5 เทคนิคผิวสุขภาพดีจากการอาบน้ำ

ปกิณกะความงาม

หลายปัจจัยที่ทำให้ผิวขาดสมดุล ทั้งจากที่มีอายุมากขึ้น ฮอร์โมนและต่อมไขมันทำงานน้อยลง ทำให้ผิวแห้งตามข้อพับและหน้าขา ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ หรือควรดูแลกันเป็นพิเศษ รวมถึงจากสภาพอากาศที่ร้อนเกินไป หรือทำงานในห้องแอร์นานๆ น้ำในผิวจะระเหยเร็วขึ้น ความชุ่มชื่นก็จะลดลง ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน

อีกทั้งยังรวมถึงการเจอรังสี UV ฝุ่น และมลภาวะต่างๆ หรือกระทั่งการใช้สบู่ ที่มีฤทธิ์รุนแรงกับผิว เพราะสบู่ขจัดแบคทีเรียทั่วไป อาจทำความสะอาดผิวได้ดี แต่ก็ขจัดไขมันตามธรรมชาติ (Natural lipids) ทำให้เกิดอาการผิวแห้ง คัน หรือระคายเคือง ฉะนั้นการรักษาสมดุลผิวและสุขภาพดี ควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการอาบน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลพญาไท 2 แพทย์หญิงสุทธินันท์ วิชญาณรัตน์ กล่าวว่า "อาการผิวขาดสมดุลจากการอาบน้ำ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเลือกใช้สบู่ แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ 1. อาบน้ำแล้วผิวสะอาด แต่สูญเสียความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ เนื่องจากสบู่ขจัดแบคทีเรีย สามารถชำระล้างสิ่งสกปรก แต่ก็ขจัดไขมันตามธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน เชื้อแบคทีเรียและมลพิษต่างๆ... 2. อาบน้ำแล้วผิวไม่สะอาด เนื่องจากการใช้สบู่ที่ขาดประสิทธิภาพ ในการขจัดแบคทีเรีย ที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียและมลพิษต่างๆ ตกค้างบริเวณตามผิวหนัง ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง สร้างความรำคาญใจได้ จึงควรเลือกใช้สบู่ที่เหมาะสมกับผิว ทั้งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาด และชำระล้างแบคทีเรียอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมีส่วนผสมของสารบำรุงผิว ที่ช่วยกักเก็บและรักษาความชุ่มชื่น ทำให้ผิวสมดุลและสุขภาพดี"

สบู่วาสลีน ทู อิน วัน ร่วมมือกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท จัดงานสัมมนา "คำตอบของผิวสมดุล...เริ่มต้นที่การอาบน้ำ" โดย แพทย์หญิงสุทธินันท์ วิชญาณรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จากโรงพยาบาลพญาไท 2 มาตอบทุกคำถามที่ค้างคาใจ พร้อมมี หมวย-อริศรา กำธรเจริญ แบรนด์แอมบาสเดอร์ รับหน้าที่พิธีกรในงาน

การดูแลผิวให้สมดุลและสุขภาพดี ตั้งแต่ขั้นตอนการอาบน้ำ สำหรับคนไทยที่อยู่ในเขตอากาศร้อนชื้น ได้แก่ 1. อุณหภูมิในการอาบน้ำ น้ำอุ่นมีข้อดีช่วยให้รูขุมขนขยายตัว จึงขจัดสิ่งสกปรกออกได้ดี แต่ข้อเสียที่หากอาบน้ำอุ่นนานๆ จะทำให้ร่างกายขับไขมันออกมาเร็วขึ้น และยังชะล้างน้ำมันออกไปด้วย ผิวจึงแห้งตึงเร็วขึ้น จนขาดความสมดุล จึงควรสลับอาบน้ำเย็น ในช่วงท้ายของการอาบน้ำ เพื่อปิดรูขุมขนและสร้างความสดชื่น พร้อมคงความสมดุลให้กับผิวกาย 2. บริเวณซอกผิว ควรทำการฟอกสบู่เยอะๆ บริเวณข้อพับต่างๆอย่างขาหนีบ มือ เท้า และซอกนิ้ว เพราะมีแบคทีเรียหมักหมมเป็นจำนวนมาก 3. ควรอาบน้ำด้วยฝักบัว แทนการแช่น้ำในอ่าง จะทำให้ผิวไม่บวมน้ำ แล้วไขมันตามธรรมชาติ ก็ไม่ถูกชะล้างออกไปมาก 4. เวลาที่เหมาะสมในการอาบน้ำ คือ 10-15 นาที เพราะยิ่งอาบน้ำนานเท่าไร ผิวจะแห้งเร็วขึ้นเท่านั้น และ 5. ควรเลือกใช้สบู่สุขภาพผิว ที่ช่วยทำความสะอาดผิว และชำระล้างแบคทีเรีย อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมีส่วนผสมของสารบำรุงผิว ที่ช่วยกักเก็บและรักษาความชุ่มชื่น

เมื่อรู้ถึงอันตรายของผิวขาดสมดุลแล้ว ก็อย่าลืมดูแลผิวให้กลับมาสมดุล ซึ่งเริ่มต้นง่ายๆได้ที่การอาบน้ำนั่นเองค่ะ