ราชาศัพท์ยังสำคัญในวัฒนธรรมไทย

มองภาษา

ได้ชมละคร โทรทัศน์เรื่อง "โหมโรง" (ที่อยากให้กระทรวงวัฒนธรรมให้การสนับสนุนทันทีโดยไม่ต้องรอร้องขอจากใคร) ทางโทรทัศน์ไทย (ไทยพีบีเอส) เข้าใจว่าเป็นทีมงานที่เคยดำเนินงานภาพยนตร์เรื่องเดียวกันเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่เคยได้ชื่นชมและป่าวร้องให้ใครๆไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว อันเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ปลุกกระแสสำนึกรักให้รักความเป็นไทยและวัฒนธรรมทางดนตรีไทย (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝีมือเดี่ยวระนาดเอก) ทำให้ชื่อและกระแส "ขุนอิน" ติดปากคนทั่วไปมาแล้ว

คราวนี้ "สุดสงวน" ขอป่าวร้องให้จับตาและชื่นชมฝีมือเดี่ยวระนาดเอกของ ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ที่แสดงเป็น "ศร" (ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงประดิษฐ์ไพเราะ-ศร ศิลปบรรเลง) และ ทวีศักดิ์ อัครวงษ์ ผู้แสดงเป็น "ขุนอิน") ชุดใหม่นี้ด้วย ด้วยวิญญาณครูภาษาไทยเก่า "สุดสงวน" ก็เลยอดที่จะเสียดายมิได้ หากทีมงานได้พิถีพิถันเรื่องคำราชาศัพท์ที่ใช้ให้เหมาะสม ก็คงจะช่วยเพิ่มความงดงามด้านวัฒนธรรมไทยอย่างมาก เพราะเท่าที่ได้ชมเพียง ๒ ตอน ก็ดีใจที่เห็นวัฒนธรรมไทยแท้ เช่น ลูกกราบขอโทษพ่อแม่ (โดยไม่โผเข้าไปกอดแบบสมัยใหม่

การที่ลูกศิษย์ขออภัยครูโดยนั่งเรียบร้อยก่อนกราบกับพื้น แล้วครูบอกว่าไม่ต้องมีพิธีรีตอง (แต่ครูสมัยใหม่ในเรื่องออกเสียงเป็น "รีตรอง" ซึ่งผิดอย่างไม่น่าจะผิด) หรือตอนที่ "ศร" เข้าไปกราบขอโทษ "ขุนอิน" หลังการประชันแล้ว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบไทย (เหมือนอย่างเช่นนักมวยรุ่นน้องที่กราบรุ่นพี่หลังการชก ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้) แสดงคารวะผู้อาวุโสที่เป็นความงามของวัฒนธรรมไทย แต่การกราบคร่อมเข่า ก็ยังคงมีอยู่ และน่าจะได้มีคนบอกกล่าวและสอนสั่ง ให้ดูเวลากราบเจ้านาย (เวลาผู้ได้รับทุนอานันทมหิดล เข้าไปทูลลาก่อนไปศึกษา หรือเวลาเรียนจบกลับมาแล้วเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นอกจากจะมีพานดอกไม้ไปวางตรงหน้าพระพักตร์ แล้วนั่งพับเพียบเอียงข้างช้ายเข้าหาพระองค์เล็กน้อย เอางาน เปิดกรวย แล้วกราบ จะเห็นการกราบที่ถูกต้อง คือโน้มตัวไปข้างหน้าพองาม วางแขนซ้ายราบลงตั้งมือก่อน แล้วยื่นมือขวาไปประกบ ตั้งมือให้นิ้วทุกนิ้วชิดกัน ไม่มีการกระดกนิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วชี้อย่างที่มีคนคิดว่างาม ก้มลงให้หน้าผากชิดปลายมือโดยไม่มีการกระดกมือขึ้น เอียงหน้าตรงฟังรับสั่ง ก่อนจะกราบเช่นเดิมอีกครั้ง ก่อนถอยหลังออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังและลุกขึ้น) ที่ว่าเสียดายเพราะฟังเวลาตัวละครใช้ราชาศัพท์แล้วงงๆ ทั้งๆที่พูดกับเจ้านายองค์เดียวกัน ต่างคนก็พูดต่างกัน บางคนใช้กระหม่อม บางคนใช้พระพุทธเจ้าข้า ขณะที่คนดูก็ไม่แจ้งชัดว่า บุคคลที่ตัวละครจะสื่อสารด้วยเป็นตำแหน่งหรือมียศถาบรรดาศักดิ์อะไร คนดูได้แต่เดาเอาเอง แต่คงลำบาก กว่าจะรู้ว่าใครเป็นใคร

ทำไมใช้ราชาศัพท์ไม่เหมือนกัน

ผู้เขียนขออนุญาตทบทวนความรู้จากตำรับตำราและที่ได้ปฏิบัติมาให้ทราบโดยย่อดังนี้

สรรพนาม ผู้น้อยทั่วไป ถ้าใช้กับบุคคลระดับหม่อมเจ้า หรือพระวรวงศ์เธอ หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอ สรรพนามบุรุษที่ ๑ สำหรับผู้ชายใช้แทนตนว่า "เกล้ากระหม่อม" (หรือที่เราได้ยินใช้กันสั้นๆว่า "กระหม่อม") ผู้หญิงใช้ว่า "กระหม่อมฉัน" (หรือที่เราได้ยินใช้กันสั้นๆว่า "หม่อมฉัน") สรรพนามบุรุษที่ ๒ ใช้ว่า "ฝ่าพระบาท" (บางทีเราจะได้ยินสั้นๆว่า "ฝ่าบาท") สำหรับเจ้านายชั้นสูงขึ้นไป เช่นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ที่ภาษาลำลองเรียกว่า "เสด็จ" คือพระราชโอรสหรือพระราชธิดาที่ประสูติแต่พระมารดาที่เป็นสามัญชน ที่เรียกว่าเจ้าจอม เมื่อมีพระโอรส/ธิดาแล้วก็เรียกว่า เจ้าจอมมารดา) และสูงขึ้นไปเช่นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ / สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ (ภาษาลำลองใช้ว่า "สมเด็จเจ้าฟ้า"หรือ "ทูลกระหม่อม") ใช้สรรพนามบุรุษที่ ๑ ว่า "ข้าพระพุทธเจ้า" สรรพนามบุรุษที่ ๒ ใช้ว่า "ใต้ฝ่าพระบาท" / และที่สูงขึ้นไปใช้ว่า "ใต้ฝ่าละอองพระบาท" (เช่นใช้กับสมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และสมเด็จพระบรมราชกุมารี) คำสรรพนามบุรุษที่ ๑ ที่ผู้น้อยใช้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ใช้ว่า "ข้าพระพุทธเจ้า" สรรพนามบุรุษที่ ๒ ใช้ว่า "ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท" คำรับ สำหรับหม่อมเจ้า พระวรวงศ์เธอ พระเจ้าวรวงศ์เธอ ผู้ชายก็ใช้ คำรับว่า "กระหม่อม" และผู้หญิงใช้ว่า "เพคะ" (แต่ไม่ออกเสียง "เพ" ชัดเจน แต่ใช้ว่า "มัง" แต่เพียงเบา คือ "มังคะ") และใช้เช่นนี้กับพระเจ้าวรวงศ์เธอด้วย ถ้าสำหรับบุคคลระดับสูงขึ้นไป คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (เสด็จ) สมเด็จเจ้าฟ้า(ทูลกระหม่อม =พระราชโอรสและพระราชธิดาที่ประสูติแต่พระมเหสี) สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้น้อยทั่วไปใช้คำรับว่า "พระพุทธเจ้าข้า" (ที่คนทั่วๆไปได้ฟังอย่างเร็วๆ ว่า"พ่ะย่ะค่ะ" อย่างที่เจ้านายที่ระดับเสมอหรือใกล้เคียงกันท่านก็ทรงใช้)

ทั้งหมดนี้ ว่าเพียงย่อๆ เพราะรายละเอียดปลีกย่อยอาจมีแตกต่างไป เรื่องการใช้ราชาศัพท์นี้ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องใช้เสมอๆ ก็มักจะผิดพลาดเป็นธรรมดา แต่คนที่ทำหน้าที่สื่อมวลชน เช่นผู้บรรยายในการถ่ายทอดราชพิธี คนที่ทำหน้าที่เขียนบทประพันธ์-บทละคร-หรือบทภาพยนตร์ ผู้มีหน้าที่กำกับละครที่เกี่ยวกับพระราชวงศ์ ควรศึกษาให้ดี และถ้าไม่แน่ใจ ควรถามผู้รู้ โดยไม่ต้องอาย เพราะท่านที่ถูกถามท่านยินดีที่จะตอบหรือชี้แจงให้ใช้ให้ถูกต้อง มากกว่าจะปล่อยให้งานออกมาผิดๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ใครๆเลย รวมทั้งวัฒนธรรมทางภาษาของชาติไทย ที่มีระเบียบแบบแผนที่ดี ควรแก่การเผยแพร่และใช้ให้ถูกต้อง

ผู้เขียนเคยเขียนถึงการใช้ราชาศัพท์ในละครเรื่อง "เชลยศักดิ์"บทพระนิพนธ์ของ หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร หรือท่านหญิงพระนามแฝง "ดวงดาว" ที่ลงพิมพ์ในสยามรัฐรายวันเมื่อปี ๒๕๓๔ มาให้เห็นกันว่า คนทำละครของเราไม่ได้เอาใจใส่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างที่สื่อบันเทิงที่ดีควรทำ