ผ้าเขียนลายขี้ผึ้ง ของชนเผ่าม้ง

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

บ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ห่างจากตัวอำเภอแม่ริม 21 กิโลเมตร (ทางทิศตะวันตก) ในปี 2547 ได้มีการแยกหมู่บ้านออกมาเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นมากขึ้น ซึ่งได้แก่ บ้านแม่สาใหม่ และบ้านแม่สาน้อย ทั้ง 2 หมู่บ้านมีอาชีพทางการเกษตร (ลิ้นจี่ ผัก พริกยักษ์) หัตถกรรมด้านผ้าปัก และการเขียนลายขี้ผึ้ง เพื่อนำมาตัดเย็บชุดชาวเขาเผ่าม้ง

ผ้าไหมดิบที่นำมาเขียนเป็นลวดลายต่างๆ เพื่อที่จะทำเป็นกระโปรงของผู้หญิงม้งนั้น ทำมาจากเปลือกของเส้นใยกัญชงที่แห้งสนิท นำมาฉีกออกเป็นเส้นเล็กๆ เป็นเส้นด้ายขนาดเหมาะกับการทอผ้า จากนั้นนำไปตำในครกกระเดื่อง เพื่อให้เปลือกนอกที่หุ้มติดกับเส้นใยหลุดออกไป ให้เหลือแต่เส้นใยแท้ๆเท่านั้น เพราะเส้นใยกัญชงแท้จะมีความอ่อนตัว และสะดวกแก่การปั่น แล้วจึงนำมาพันม้วนๆ เป็นก้อนโดยใช้ตีนดั่ว (เครื่องมือเฉพาะในการพันเส้นใยกัญชง) ทำมาจากไม้กลมๆ เส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ 8-10 นิ้ว มีที่ถือทำด้วยหวายถัก ในขณะที่นำมาพันแกนไม้นั้น จะมีการต่อเส้นใยกัญชงแต่ละเส้น โดยใช้นิ้วมือขยี้ส่วนปลายของเส้นใยกัญชงให้แตกออกเป็นสองเส้น จากนั้นก็จะนำอีกเส้นหนึ่งมาต่อกับเส้นเดิม เมื่อเส้นใยกัญชงเต็มแกนแล้วจะคล้ายกับรองเท้าจีน จากนั้นจึงถอดไม้ออกเก็บม้วนเส้นใยไว้ นำไปจุ่มน้ำร้อนให้อ่อนตัว แล้วนำไปตีเป็นเกลียว โดยผ่านการเข้าเครื่องตีเกลียว (ชั้วดั่ว) เส้นใยที่ผ่านการปั่นเป็นเกลียวแล้วจะกรอไว้ในแกนที่เรียกว่า ซาย ซึ่งเครื่องชั้วดั่วเครื่องหนึ่งสามารถที่จะใส่แกนเส้น ใยกัญชงได้ครั้งละ 4 - 6 แกนเมื่อเสร็จก็จะเปลี่ยนชุดใหม่อีก

จากนั้นก็ดึงด้ายออกจากแกนเข้าเครื่องเพื่อเก็บต่อไป จากนั้นนำด้ายเส้นใยกัญชงมาฟอกสี และทำให้ด้ายอ่อนตัว โดยนำมาต้มกับน้ำขี้เถ้าประมาณ 4 กะละมัง นำมาร่อนเศษถ่านออกแล้วผสมน้ำใส่ลงในกระทะใบบัวเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 - 3 1/2 ฟุต เอาไจด้ายกัญชงลงต้มจนด้ายนิ่มยกลง และเอาไจด้ายคลุกกับขี้เถ้า แช่ไว้เช่นนั้น เมื่อแห้งสนิทแล้วนำไปต้มกับน้ำขี้เถ้า แช่ไว้ 1 คืน ล้างขี้เถ้าออกให้หมด ตากให้แห้ง ทำซ้ำเช่นนี้จนกว่าเส้นใยจะขาวจนพอใจ จึงซักให้สะอาด แล้วนำเส้นด้ายที่ปั่นเรียบร้อยแล้วมาทอเป็นผ้าไหมดิบ เมื่อทอเรียบร้อยแล้วก็จะนำมารีดด้วยก้อนหิน ซึ่งก้อนหินนี้ใช้สำหรับในการรีดผ้าไหมดิบเท่านั้น หากว่าไม่รีดให้เรียบแล้ว เวลานำผ้าไหมดิบมาเขียนเป็นลวดลายจะไม่สามารถเขียนได้ เนื่องจากมีปมของเส้นด้ายที่ต่อกันด้วย หากว่าไม่เรียบก็จะเขียนลวดลายได้ไม่สวย

การเขียนลายขี้ผึ้ง เริ่มจากนำขี้ผึ้งมาละลายหรือต้มให้ร้อน โดยนำกระป๋องที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 10 เซนติเมตร เจาะฝาข้างหนึ่งออก แล้วไม่ต้องตัดทิ้ง และทำให้ฝาข้างที่เจาะขึ้นนั้นมันเรียบร้อย พร้อมกับสามารถที่จะเป็นที่หยดน้ำขี้ผึ้งได้ บริเวณรอบๆ จากนั้นนำขี้ผึ้งใส่ลงไป นำกระป๋องไปอุ่นกับถ่านที่ร้อนจัด จนขี้ผึ้งละลาย จึงนำมาใช้ได้ จากนั้นนำผ้าไหมมาสร้างตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเท่ากันช่องละประมาณ 2-3 เซนติเมตร สร้างตารางให้เต็มผ้าไหมดิบ ใช้ดินสอขีดเส้นตาราง หรือปากกาน้ำเงินก็ได้ ไม่ควรที่จะใช้ปากกาสีแดง เพราะเมื่อย้อมผ้าไหมแล้วยังเห็นสีแดงอยู่ทำให้ไม่สวย จากนั้นนำปากกาเขียนขี้ผึ้ง ที่เรียกว่า ดาต้ะ ทำจากแผ่นเหล็ก หรือทองเหลืองรูปสามเหลี่ยมที่มีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร ขัดด้านหนึ่งให้เรียบ เหลาไม้ไผ่ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ1 -2 เซนติเมตร ผ่าปลายด้านใดด้านหนึ่ง แล้วนำแผ่นเหล็กสามเหลี่ยม มาสอดใส่ลงไปในช่องรอยผ่าแล้วมัดให้เรียบร้อย วิธีใช้คือนำปากกาไปจุ่มขี้ผึ้ง แล้วนำมาเขียนลวดลายต่างๆบนผ้าไหมดิบ

หลังจากเขียนลวดลายเสร็จ นำผ้าบาติคไปย้อมครามให้ดำ เมื่อย้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นำไปล้างสีครามออกให้หมด โดยนำผ้าบาติคมาแช่น้ำเย็น แล้วยกผึ่งรอให้แห้งก่อนนำไปต้มกับน้ำร้อนในกระทะที่ตั้งน้ำเดือดทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที เพื่อล้างคราบขี้ผึ้งออกให้หมด จึงยกออกมาแล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นผ้าบาติคไปตัดตกแต่งให้สวยงาม โดยที่นำผ้าสีอื่นมาปะชุนให้เรียบร้อยแล้วจึงนำมาจับจีบทั้งหมด

นำผ้าที่ปักเรียบร้อยมาต่อกับผ้าบาติค แล้วจัดกลีบให้ตรงกัน ตรงรอยจีบนั้นจะต้องเอาด้ายร้อยไว้แน่น เพื่อให้จีบสามารถอยู่ได้นาน และจัดตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อจับจีบเรียบร้อยแล้วจะต้องเก็บประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้จีบคงทน และสวยงาม...เมื่อถึงงานเทศกาลปีใหม่ของชนเผ่า สาวๆม้งก็จะมีกระโปรงใหม่ใส่รับเทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริงค่ะ