟังว่า ภาษาโคราชเขาพูดกันอย่างนี้นะ เพลงโคราชเขาร้องกันอย่างนี้นะ

ส่วนมากแนวเพลงที่ออกมา คือโปรดิวเซอร์เขามองว่า แตนเป็นคนพูดตรงๆนะคะ ก็เหมาะที่จะร้องเพลงแบบนี้ ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ แฟนเก็บ อยากเป็นคนรักไม่อยากเป็นชู้ เป็นผู้หญิงที่กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ แล้วก็ค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่ศีลธรรมด้วยค่ะ

จริงๆแล้วหนูไม่ใช่คนเสียงดีนะคะ เสียงธรรมดามาก แต่ได้รับการฝึกฝนที่ดี แต่ละอัลบั้มจะมีคนมาช่วยสอนการร้อง ทำให้เราเก่งขึ้นทีละนิดโดยอัตโนมัติจากคำที่ครูหลายๆท่านฝึกสอน เก็บประสบการณ์จากตรงนั้นมาเรื่อยๆค่ะ เรียกได้ว่า มาจากพรแสวงและโอกาส หนูไม่หยุดที่จะหาความรู้ใส่ตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องของการร้องเพลง สมมุติพี่นาง-ศิริพรนั่งอยู่ หนูนั่งฟัง เขาร้องอย่างไร เอื้อนอย่างไร ครูพักลักจำค่ะ พี่เขาโดดเด่น มีเอกลักษณ์ แล้วก็มาคิด เราก็ต้องหาเอกลักษณ์ของตัวเรา เห็นมุมมองของเขาแล้วมาคิดบ้าง เก็บเล็กผสมน้อยค่ะ”

ส่วนชีวิตที่ดำเนินมา ตั๊กแตน เผยว่า แม้จะหนักหนากับภาระการงาน หากก็เป็นการแลก เวลากับหลายสิ่งดีๆที่เข้ามาในวงโคจรของเธอ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น คือความสุข

แตนค่อนข้างพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่นะคะ ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนก็ถือว่าดีมากๆ เพราะเราเป็นลูกชาวนา ที่บ้านค่อนข้างยากจน แต่ตอนนี้มีโอกาสได้ดูแลครอบครัวและดูแลตัวเองได้แล้ว หนูได้เจอะเจอผู้คนเยอะขึ้น ได้ทำงานในสถานที่ดีๆ อยู่ในค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง แกรมมี่ โกลด์นะคะ ก็มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีวาสนา ได้หาประสบการณ์เรื่อยๆจากการที่ตัวเองมาอยู่ตรงนี้ มีคนดีๆช่วยทำงาน ต้องขอบคุณโอกาสจากผู้ใหญ่ทุกคนที่ทำให้ตั๊กแตนเป็นตั๊กแตน-ชลลดาที่ทุกคนรู้จัก ต่างประเทศก็ได้รู้จักด้วย รู้สึกภูมิใจค่ะ

แตนทำงานครบทุกวัน ไม่มีวันหยุดค่ะ ตอนนี้ยังมีแรงก็อยากทำไป ถามว่าเหนื่อยไหม ก็เหนื่อย แต่มีความสุข เดือนหนึ่ง ๓๐ วัน ทัวร์คอนเสิร์ต ๒๐ วัน อีก ๕ วันไปงานโปรโมท อีก ๕ วันก็งานนู่น นี่ นั่น อีกวันที่เหลืออยากหยุด ก็ไม่ได้หยุดนะ เดี๋ยวเสื้อขาด ต้องนำไปซ่อมหรือซื้อมาใหม่ เครื่องสำอางหมด อะไรแบบนี้ค่ะ จริงๆแล้วไม่ได้อยากไปช็อปปิ้ง แต่มันจำเป็น แต่ก็ไม่ได้เสียใจนะคะ ชีวิตมีความสุขดีค่ะ

เรื่องเศร้ามีไม่เยอะค่ะ มีความรู้สึกว่า คนเราจริงๆก็เท่านี้นะ กินข้าวแค่ ๓ เวลาเองนะ แล้วอยู่ไม่เห็นเกิน ๑๐๐ ปีเลย ทำชีวิตให้มีความสุขดีกว่า อย่าไปเครียดอะไรมาก คือพอเจอคนเยอะ หลากคนหลากความคิด เราก็เห็นข้อดี ข้อด้อยของแต่ละคนไงคะ เราเป็นศิลปินอยู่แล้วนี่ น่าจะมีความสุขมากกว่าเพื่อนนะ ส่วนใหญ่พลังมาจากใจมากกว่าค่ะ เคยนะ เหนื่อยมาก ไม่ไหวแล้ว แต่ถามตัวเองว่า จะห่อเหี่ยวทำไม แฟนเพลงก็กรี๊ดๆอยู่หน้าเวที คิดแบบนี้ใจมาค่ะ หนูเคยป่วยนะ เหมือนจะล้มทั้งยืน ร้องเพลงไม่ได้ แต่พอขึ้นไปบนเวที เหมือนไม่เป็นอะไร ไปเจอคน หายเป็นปลิดทิ้ง บางทีร้องเพลงเสร็จ ลงมา อาเจียนตั้งแต่บันได เราทำเต็มที่ไง แต่หลังๆก็ปรับค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา เมื่อก่อนไม่แตะเลย ไม่เข้าวัด เดี๋ยวนี้เข้าแต่วัด เหมือนเราโตขึ้น ใจเข้าถึง ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ”

นักร้องสาวเสียงดีเล่าถึงฝันของวันพรุ่งนี้พร้อมทั้งฝากฝังผลงานของเธอไว้

ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ แต่ตอนนี้เข้าหลัก ๓ แล้ว ทำไมร่างกายไม่เฟิร์ม

เหมือน ๕ ปีที่แล้ว เริ่มคิดแล้วนะ (หัวเราะ) ตอนนี้เริ่มเก็บตังค์ค่ะ กระตือรือร้น ทำๆๆ เผื่อวันหน้าร่างกายโทรมลง ร้องเพลงไม่ได้ หรือมีคลื่นลูกใหม่มาเยอะแยะแล้วเราดร็อปลง มีลูกจะได้เลี้ยงลูกได้สบาย ก็วางแผนค่ะ ตอนนี้ทำต่อไปจนกว่าแฟนเพลงจะไม่ต้อนรับ ทำด้วยใจรัก

แตนไม่ได้คิดอะไรมากเลย ขอเป็นแค่ดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าด้วย ยืนให้เห็นเฉยๆ แต่ไม่เคยคิดจะเป็นดวงใหญ่กว่าใคร หรือส่องแสงสว่างกว่าใคร ขอแค่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองฝันไว้ก็พอ ขอยืนอยู่ด้วยคนนะ แค่นี้เองค่ะ”

นี่คือหัวใจร้องเพลง ของ “ตั๊กแตน-ชลดา” ที่หลายคนได้อ่านแล้วคงเข้าใจ เหตุใดเธอจึงร้องเพลงได้ไพเราะเช่นนี้