น้ำฝักคูน...ยาระบายปรับสมดุลลำไส้

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

อาการท้องผูกเป็นปัญหาทางสาธารณสุข ที่พบได้ประมาณร้อยละ 5-20 ซึ่งวิธีการรักษาโดยทั่วไป คือ การรับประทานยาระบาย แต่การใช้ยาระบายในการเยียวยานั้น ทำให้เกิดการระคายและกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ จนกระทั่งลำไส้เกิดความเคยชิน ทำให้ต้องเพิ่มขนาดการใช้ยามากขึ้นเรื่อยๆ และไม่สามารถหยุดการใช้ยาได้

จากปัญหาการใช้ยาระบายที่ไม่เหมาะสม หรือมีผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังจำนวนมากขึ้น ทาง มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงพัฒนายาระบายจากเนื้อฝักคูนและสมุนไพรหลายชนิด เพื่อปรับระบบการขับถ่ายให้สมดุล ปัจจุบันอยู่ในบัญชียาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แล้วจากการติดตามผลการใช้ยาในผู้ป่วย ที่สภาวะหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จึงเกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง หรือมีการใช้ยาระบายแต่ยังไม่ได้ผล พบว่าผู้ป่วยทุกคนสามารถขับถ่ายได้ดี หลังจากรับประทานยาระบายผสมน้ำฝักคูน 6-8 ชั่วโมง โดยไม่มีอาการไซ้ท้อง ปวดมวนท้อง และท้องเสีย

ตำรับยาระบายน้ำฝักคูน เกิดจากการค้นคว้าวิจัย บนฐานความคิดของแพทย์แผนไทย ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุล จึงหาส่วนผสมที่ฤทธิ์ระบายในกลไกต่างกัน เพื่อมาช่วยเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน ลดผลข้างเคียงยาสมุนไพรแต่ละชนิด และไม่ทำให้เกิดการพึ่งพิงยา อันเป็นสาเหตุอาการไซ้ท้อง ปวดบิด และท้องเสีย แต่มีสรรพคุณปรับสมดุลลำไส้ ปรับการขับถ่ายเป็นปกติ ไม่เกิดความเคยชินของลำไส้ จึงไม่ต้องเพิ่มขนาดยา

ยาระบายน้ำฝักคูนประกอบด้วย เนื้อในฝักคูน...มีสารประเภท Anthraquinones ปรับระบบการทำงานลำไส้ ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น และอุดมด้วยน้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนแอซิด จึงเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ที่ไวต่อการสูญเสียเกลือแร่ จากการรับประทานยาระบาย ส่วน ตรีผลา คือ ผลสมอไทย ผลสมอพิเภก และ ผลมะขามป้อม...ช่วยทำความสะอาดและปรับการทำงานของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น เหมาะกับผู้ป่วยที่ท้องผูกเรื้อรัง แต่บางกรณีของท้องผูกเรื้อรัง ก็ใช้ตรีผลาอย่างเดียวคงไม่พอ ใบมะกา...ใช้เป็นยาถ่ายเสมหะโลหิต คือเมือกของเสียที่มีความร้อนติดอยู่ตามลำไส้ ผลงานวิจัยพบว่า เป็นยาระบายที่มีประสิทธิภาพดี เทียบฤทธิ์เท่ากับมะขามแขก ดีปลี...เพิ่มไฟธาตุในการย่อยอาหาร ลดการกำเริบของลม อันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาระบาย (การรับประทานยาระบาย จะทำให้มีลมในท้อง การย่อยอาหารไม่ดี) มะขามเปียก...ความเปรี้ยวช่วยขับเสมหะให้ลงสู่ทวาร

การขับถ่ายเป็นหัวใจการมีสุขภาพที่ดี ดังนั้น เมื่อมีอาการท้องผูก จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจ ด้วยของเสียสะสมในทางเดินอาหาร เป็นสาเหตุโรคผนังลำไส้โป่งพอง มะเร็งลำไส้ และริดสีดวงทวาร จึงควรรับประทานเครื่องเทศช่วยย่อย หรืออาหารที่มีกากใยและมีความชุ่มชื้น ทั้งให้ความสำคัญการขับถ่ายเป็นเวลา งดชา กาแฟ ดื่มน้ำให้เพียงพอ การรับประทานสมุนไพร และออกกำลังด้วยโยคะ หรือฤาษีดัดตน จะช่วยการบีบตัวของลำไส้

หากท่านใดมีความสนใจเชิญเข้าเยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพ ภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องของสมุนไพร และการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ