โครงการศิลปินดาวเด่นบัวหลวง 101...เส้นทางเรียนรู้สู่การเป็นศิลปิน

ลีลาศิลป์

หลังจากได้ผ่านการบ่มเพาะวิชาการด้านศิลปะมาอย่างเคี่ยวกรำ ในที่สุดก็ถึงเวลาของ...ดาวเด่นดวงใหม่แห่งวงการศิลปะ ที่จะส่องประกายฉายแววความปราดเปรื่อง เมื่อวันสุดท้ายของการแข่งขันโครงการ "ศิลปินดาวเด่นบัวหลวง 101" ปีที่ 5 การสร้างสรรค์ผลงานจากเหล่านักศึกษาด้านศิลปะ ที่เสร็จสิ้นอย่างเรียบร้อยแล้ว

โดย มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ผู้ริเริ่มโครงการจัดงานประกาศผลมอบรางวัลให้กับเยาวชนผู้สร้างสรรค์ผลงาน ที่ได้ถูกตาสะดุดใจแก่คณะกรรมการ ซึ่งเป็นบรมครูทางด้านวงการศิลปะทั้งหมดและมากที่สุด ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการเข้าแข่งขันทุกครั้ง เปรียบเสมือนการเปิดแคมป์ศิลปะ เพื่อเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์ศิลปะมาอยู่รวมกัน เพื่อแข่งขันวาดภาพกันสดๆ ในรูปแบบเรียลลิตี้โชว์เป็นเวลา 10 วัน ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 50 คน จากจำนวน 25 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ และประธานโครงการศิลปินดาวเด่นบัวหลวง 101 ผู้มีส่วนปั้นดาวเด่นดวงใหม่ขึ้นมาประดับวงการศิลปะอย่างต่อเนื่องมาหลายปี กล่าวถึงผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ปีนี้ว่า มีความรู้สึกชื่นใจที่ปีนี้ มาตรฐานผลงานของเด็กๆดีขึ้นทั้งหมดเลย แล้วก็มีความตั้งใจกันจริงจัง มีความสามัคคี มีความรู้สึกพอใจ และดีใจกับการที่ได้มีส่วนร่วมด้วยกัน

"ตัวเองก็ร่วมเป็นกรรมการตัดสินด้วย คนที่ได้รับรางวัลที่ 1 ฝีมือดีมากค่ะ ใช้เทคนิคการวาดภาพขาว-ดำในการแสดง ซึ่งจะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้สี ก็สามารถถ่ายทอดถึงความรู้สึกผลงานได้ และปีนี้ ผลงานเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก จนต้องมีการเพิ่มรางวัลขึ้นมาเป็น 4 รางวัล โดยที่เราเรียกเป็นรางวัลพิเศษนั้น ก็เพราะว่าเวลาที่เราตัดสิน ที่จริงจะต้องเลือก 3 ผลงานสุดท้ายที่จะได้รับรางวัล แล้วก็เอาทั้ง 3 ผลงานไปตัดสินอีกทีว่าใครจะได้รางวัลระดับไหน ปรากฏว่ากรรมการให้คะแนนเท่ากัน ระหว่าง 3 กับ 4 และไม่มีใครอยากตัดใครออก ในเมื่อให้คะแนนเท่ากันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะให้รางวัลไป แล้วก็ตัดสินว่าใครได้ที่ 3 ซึ่งเป็นรางวัลดีเด่น แล้วก็คิดว่าน่าจะให้รางวัลพิเศษอีก 1 รางวัล

...สำหรับตัวโครงการ ผลตอบรับดีขึ้น ปีนี้เป็นปีที่ 5 ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ก็รวมตัวกันดี แล้วจัดนิทรรศการของเขามาโชว์กัน เราก็มีความรู้สึกว่า เด็กๆมาจากหลากหลายสถาบัน กว่า 20 สถาบันทั่วประเทศ แต่หลังจากที่จบแล้วก็สามารถเกาะกลุ่มกัน แล้วก็นำผลงานของแต่ละคนออกมาแสดง เราดีใจปีนี้มีพัฒนาการขึ้นมาก มีโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย จัดเฟซบุ๊คกลุ่มของเขาขึ้นมาเอง คือดาวเด่นบัวหลวง รุ่นที่ 5 ก็จัดเป็นกลุ่มกันเองเลย เพราะฉะนั้นเหมือนกับว่าได้มีการแลกเปลี่ยนผลงานกัน ได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน

...จริงๆแล้วสิ่งที่พยายามที่จะปลูกฝังก็คือ ให้ประชาชนทั่วไปหันมาสนใจศิลปะ แล้วส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากพวกเด็กเองด้วย เด็กๆเหล่านี้ก็มาจากหลากหลายสถาบัน และก็น่าจะนำไปเผยแพร่ต่อไปได้อีก และโครงการนี้น่าจะมีต่อไปเรื่อยๆ เพราะตอนนี้เราเห็นว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 5 อย่างรุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 4 รุ่นที่ 1 หลังจาก 4 ปีก็ได้รับรางวัลบัวหลวงแล้ว ซึ่งถือเป็นรางวัลระดับชาติแล้ว คนอื่นก็คงจะมองเห็นพัฒนาการ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น จากสิ่งที่ได้รู้ในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้เด็กๆอาจจะฝึกฝนตัวเอง เตรียมตัวเองให้ขึ้นเป็นศิลปินระดับชั้นต่อไป จากโครงการนี้เป็นก้าวหนึ่งที่จะช่วยให้ไปต่อได้ค่ะ"

ภายในงานก่อนจะประกาศผลรางวัล อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ได้ให้ข้อคิดกับสมาชิกดาวเด่นบัวหลวง รุ่นที่ 5 อีกด้วย ซึ่งเป็นวันที่กรรมการทุกคนมีความสุขมาก ทุกครั้งในการตัดสินงานของทุกรุ่น ตั้งแต่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ก็มีความสุข แต่การตัดสินในครั้งนี้รู้สึกว่า จะมีความสุขมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะงานปีนี้โดยส่วนรวมแล้วหลากหลาย และก็น่าตื่นเต้นที่เด็กๆค่อนข้างเอาจริง

"การตัดสินผลงานรุ่นนี้ มีการต้องถกเถียงเยอะ ปกติแล้วเราจะได้ 3 ผลงานจาก 3 คน แต่งวดนี้ต้องถกเถียงกัน จนกระทั่งกลายเป็น 4 คน เพราะเป็นรุ่นที่เก่งและพิเศษมาก แล้วกรรมการมีความสุขมาก กับการได้เห็นพัฒนาการของทุกคน ทำให้มาตรฐานโดยรวมของปีนี้สูงมาก และก็มีความหลากหลาย มีไอเดียที่ดี เราจึงภาคภูมิใจกับรุ่นนี้มาก ขอให้ทุกคนจงยินดีกับเพื่อน ทุกคนมีความสามารถที่ได้เข้ามาร่วมชิงรางวัล

...ขอแสดงความยินดีกับคนที่ได้รับรางวัล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไปบอกกับรุ่นน้องๆในปีหน้า กลับไปที่มหาวิทยาลัยแล้วบอกต่อกัน ให้เพื่อนๆได้มีโอกาสมาสนุก แล้วก็ได้ความรู้มากมาย อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับรางวัล เพราะเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น เราได้พบครูบาอาจารย์ที่เก่งมากที่มาบรรยายให้เราฟัง เราได้พบเพื่อนๆที่ดีที่สุด เราได้เห็นการทำงานของคนเก่ง ดังนั้น เราจงคิดว่าสิ่งที่ได้นั้นมีค่ามากกว่ารางวัลเหลือเกิน"

จากนั้นถึงช่วงเวลาของความตื่นเต้น ที่เด็กๆทุกคนต่างลุ้นระทึกว่า ใครบ้างจะเป็นผู้ที่มีความสามารถถูกใจคณะกรรมการ จนสามารถคว้ารางวัลต่างๆไปครองได้ โดยเริ่มต้นจากรางวัลดาวเด่นบัวหลวงพิเศษ ที่มีขึ้นเฉพาะในปีนี้ ได้แก่ นิลยา บรรดาศักดิ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสารคาม กับผลงาน "วัฒนธรรมแห่งความสุข" รับเงินรางวัล 20,000 บาท ส่วนรางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวง ดีเด่น ได้แก่ จรงค์ เจริญสุข จากมหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา กับผลงาน "วิกฤติสามจังหวัด" รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวง ความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ นิติพล เลาย้าง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏล้านนา ภาคพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ กับผลงาน "วิถีคนบนวิถีธรรมชาติ" รับเงินรางวัล 70,000 บาท

สำหรับรางวัลที่ 1 หรือรางวัลศิลปิน ดาวเด่นบัวหลวง ยอดเยี่ยม ได้แก่ กิตติศักดิ์ เทพเกาะ จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กับผลงาน "ห้วงกรรม" รับเงินรางวัล 100,000 บาท โดยเจ้าตัวกล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ดีใจและตื่นเต้นมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รางวัลที่ 1 เพราะยังมีงานดีๆของเพื่อนๆอีกหลายชิ้น ผลงานที่ส่งเข้าประกวดครั้งนี้ เป็นงานดรออิ้งทั้งหมด ที่เป็นเทคนิคที่ถนัด

แรงบันดาลใจในสร้างสรรค์ผลงาน มาจากหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเรื่อง ไตรภูมินรก ความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน เป็นงานที่ต้องสื่อสารให้คนเห็น แล้วรู้สึกอยากกระทำแต่ความดี ด้วยการนำเอาร่างกายของคน ที่เกิดมาแล้วผิดเพี้ยนไปจากมนุษย์ แสดงออกให้เห็นถึงความทุกข์ทรมาน ที่ได้รับจากผลกรรมที่เกิดขึ้น และการมาร่วมเข้าโครงการฯในครั้งนี้ ทำให้ได้รับประสบการณ์เยอะมาก ระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมานั้น ได้แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องศิลปะกับเพื่อนๆ ได้รู้ถึงเทคนิคในการสร้างสรรค์งาน ที่หลากหลายรูปแบบจากเพื่อนต่างมหาวิทยาลัย ซึ่งใช้เทคนิคที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ก็ได้สอบถามและเรียนรู้แก่กัน

ผลงานของ นิติพล เลาย้าง เจ้าของรางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวงสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการใช้พู่กันจีน ในการถ่ายทอดเรื่องราวศิลปะแบบไทยประเพณี โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก วิถีชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในป่า ซึ่งกินอยู่ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการดำรงชีวิตโดยอาศัยธรรมชาติอย่างพอเพียง

ขณะที่ จรงค์ เจริญสุข เจ้าของรางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวงดีเด่น ซึ่งนำเรื่องราววิถีชีวิตของตัวเองมานำเสนอ เพราะตนเองเป็นคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการใช้เทคนิคการเขียนสีอะครีลิค และนำเอาสีหลักๆที่ใช้ในงานหนังตะลุง รวมถึงตัวละครในหนังตะลุงเข้ามาใช้ในผลงานอีกด้วย ภาพก็จะเป็นเรื่องราวเหตุการณ์การสูญเสียในภาคใต้ มีภาพระเบิดรถเสียหาย ภาพนี้แฝงนามธรรมที่ต้องการนำเสนอให้เห็นว่า สุดท้ายแล้วประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเป็นผู้รับเคราะห์ กลายเป็นแพะรับบาปไปโดยปริยาย

ส่วนของ นิลยา บรรดาศักดิ์ เจ้าของรางวัลศิลปิน ดาวเด่นบัวหลวงพิเศษ เป็นภาพเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งความสุข ผลงานชิ้นนี้ได้ใช้เทคนิคสื่อผสมผ้า มีทั้งการเย็บมือและปักผ้า โดยที่นำเอาวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ และมุ่งเน้นถึงความเรียบง่าย ซึ่งนำเสนอผ่านลายเส้น สีสัน รูปทรง และสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณี ในสังคมชนบทของชาวอีสาน เพราะเป็นบ้านเกิดของตัวเอง

สนใจสามารถติดตามชมผลงานของผู้ที่ได้รับรางวัล และผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ในโครงการศิลปินดาวเด่นบัวหลวง 101 ครั้งที่ 5 ได้ทาง www.bualuang101.kapook.com และชมผลงานจริงได้ที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.0-2 281-5360-1 ได้เลยครับ