นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลก

บทความ-บุคคลต่างแดน

 

ความพยายามในการบุกเบิกอวกาศของมนุษย์เริ่มต้นขึ้นในทศวรรษ ๑๙๔๐ โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันเป็นผู้คิดค้นวิธีสร้างจรวดส่งขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ เป็นเหตุให้ชาติมหาอำนาจอย่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกาต่างชิงตัวนักวิทยาศาสตร์เยอรมันไปต่อยอด กระทั่งรัสเซียสามารถส่งยาน สปุตนิก ๑ ขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้ก่อนเมื่อ ค.ศ.๑๙๕๗ ก่อนส่งสุนัขชื่อ ไลก้า ขึ้นไปกับยาน สปุตนิก ๒ ในอีกสองเดือนต่อมา

จากนั้นเกือบสี่ปี รัสเซียจึงส่งยูริ กาการิน วัย ๒๗ ปีขึ้นไปกับยาน วอสต็อก ๑ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ค.ศ.๑๙๖๑ ยูริ กาการิน จึงได้ชื่อว่าเป็นนักบินอวกาศคนแรกที่ขึ้นไปโคจรรอบโลกเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง ๔๘ นาที สหรัฐอเมริกาจึงไม่ยอมน้อยหน้า ส่งอลัน เชเพิร์ด นักบินอวกาศของตนขึ้นสู่ห้วงอวกาศไปกับยาน เมอร์คิวรี่-เรดสโตน ๓ เช่นกัน แต่นักบินอวกาศอเมริกันที่ขึ้นไปบินโคจรรอบโลกกับยาน เมอร์คิวรี่-แอตลาส ๖ เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ค.ศ.๑๙๖๒ คือ จอห์น เกล็นน์ สมัยต้นศตวรรษที่ ๒๐ จึงเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งการบุกเบิกอวกาศ ที่รัสเซียและสหรัฐอเมริกาต่างก็ขับเคี่ยวพยายามแซงหน้ากันและกันตลอดเวลา

แต่ในแง่ของการส่งผู้หญิงขึ้นสู่อวกาศนั้น รัสเซียนำหน้าสหรัฐอเมริกาไปถึงยี่สิบปีทีเดียว ผู้หญิงรัสเซียคนแรกที่ได้รับเลือกให้บินขึ้นสู่ห้วงอวกาศไปกับยาน วอสต็อก ๖ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๖๓ มีชื่อว่าวาเลนตินา เทรชโกวา ซึ่งเป็นคนงานโรงงานทอผ้าที่บังเอิญชอบกีฬาผาดโผนอย่างการกระโดดร่ม

วาเลนตินาเกิดเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ค.ศ.๑๙๓๗ พ่อเป็นคนขับรถแทรกเตอร์และต่อมาภายหลังเป็นทหารขับรถถังซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษสงคราม เพราะเสียชีวิตในการสู้รบระหว่างสวีเดนกับรัสเซียระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ส่วนแม่ทำงานในโรงงานทอผ้า เธอหัดกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธาตั้งแต่อายุ ๒๒ ปีขณะประกอบอาชีพเป็นคนงานในโรงงานทอผ้า หลังจากที่ ยูริ กาการิน ประสบความสำเร็จในการบินขึ้นสู่อวกาศเมื่อ ค.ศ.๑๙๖๑ ศูนย์อวกาศรัสเซียก็เกิดความคิดว่าน่าจะทดลองส่งผู้หญิงขึ้นสู่อวกาศดูบ้าง จึงได้มีการประกาศรับสมัคร ตอนนั้นมีผู้หญิงรัสเซียสมัครเข้ารับการคัดเลือกมากกว่าสี่ร้อยคน และวาเลนตินาก็เป็นผู้หญิงหนึ่งในห้าคนที่ผ่านการคัดเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกก็เพราะเธอเป็น "ชนชั้นกรรมกร" ที่สละชีวิตเพื่อประเทศชาติ และเป็นเพราะเธอคือนักกระโดดร่ม

วาเลนตินาเข้ารับการฝึกอบรมเรื่องการบินในสภาพไร้น้ำหนัก ทฤษฎีเกี่ยวกับจรวด วิศวกรรมด้านยานอวกาศ ทดสอบการใช้ชีวิตตามลำพังโดดเดี่ยว ความทนทานต่อแรงเหวี่ยง ฝึกฝนกระโดดร่มมากกว่าหนึ่งร้อยครั้ง และเรียนวิธีบังคับเครื่องบินขับไล่ มิก ๑๕ ยูทีไออย่างหนักอยู่หลายเดือน ก่อนสอบผ่านเข้าไปรับตำแหน่งเรืออากาศโทในกองทัพอากาศโซเวียตพร้อมผู้หญิงอื่นอีกสี่คนที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาพร้อมกัน

ในที่สุด ตอนเช้าตรู่ของวันที่ ๑๖ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๖๓ วาเลนตินาก็ได้สวมชุดนักบินอวกาศเต็มยศ และถูกนำไปที่ฐานส่งจรวด ขณะนั้นเธออายุ ๒๖ ปี หลังจากทดสอบระบบการสื่อสารและระบบกู้ชีพเสร็จเรียบร้อย เธอก็ถูกผนึกอยู่ตามลำพังในยาน วอสต็อก ๖ ก่อนที่จะมีการนับถอยหลังเป็นเวลาสองชั่วโมง แล้วยาน วอสต็อก ๖ ก็ทะยานขึ้นสู่อวกาศอย่างราบรื่น วาเลนตินา เทรชโกวา จึงกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เดินทางขึ้นสู่ห้วงอวกาศ โคจรรอบโลก ๔๘ รอบ เป็นเวลาทั้งสิ้นเกือบสามวันเต็ม นานยิ่งกว่าที่นักบินอวกาศ (ชาย) คนใดของสหรัฐอเมริกาเคยขึ้นบินก่อนหน้านั้น ระหว่างล่องลอยอยู่ในอวกาศ วาเลนตินาได้ทำการบันทึกภาพชั้นบรรยากาศรอบโลก ซึ่งต่อมาภายหลังเรียกกันว่าชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ (ชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก สูงจากพื้นโลกราว ๘๐-๕๐๐ กิโลเมตร)

แม้รัสเซียจะมีโครงการส่งนักบินอวกาศหญิงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นอีก ๑๙ ปี จึงมีการส่งนักบินอวกาศหญิงคนที่ ๒ คือ สเวียตลานา ซาวิตสกายา ขึ้นสู่ห้วงอวกาศกับยาน โซยุซ-ที ๗ ในปี ๑๙๘๒ สเวียตลานา ซาวิตสกายา เดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศ โซยุต ๗ และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ออกไปเดินในอวกาศ (space walk) นอกสถานีอวกาศนานถึง ๓ ชั่วโมง ๓๕ นาที

หลังการปฏิบัติภารกิจครั้งนั้น วาเลนตินาเข้ารับการศึกษาใน Zhukovsy Air Force Academy จนจบการศึกษาเป็นวิศวกรการบินอวกาศ และในปี ๑๙๗๗ ก็สำเร็จปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเพราะความสามารถที่โดดเด่น วาเลนตินาจึงได้รับตำแหน่งสำคัญทางการเมืองหลายตำแหน่งด้วยกันจนกระทั่งถอนตัวออกจากกองทัพอากาศโซเวียตและองค์กรอวกาศ ในปี ๑๙๙๗

วาเลนตินา เทรชโกวา แต่งงานกับ แอนเดรียน นิโกลาเยฟ ซึ่งเป็นเพื่อนนักบินอวกาศ เมื่อ ค.ศ.๑๙๖๓ โดยมี ครุสชอฟเป็นประธานในพิธี และมีผู้นำคนสำคัญของรัฐบาลกับผู้นำโครงการอวกาศมาร่วมเป็นแขกผู้ทรงเกียรติในงาน วาเลนตินาให้กำเนิดลูกสาวหนึ่งคน ในปี ๑๙๖๔ เธอกับแอนเดรียนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบยี่สิบปีก่อนหย่าขาดจากกัน ในปี ๑๙๘๒

วาเลนตินากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับเหรียญเกียรติยศมากมาย ได้รับปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์จาก University of Edinburg และได้เป็นตัวแทนประเทศไปร่วมการประชุมระดับนานาชาติหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนั้นยังมีการนำชื่อของเธอไปตั้งเป็นชื่อสถานที่ต่างๆมากมาย ทั้งชื่อดาว ชื่อหลุมบนดวงจันทร์ ชื่อถนน ชื่อโรงเรียน ชื่อพิพิธภัณฑ์ ชื่ออนุสรณ์สถาน ฯลฯ และเป็นผู้ถือคบเพลิงเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี ๒๐๐๘ ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีผู้นำประวัติชีวิตของเธอไปเขียนเป็นหนังสือ เช่น It Is I, Sea Gull: Valentina Tereshkova, the First Woman In Space (1975) โดย Mitchel R. Sharpe และ Into That Silent Sea (2007) โดย Colin Burgess และ Francis French เป็นต้น

นงานฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ ๗๐ ของเธอ เมื่อ ค.ศ.๒๐๐๗ วาเลนตินาบอกว่าเธออยากจะเดินทางไปดาวอังคารสักครั้ง แม้มันจะหมายความว่าเธออาจไม่มีโอกาสได้กลับมายังโลกใบนี้ก็ตาม