บ้านสวนกุหลาบอานนท์

เกษตรพอเพียง

กุหลาบ ราชินีแห่งสวนดอกไม้ที่ใครๆ ก็หลงรัก เมื่อมีเธออยู่ในสวน ความงามอันพิเศษของเธอก็พลันบดบังรัศมีของดอกไม้อื่นๆ ให้กลายเป็นเพียงไม้ประดับไปในทันที แถมเธอยังมีกลิ่นหอมลึกล้ำ อันเป็นเสน่ห์น่าหลงใหลอีกด้วย

ด้วยตำนานที่เล่าขานกันมา ทำให้กุหลาบกลายเป็นตัวแทนของความรัก เป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์มาจนทุกวันนี้ เดือนกุมภาพันธ์ จึงถือเป็นเดือนของเธออย่างแท้จริง เพราะหนุ่มๆก็จะเตรียมซื้อดอกกุหลาบแสนสวยเอาไว้มอบให้สาวคนพิเศษ และแม้ไม่ใช่คู่รัก คนที่มีความรู้สึกดีๆต่อกัน ก็นิยมมอบดอกกุหลาบเพื่อเป็นตัวแทนของความสุขและความสดชื่นให้แก่กัน เดือนนี้จึงเป็นเดือนที่คุณกุหลาบเธอมีค่าตัวสูงที่สุดในรอบปีทีเดียว

"เกษตรพอเพียง" ฉบับแรกของเดือนกุมภาพันธ์ ขอเกาะกระแสวาเลนไทน์ด้วยการชวนคุณผู้อ่านไปเที่ยวชมสวนกุหลาบ ไปดมกุหลาบ ไปเก็บกุหลาบ และไปคุยเรื่องการปลูกกุหลาบกับเกษตรกรเจ้าของสวนกุหลาบกันค่ะ

สวนแห่งนี้มีชื่อว่า "บ้านสวนกุหลาบอานนท์" ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาดจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม...การเดินทางก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ "ผักหวาน" ไปตั้งต้นที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ เพื่อไปขึ้นรถตู้ที่เขียนว่าไป ราชบุรี - สายใต้ - อนุสาวรีย์ ค่ารถ 40 บาทเองค่ะ ลงรถตู้ที่แยกพระประโทณ - บ้านแพ้ว ต่อรถสองแถวหวานเย็น ขับเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไปตามถนนสายพระประโทณ - บ้านแพ้ว พักเดียวก็ถึงที่หมาย คอยสังเกตป้าย "บ้านสวนกุหลาบอานนท์" ซึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ (จุดสังเกตคือ อยู่เยื้องกับโรงงานน้ำผลไม้ดีโด้)

เมื่อลงรถ เดินเลยป้ายหน้าร้านเข้าไปด้านใน ก็เห็นต้นกุหลาบในกระถางดำวางเรียงกันเป็นแพ กว้างใหญ่มาก แต่ไม่เห็นมีแปลงกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อได้พบกับ อานนท์ บุญส่ง เจ้าของสวน จึงถึงบางอ้อว่า ที่ตรงนี้เป็นหน้าร้าน และเป็นที่เพาะชำกุหลาบ แต่ส่วนที่เป็นแปลงปลูกกุหลาบนั้น ยังมีอยู่อีกสวนหนึ่ง

คุณอานนท์ หรือคุณปุ้ม เปิดโอกาสให้ "ผักหวาน" ได้เดินสำรวจและเก็บภาพโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วยกุหลาบนานาพันธุ์ในกระถางน้อยใหญ่ ทั้งพันธุ์ดอกเล็ก ดอกใหญ่ ดอกกลาง ไปจนถึงกุหลาบหนูน่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋ม เดินลึกเข้าไปด้านใน ก็ได้พบกับโรงเพาะชำกุหลาบ ซึ่งกั้นล้อมไว้ด้วยสแลนสีดำ เมื่อลองแหวกสแลนยื่นหน้าเข้าไปดูข้างใน ก็ได้เห็นกุหลาบต้นน้อยๆ เรียงกันอยู่อย่างหนาแน่นเหมือนพรมสีเขียวหนาๆ ผืนมหึมา ดารดาษด้วยดอกสีแดงเล็กๆ ชูช่ออยู่ทั่วทั้งผืนพรม ต้นกุหลาบเหล่านี้ถูกเพาะบ่มด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความชื้น ชุ่มฉ่ำด้วยละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ความชื้นทำให้โรงเพาะชำเขียวครึ้มไปด้วยมอส และตะไคร่น้ำที่ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดูแล้วที่นี่คงเป็นเนิร์สเซอรี่แสนสุขของกุหลาบเด็กๆ เขาละค่ะ

คุณปุ้มอธิบายว่า "ที่นี่จะทำต้นพันธุ์ทั้งหมด เพื่อเอาไว้ขายหน้าร้าน การเพาะก็เริ่มจากการตัดกิ่งเอาไปชำในขี้เถ้าแกลบ แล้วสเปรย์น้ำทั้งวัน แต่การให้น้ำต้องกำลังดี ไม่ชื้นเกินไป เพราะถ้าแฉะไปก็เน่า ใช้เวลา 20 วัน พอออกรากแล้วก็เอาไปลงกระถาง 6 นิ้ว โดยใช้มะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว กับดินผสมกัน แล้วก็อัดลงกระถาง เลี้ยงไว้ที่หน้าร้าน แล้วก็ต้องคอยใส่ปุ๋ยทุกๆ 10 วัน รวมถึงกำจัดแมลงและกันเชื้อราทุกๆ 5 วัน"

เห็นปริมาณเยอะแยะมากมายขนาดนี้ แต่คุณปุ้มบอกว่า ยังทำไม่พอขายเลย เพราะจะมีลูกค้ามาซื้อทุกวัน และทั้งวัน แต่ละเจ้าก็ซื้อกันเป็นพันๆ กระถาง

หลังจากเก็บภาพได้พอสมควรแล้ว คุณปุ้มก็พานั่งรถต่อไปยังสวนอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างกันไม่มากนัก ที่นี่เป็นแปลงกุหลาบที่ปลูกเฉพาะกุหลาบสำหรับตัดดอกขายโดยเฉพาะ แปลงกุหลาบบนเนื้อที่ 11 ไร่ มองได้ยาวไกลไปจนสุดลูกหูลูกตา

"กุหลาบนี่ ปลูกซ้ำที่ไม่ได้นะ เราต้องย้ายไปเรื่อยๆ ถ้าซ้ำที่แล้วจะไม่งาม" คุณปุ้มบอกกล่าวกับเรา

เนื้อที่เยอะแยะขนาดนี้ การดูแลคงเป็นงานหนักไม่ใช่เล่นเลยนะคะ แต่สำหรับคุณปุ้มบอกว่า สบายมากเพราะเป็นคนรักต้นไม้อยู่แล้ว

"ผมโตมากับสวนกุหลาบ เห็นพ่อแม่ทำมา เราก็อยากทำเองบ้าง เราช่วยพ่อแม่ทำมาทุกอย่างก็เลยรู้เรื่องปลูกกุหลาบมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่าทำจนรู้ใจเขาแล้ว ส่วนรายได้ก็โอเคนะ"

นอกจากสวนหน้าร้านและแปลงกุหลาบที่นี่แล้ว คุณปุ้มยังมีสวนอยู่แถวตลาดจินดา รวมทั้งหมดก็ 4 สวน

"เมื่อก่อนนี้จะปลูกขายดอกอย่างเดียว แต่เวลาปลูกต้องคอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เคยปลูกสีนี้แล้ว ต่อไปก็เปลี่ยนเป็นสีอื่น แล้วก็มีกุหลาบสำหรับเก็บดอกร้อยมาลัย เก็บดอกเสร็จแล้ว กิ่งเราก็จะตัดขายให้แปลงชำก่อน เขาก็เอาไปชำขาย เขาซื้อเรากิ่งละบาท พอต่อมา กิ่งเยอะๆ เขาไม่ซื้อ เราก็ต้องทิ้ง ก็เลยต้องหันมาทำแปลงชำเอง เวลาทำแปลงชำเองก็มีเหลือคาในแปลงอีก ก็เลยคิดเลี้ยงในกระถาง พอเหลือจากที่ขายไม่ได้เป็นถุง ก็เอาลงกระถางขายอีก คือทำให้มันครบวงจรเลย พอเอาลงกระถาง หากยังไม่มีลูกค้าซื้อ เราก็ตัดแต่ง มันก็แตกใหม่ รอลูกค้ามาซื้อ มีเท่าไหร่ก็ขายหมด"

การทำสวนกุหลาบ ในแง่ของเกษตรกรนั้น คุณอานนท์บอกว่า "ก็ยากอยู่นะ เพราะเราต้องดูแลใกล้ชิดเลยละ บางครั้งลมตะวันตกมา ทั้งที่เราเพิ่งจะฉีดยาไปวันสองวัน แต่เพลี้ยไฟก็จะมาเหมือนกัน พอเพลี้ยไฟเข้านี่เราต้องรีบฉีดเลย แต่ลมตะวันตกจะไม่ค่อยมาบ่อย ส่วนมากลมจะมาจากทางเหนือกับทางใต้ กิจวัตรประจำวันของผมคือ ตื่นเช้าขึ้นมาต้องคอยดูแล รดน้ำ ฉีดยา แต่งกิ่ง ตัดกิ่ง กุหลาบต้องรดน้ำทุกวัน ไม้กระถางที่หน้าร้านจะรดน้ำวันละ 2 ครั้ง แต่ที่สวนซึ่งปลูกลงดินรดวันละครั้งเดียว เวลาที่ดีที่สุดคือตอนเช้า จะได้ล้างน้ำค้างไปด้วย"

สวนของคุณอานนท์มีกุหลาบทุกพันธุ์ แต่ไม่ได้ส่งขายปากคลองตลาด "เราตัดดอกแล้วเอากิ่งชำ เพื่อจะเลี้ยงกระถาง ก็จะมีกุหลาบหนู หนูกลาง หนูใหญ่ มีกุหลาบมอญ จุฬาลงกรณ์ แดงกาล่า ชมพูสปอต ชมพูหวาน วาเลนไทน์ ฯลฯ ที่นิยมมากก็วาเลนไทน์ แต่พันธุ์นี้ต้องอย่าให้แฉะ น้ำมากเขาไม่ชอบ"

จากการได้คุยกับคุณปุ้ม ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ทำให้ได้ทราบว่า ที่ตำบลตลาดจินดานี้ เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่สำคัญทีเดียว ซึ่งเมื่อก่อนนี้จะปลูกกันเยอะมาก ที่อื่นไม่ค่อยมี แต่ในภายหลัง พอปลูกกันจนหมดพื้นที่แล้ว คนตลาดจินดาก็ย้ายขึ้นไปอยู่แม่สอด จ.ตาก ไปปลูกที่โน่นแล้วก็ส่งกลับมาขายที่บางคลองตลาด ทุกวันนี้ กุหลาบตัดดอกที่เห็นขายอยู่ ไม่มีของบ้านเราแล้วนะ เป็นของแม่สอดทั้งนั้นเลย ที่ตลาดพบพระ ก็คนบ้านเรานี่แหละขึ้นไปทำ แล้วก็ส่งกลับมาขายที่ปากคลองตลาด ส่งมาวันละเยอะมาก หลายแสนดอก"

กุหลาบที่สวนคุณอานนท์ เน้นขายเป็นแบบกระถางและกุหลาบตัดดอกสำหรับร้อยมาลัย "ส่วนตรงนี้เป็นส่วนที่ผมเพิ่งมาบุกเบิกยังไม่ทันได้ปีเลย ต้นพันธุ์ที่ผมปลูกไว้นี่ก็จะเยอะขึ้นแล้ว เราสามารถจะขยายหน้าร้านได้อีก ไม้ประดับอื่นๆ ที่เราปลูกไว้ เช่น มะลิ โกศล คุณนายตื่นสาย ชบา เทียนหยด ฯลฯ นั่นคือต้นพันธุ์ที่เราเอามาขายหน้าร้านทั้งหมด ดอกไม้ที่เห็นทุกอย่าง พอแตกยอดลูกค้าก็มาเก็บหมดแล้ว มาซื้อทีเป็นพันกระถาง ลูกค้าส่วนใหญ่จะบอกต่อๆกัน ตอนนี้ตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป โดยเฉพาะลูกค้าประจำจากบางบัวทอง ก็มารับจากเราเอาไปลงหน้าร้านเลย ไม่ต้องเลี้ยงเองเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งตอนนี้ ลูกสาวคนโตก็มาช่วยด้านโฆษณาเป็นหลัก ทางเว็บไซต์ ทางเฟซบุ๊ค ก็ดีนะ ทำให้มีลูกค้าเพิ่ม ตลาดก็จะกว้างขึ้น อนาคตก็คิดจะขยายอีกแน่นอน"

ในมุมมองของคนปลูกกุหลาบขายมาตลอดชีวิต คุณอานนท์มีความเห็นว่า ตลาดไม้ดอกไม้ประดับในเมืองไทยยังไปได้อีกไกล เพราะยังมีความต้องการอีกมาก "ทุกวันนี้ก็ทำขายไม่พอ ยิ่งปีที่แล้ว หลังน้ำท่วม เชื่อมั้ยหน้าร้าน มีลูกค้ามาซื้อกันถล่มทลาย เก็บกันจนเตียนเลย ไม่มีวางเต็มแบบที่เห็นนี่หรอก"

แม้จะปลูกกุหลาบมาทั้งชีวิต แต่คุณปุ้มก็ยืนยันว่า "อนาคตก็จะปลูกกุหลาบไปเรื่อยๆ ไม่ทิ้งหรอก ยิ่งรักใหญ่เลย คือที่เราทำได้ขนาดนี้ เพราะเรารักด้วย และเราใส่ใจมากกว่า ต้นไม้เนี่ย ลูกน้องจะมาทำหักไปสักต้นนี่หงุดหงิดเลย คืออยู่กับต้นไม้ เราต้องรักเขา ผมอยู่กับต้นไม้นี่ดีอย่างนะ ไม่เครียด มีความสุข"

ในช่วงวาเลนไทน์ของทุกปี กุหลาบที่ไหนๆ ก็ขายดีมากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่า สนนราคาก็ย่อมจะสูงตามไปด้วย แต่สำหรับที่นี่ คุณปุ้มยืนยันว่า ยังคงขายในราคาเดิม คือกระถางละ 12 บาท แถมคุณปุ้มยังให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับคนที่คิดจะหาซื้อกุหลาบไปให้หวานใจอีกด้วยนะคะ "ในช่วงที่คนหันมานิยมกันมากๆ ถ้าซื้อแบบเป็นดอกให้กันก็หลายสตางค์นะ สู้ซื้อทั้งกระถางแบบนี้เลย มีดอกสองดอกติดไปด้วย ปลูกไว้ดูได้นานๆ ถูกกว่าเยอะ"

เข้าท่าดีนะคะ ให้เป็นดอก ได้ชื่นชมเพียงแป๊บเดียวก็เหี่ยวแล้ว ให้ทั้งต้นทั้งกระถาง ผูกโบว์ซะหน่อย หวานใจเอาไปดูแล รดน้ำต่อได้เลย ได้ชื่นชมดอกสวยๆ นานเป็นปี แถมยังทำให้นึกถึงคนให้ไม่รู้ลืมอีกด้วย...

โชคดีที่วันนั้นก่อนจะลากลับ มีคนงานเพิ่งพายเรือเก็บดอกกุหลาบกลับมาพอดี ในเข่งใบใหญ่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดง แล้วยังมีเข่งเล็กอีกหนึ่งเข่ง พี่คนงานบอกว่าทั้งหมดนี้ประมาณสามพันกว่าดอก สำหรับขายให้แม่ค้าที่เอาไปร้อยมาลัย "ผักหวาน" เลยได้ถ่ายรูปดอกกุหลาบบานฉ่ำกันแบบเต็มๆตา

เมื่อเอาขึ้นจากเรือแล้ว เห็นพี่คนงานสองสามคนช่วยกันเทดอกกุหลาบออกจากเข่ง แล้วเลือกบางส่วนแยกออกไว้ต่างหาก ไถ่ถามได้ความว่า เป็นดอกที่ถูกคัดทิ้งเพราะมีหนอน ด้วยความเสียดาย "ผักหวาน" เลยออกปากขอเอาใส่ถุงกลับบ้าน (โดยมีน้องหนอนติดมาด้วย ไม่เป็นไร จะพาไปเที่ยวกรุงเทพฯนะจ๊ะ)...ก็มันยังสวยและหอมด้วยนี่นา

ใครสนใจอยากจะไปเยี่ยมชมสวนกุหลาบของคุณอานนท์ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.houserosegarden.com/ หรือโทร.08-9882-8484 นะคะ

***********************

เคล็ดลับการรักษาความสดของดอกกุหลาบ :

1. ดอกกุหลาบที่ซื้อมาจากร้าน หากเอามาถึงบ้านแล้วเริ่มเหี่ยวเฉา มีวิธีทำให้กลับมาสดเหมือนเดิมได้โดยนำไปแช่น้ำธรรมดานี่ละค่ะ วิธีนี้ "ผักหวาน" ลองทำแล้ว ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ กุหลาบกลับมาสดชื่นเหมือนเพิ่งตัดจากต้นใหม่ๆ ทีเดียว

2. ตามสวนที่ตัดดอกขาย เขามีวิธีรักษาความสดของดอกกุหลาบไว้รอลูกค้ามารับโดยการห่อดอกกุหลาบด้วยหนังสือพิมพ์ ( เหมือนที่ห่อขายตามปากคลองตลาด ) แล้วเอาใส่ถังแช่น้ำแข็ง โดยใช้น้ำแข็งโม่ละเอียดรองพื้นถัง แล้วเอากุหลาบวางนอน แล้วก็รองด้วยน้ำแข็งอีก (หนาประมาณฝ่ามือหนึ่ง) วางสลับกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถคงความสดสวยไว้ได้นานร่วม 20 วัน