โลกเล็กๆของ "มะลิ"...

ส่องทางรักษ์โลก

"ลงมาได้แล้ว จะเที่ยงแล้วนาไม่หิวบ้างเหร้อ..." เสียงตะโกนจากหญิงสูงวัย ปลุกให้บางชีวิตที่กำลังหลับใหลอยู่บนคาคบไม้ค่อยๆขยับตัว...

"สงสัยหลับอยู่ ประเดี๋ยวหิวมันก็ลงมาเอง..." ยายจุล ผู้เป็นเจ้าของเสียงตะโกนเมื่อครู่ หันมาบอกคนแปลกหน้าก่อนที่เธอจะเดินกลับไปทำงานที่ค้างไว้ ปล่อยให้ชีวิตน้อยๆเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ แต่ก่อนที่มันจะทันได้เอนหลังและหลับตาลงอีกครั้ง...

เสียงพูดคุยจากหญิงกลางคนผู้มาใหม่ฉุดให้ชีวิตบนต้นไทรคืนสู่ความกระปรี้กระเปร่า เจ้าตัวไม่รอช้า เร่งปีนป่ายลงจากยอดสูงมุ่งมาหา "พี่สุ" ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของเธอ...

"มาถึงก็ทำความสะอาดให้เลยนะ..." พี่สุ พูด เมื่อ "มะลิ" มานั่งใกล้ๆ และลงมือคุ้ยแคะแกะเกา หมายจะหาเห็บเหาให้ได้สักตัวตามสัญชาติญาณ...

"ตอนแรกๆ มันมีกันสามสี่ตัว เราก็เห็นตั้งแต่ก่อนน้ำจะท่วมโน่น ไม่รู้ว่าพากันมาจากไหน แต่มันก็อยู่ไม่นาน เพราะคนที่เขามาออกกำลังกายไปบอกเจ้าหน้าที่ให้มาจับ เขาบอกว่าเขากลัวลิงพวกนี้ เพื่อนๆมันก็เลยหายไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่ไม่รู้ว่า มะลิ มันไปหลบตรงไหนจึงรอดมาได้...จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของมันก็ไม่รู้เนาะที่รอดมาได้..." พี่สุ เริ่มต้นเรื่องราวของ มะลิ ชีวิตต่างสายพันธุ์ที่พลัดหลงจากป่าเขาเข้ามาอาศัยในอุทยานสวรรค์ สวนสาธารณะกลางเมือง จ.นครสวรรค์...

"ช่วงนึง มะลิ มันก็โดนเจ้าหน้าที่ตามจับเหมือนกัน พอดีเป็นช่วงที่เราเห็นวิธีจับของเขา เราสงสารมันจับใจก็เลยไปขอกับท่านนายกเทศมนตรีฯ โชคดีที่ท่านใจดี มันเลยได้อยู่ต่อ ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่มายุ่งกับมันอีก..." พี่สุเล่าต่อ ขณะเดียวกับที่ มะลิ ยังคงยุ่งอยู่กับขากางเกงของเธอ...

มะลิ ที่กล่าวถึงคือ ลิงกังเพศเมีย ที่ไม่มีใครรู้ว่า หลุด หลง เข้ามายังสวนสาธารณะกลางเมืองที่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับสัตว์ป่าเช่นนี้ได้อย่างไร เพราะแม้สวนสาธารณะแห่งนี้จะมีพื้นที่กว่า 314 ไร่ แต่ครั้นมันถูกกำหนดมาให้เป็นพื้นที่ของคน นั่นจึงไม่แปลกที่ "มะลิ" จะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอม...

"ทั้งวัยรุ่น ทั้งคนที่ไม่ชอบมัน ก็จะมาแหย่มัน ตีมันอยู่เรื่อยๆ บางทีก็เล่นเอาเลือดกลบปาก เราเห็นก็พยายามบอกคนที่ทำมันนะ น้องก็น่าจะรู้คนพวกนี้มันบอกได้ซะที่ไหน เผลอๆมันจะสวนกลับเราเข้าให้นะสิ แต่พี่ก็พยายามบอกให้เขาเลิก เห็นมะลิมันโดนแต่ละทีสงสารมาก เราก็ต้องเอาไปให้หมอรักษา มันก็เป็นสัตว์จะไปรู้อะไรนักหนา เรารู้มากกว่ามันแต่ดันไปรังแกมัน...เฮ้อ" พี่สุถอนหายใจขณะเล่าถึงความรันทดของ มะลิ ให้ผู้เฝ้าดูได้รู้ได้เห็นถึงชีวิตอีกด้านของคนและสัตว์...

"มันไม่ไปไหนไกลหรอกอยู่แถวๆนี้แหละ ถึงเวลาก็ลงมากินข้าว ไม่ก็ผลไม้ที่ยายวางไว้ให้ อีกอย่างที่มันไปไหนไม่ได้ก็โดนทั้งคนตี ทั้งหมาไล่กัด โดนไล่มาทีก็วิ่งมาหา มันคงเห็นว่าเป็นครอบครัวมันมั้ง เราเองก็สงสารด้วยก็เลยต้องดูแลกันไป..." ยายจุลเสริม...

ผมยกกล้องหมายบันทึกภาพขณะ มะลิ นั่งอยู่บนตัก พี่สุ แต่ก่อนจะทันได้กดชัตเตอร์ แววตาที่ปรากฏในช่องมองภาพกลับทำให้ต้องครุ่นคิดอยู่นาน...

แม้ มะลิ จะนั่งอยู่บนตักอันอบอุ่นของ พี่สุ หากแววตาที่ปรากฏ กลับทำให้ผู้เฝ้าดูรับรู้ถึงความเหงา เศร้า ที่เจืออยู่ในความปลอดภัยของชีวิตน้อยๆ เช่น มะลิ...

"เอ้ามากินมะม่วง ยายปลอกให้แล้วนี่มา..." ยายจุลตะโกนบอกพร้อมกับนำมะม่วงที่หั่นไว้ไปวางใส่ในถาด มะลิ จึงยอมลงจากตัก พี่สุ และเดินไปยังถาดอาหารของตน ปล่อยให้ พี่สุ ได้ไปล้างมือล้างไม้ และไปร่วมวงกินข้าวกับยายจุลที่จัดหาสำรับกับข้าวเอาไว้...

ระหว่างที่ทั้งสามชีวิตจัดการกับอาหารมื้อเที่ยงในที่ทางของตนเอง มะลิ กัดกินแอปเปิ้ลไปสองสามคำ ก่อนจะวางลงในถาด และหันหน้าไปทางต้นไม้ใหญ่ริมน้ำอันเป็นที่ซึ่งกะรอกสองตัวกำลังวิ่งไล่หยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน...

มะลิ นิ่งมองเช่นนั้นเนิ่นนาน ผมลดกล้อง และหยุดการบันทึกภาพลงเพียงเท่านั้น...

หยุดบันทึกด้วยเข้าใจดีว่า ความเศร้า ความเหงา ที่ มะลิ กำลังเผชิญอยู่ในวิถีชีวิตลำพังนั้น มันแสนสาหัสเพียงใด...

และแม้วันนี้ มะลิ จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจาก ยายจุล และพี่สุ แต่นั่นก็หาใช่สิ่งที่จะยืนยันได้ว่า ลิงกังเพศเมียตัวนี้จะสามารถดำรงอยู่ในโลกเดียวกันกับสังคมมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย...

"อย่าไปไหนไกลล่ะ มานี่มาเร็ว..." ยายจุลตะโกนเรียก มะลิ ละสายตาจากกะรอกสองตัวและเดินกลับมาอยู่ในพื้นที่ของตนเอง...

พื้นที่ที่เหลืออยู่อีกไม่มากนักของชีวิตเช่นมัน...