5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ในปี 2555

บันทึกรายปักษ์

รู้สึกไหมคะว่าปีหนึ่งๆ โลกมันหมุนเร็วขึ้นมากเลย เผลอเดี๋ยวเดียว จะปีใหม่อีกแล้ว โลกของการสื่อสารไร้สายนั้นว่าเร็วแล้ว เวลานั้น ปลิวไปเร็วยิ่งกว่า จริงไหมคะ วางแผนการใช้ชีวิตในปีหน้าไว้หรือยังคะ

มนุษย์เรานั้นอยู่กับความชอบ ความพึงพอใจ หรือความไม่ชอบ ความไม่ได้ดังใจกันทุกคน คนที่วางใจ เข้าใจว่าโลกเรานี้ ก็จะเป็นเช่นนี้นั่นเอง ใครอดทนสูงกับความไม่พอใจ หรือทำใจเฉยๆได้กับความพอใจที่ได้ ถือว่ามีธรรมะเข้าขั้น

รอบปีที่ผ่านมา คุณผู้อ่านชอบใจกับอะไร หรือไม่ชอบอะไรบ้างคะ โดยเฉพาะเรื่องราวในวงการบันเทิง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวงการเมืองนะคะ เพราะคงมีเรื่องไม่ชอบเยอะมาก จริงไหมคะ

บันทึกรายปักษ์ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเป็นเผด็จการในฐานะ เป็นเจ้าของคอลัมน์รวบอำนาจ สมัยนี้คำเหล่านี้กำลังนิยมในบ้านเรา หยิบความชอบและไม่ค่อยชอบในรอบปี 2555 ของวงการบันเทิงมาสรุปในทัศนะของตนเอง ให้อ่านกันเพลินๆนะคะ

ปีที่ผ่านมาก็เหมือนทุกปี เข้าวัดมากขึ้น ทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ขัดเกลาจิตใจตนเองมากกว่าหาเรื่องบันเทิงใส่ตัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้สนใจหรือไม่ไปดูอะไรที่ไหนอย่างไรของวงการบันเทิงเลยก็ไม่ใช่ ก็ยังคงต้องทำหน้าที่สอดส่ายหาเรื่องราวมานำเสนอกันตรงนี้

มาว่ากันด้วยเรื่อง 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ในปี 2555 กันดีกว่า (ผู้เขียนชอบปีนี้มาก ตรง 555 เหมือนได้หัวเราะเสียงดังๆทั้งปี งั้นแหละ )

5 ชอบ

1. ชอบเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ ก็น่าจะเป็น โขน ตอน จองถนน ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นับเป็นงานเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยให้เด็กรุ่นหลัง ได้เรียนรู้ที่ดีที่สุด

ผู้เขียนไปนั่งชมโขน ตอน จองถนน ด้วยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลในการที่จะอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมการแสดงชั้นสูงของไทยอย่างโขนไว้

ผู้เขียนนั้น จะว่าไปชอบดูการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ และก็ดูมาไม่น้อยนะ (อย่าหาว่าขี้คุยนะคะ) ก็ขอบอกว่าโขนบ้านเรานั้น ดูยิ่งใหญ่ งดงามอลังการทั้งฉากงดงาม ทั้งการแสดงอ่อนช้อย เข้มแข็ง อยู่ด้วยกัน ทำให้ลืมไปเลยกับความงามของการแสดงบัลเล่ต์ หรือโอเปร่าของต่างชาติ ตามดูมาตั้งแต่ตอน นางลอย ศึกมัยราพณ์ และก็มาถึงตอนจองถนน

ได้มีบุญดูโขนแล้ว รู้สึกฮึกเหิม ค่ะ ภูมิใจในความเป็นไทยมาก ฉากที่ประทับใจมากในโขนจองถนน ก็คือ ฉากรบกันระหว่างกองทัพลิง และกองทัพยักษ์ ที่มากันเต็มเวทีร้อยกว่าชีวิต เป็นตอนที่ดูสนุกมากตอนหนึ่ง และตั้งใจไว้ว่ากับการแสดงในปีหน้า ก็ขอให้มีโอกาสได้ไปชมอีก

2. ชอบคอนเสิร์ตบีเอสโอ บรรเลงเพลงสุนทราภรณ์ ที่ได้ไปชมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี อาจารย์นรอรรถ จันทร์กล่ำ อาจารย์นกเป็นผู้ควบคุมวง และเรียบเรียงเสียงประสาน รวมไปถึงยังเป็นนักร้อง ในบางเพลงด้วย คนอะไรไม่รู้ เก่งหลายอย่างจริงๆ ไม่แปลกใจที่มีแม่ยกไปให้กำลังใจในวันแสดงมากมาย

จะว่าไปการใช้วงออเคสตร้าวงใหญ่ มาบรรเลงให้เข้ากับบทเพลงของสุนทราภรณ์นั้น เป็นเรื่องยากมาก เพราะด้วยเนื้อหาเพลง วรรณยุกต์ในภาษาไทย เข้ากับดนตรีสากล โดยเฉพาะกับวงออเคสตร้านั้นยากเหมือนกันนะ แต่อาจารย์นรอรรถ ก็ทำได้ดีทีเดียว ไพเราะมาก เนื้อหาของเพลงสุนทราภรณ์นั้น ไพเราะงดงามอยู่แล้ว พอมีวงออเคสต้ากว่า 80 ชิ้น มาบรรเลง ยิ่งเพิ่มความไพเราะมากขึ้น ผู้เขียนได้มีโอกาสดูคอนเสิร์ตนี้ บีเอสโอบรรเลง สุนทราภรณ์ มา 2 ปีติดต่อกันเล้ว ประทับใจมากทั้งสองครั้ง และโดยส่วนตัวแล้วในอดีตก็เคยมีโอกาสได้ทำงานที่เดียวกันกับ อาจารย์นก-นรอรรถ จันทร์กล่ำ ที่เคพีเอ็น มิวสิค และจะว่าไป ผู้เขียนก็เห็นอาจารย์มาตั้งแต่เวที ประกวดร้องเพลงชิงถ้วยพระราชทานสยามกลการโน่น จนไปเรียนจบมาจากต่างประเทศ และกลับมาเป็นอาจารย์ที่เคพีเอ็น สำหรับอัลบั้มบีเอสโอ บรรเลงเพลงสุนทราภรณ์ มีซีดีจำหน่ายด้วยนะคะ

3. คอนเสิร์ต "ฮิตแมน เดวิด ฟอสเตอร์ แอนด์ เฟรนด์ส ไลฟ์ อิน แบ็งคอก" ถ้าคุณผู้อ่านนิยมฟังเพลงสากล คงจะต้องเคยได้ยินชื่อของ เดวิด ฟอสเตอร์ อยู่ในขั้นปรมาจารย์ผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงอีกหนึ่ง เป็น เจ้าของรางวัลแกรมมี่ อะวอร์ด 15 ครั้ง รางวัลโทนี่ อะวอร์ด รางวัลลูกโลกทองคำ ฯลฯ ซึ่งทุกคนรู้จักกันดีในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ และสร้างสรรค์ผลงานเพลงอันยอดเยี่ยมให้กับศิลปินดังระดับโลกอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) พอล แมคคาร์ทนีย์ (Paul McCartney), เซลีน ดิออน (Celine Dion) วิทนีย์ ฮูสตัน (Whitney Houston) นาตาลี โคล (Natalie Cole) ไมเคิล บูเบล (Michael Buble) เคนนี่ จี (Kenny G) บอยซ์ ทู เม็น (Boyz II Men) โทนี่ แบรกซ์ตัน (Toni Michelle Braxton) ออล โฟร์ วัน (All 4 One) ชารีส เพ็มเพ็งโค (Charice Pempengco) และอีกนับไม่ถ้วน จึงเป็นที่มาของฉายาว่า "ฮิตแมน" ผู้มีอาวุธเป็นปากกา เขียนเพลงไหนขึ้นมาก็ดังระเบิด และฮ็อตฮิตทะลุชาร์ตทุกเพลง ความจริงปีที่แล้ว เขาก็มีโปรแกรมที่จะมาเปิดการแสดงในบ้านเรา แต่บ้านเราเจอปัญหาน้ำท่วมเสียก่อน เลยกลับมาในปีนี้ เพื่อนศิลปินชื่อดังอย่าง ชากา คาน (Chaka Khan) และ เคนนี่ เบบี้เฟซ เอ็ดมอนส์ (Kenny "Babyface" Edmonds) เฮลีย์ เวสเตนรา (Hayley Westenra) พอล ยัง (Paul Young) เฟอร์นานโด วาเรลา (Fernando Varela) และวงน้องใหม่จากสวีเดน 3 หนุ่ม เดอร์ตี้ ลูบส์ (Dirty Loop)

เดวิด ฟอสเตอร์ เป็นนักแต่งเพลงที่เป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ด้วย พูดคุยกับคนดูสร้างบรรยากาศแบบเป็นกันเอง เป็นหนึ่งในความชอบส่วนตัวจริงๆที่มีต่อตัวเขา คอนเสิร์ตของเขาทั้งสองครั้งที่มาบ้านเรา สนุกมาก

4. ชอบดูรายการ ข่าว ทางเคเบิ้ลทีวีราคาถูก เสียค่าบริการเดือนละสามร้อยกว่าบาท แต่มีช่องข่าว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศในให้ดูเยอะแยะ ทั้งช่อง เหลือง แดง ฟ้า หลากสี เพราะปัจจุบันรายการข่าวเป็นเรื่องจำเป็นมาก และเป็นเรื่องที่เราต้องฟังความรอบข้าง พึ่งสื่อกระแสหลักอย่างเดียวคงไม่ได้ สื่อในเคเบิ้ลทีวีกล้านำเสนอมากกว่าสื่อกระแสหลักมากเลย เลยทำให้ชอบมากกว่า

ในส่วนของสถานีข่าวของต่างประเทศนั้น ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลากหลายแบบ อย่างช่อง NHK มีหลายรายการที่ผู้เขียนชอบมาก ช่อง fox news ก็เห็นได้เลย ถึงความวาไรตี้ ในการนำเสอนข่าวของเขา หรือแม้แต่ช่อง DW ก็มีข่าวสารที่น่าสนใจจากฝั่งยุโรปให้เราได้ทราบ

5. ชอบดูรายการ อาหารทางช่อง A F C เป็นช่องรายการที่นำเสนอแต่เรื่อง การทำอาหารจากหลากหลายประเทศ ซึ่งสถานีหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นรายการที่ดูแล้ว ทำให้มีความคิดอยากจะทำกับข้าวทานเอง และทำให้รู้สึกว่า คนสิงคโปร์นั้นฉลาดมาก เพราะบ้านเขาไม่ได้มีศิลปวัฒนธรรมในเรื่องใดที่โดดเด่น เขาเลยพยายามใช้สื่อในการนำเสนอเรื่องราว การเป็นผู้นำเสนอในเรื่องศิลปะของการทำอาหาร ในขณะที่บ้านเรานอกจากไม่พัฒนาแล้ว ยังถูกชาวบ้านตีกิน เอาข้าวเรา เอาแกงเราไปจดลิขสิทธิ์ ซึ่งมันน่าเจ็บใจมาก และเหตุที่ทำให้ทีวีบ้านเราไปออกอากาศในช่องต่างๆ ของต่างประเทศไม่ได้ ก็มาจากโฆษณาแฝงในรายการ มันมากมายเกินกว่าที่ประเทศอื่นเขาทำกัน เห็นมั้ยคะ เวลาดูรายการอาหารบ้านเราจะมีโฆษณาแฝงตั้งแต่ เตาไมโครเวฟ หม้อ กระทะ ขวดน้ำปลา กะปิ น้ำมันพืช พริกแกงสำเร็จรูป ไม่ต้องโทษใครเลยค่ะ

5 ไม่ชอบ

1. ไม่ชอบการประกวดร้องเพลงที่มีมาก มากจนทำให้คนในประเทศนี้เอาแต่ส่งเสริมให้ลูกเป็นนักร้องจริงๆเลย มีเยอะจริงๆนะ ดูได้เลย มีทุกช่องทุกระบบ ทั้งแบบซื้อลิขสิทธิ์ ทั้งแบบคิดเอง ตั้งแต่การประกวดของนักร้องตัวเล็กตัวน้อย ไม่เป็นอันอยากเรียน มีวิชาชีพมากมายที่จะเลี้ยงตัว สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ทั้งหมอ พยาบาล วิศวะ การออกแบบ แต่ทุกวันนี้ เห็นภาพความร่ำรวย ความมีชื่อเสียงของการเป็นนักร้องนักแสดง เลยอยากเป็นนักร้องกันหมด พ่อแม่ก็มองว่าการมาอยู่ในวงการบันเทิงนี้ ทำรายได้ให้มากมายเลยสนับสนุนกันยกใหญ่ บ้านเมืองเราถึงมีปัญหาไง มีปัญหาขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ในการทำงานในหลากหลายสายงาน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เป็นอันสนใจเรียนรู้เรื่องอื่น นอกจากอยากจะร้องเพลงเป็นนักร้องกันอย่างเดียว น่ากลุ้มใจไม่น้อย

2. ไม่ชอบเลย การแต่งตัวที่ไม่ให้เกียรติคนดูของพิธีกรผู้หญิง ในรายการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายการเล่าข่าว วาไรตี้ข่าว รายการเกมโชว์ต่างๆ ผู้เขียนชอบดูรายการโทรทัศน์ จากต่างประเทศ ทั้งรายการข่าวต่างๆ และรายการวาไรตี้ทั้งหลาย บอกได้เลยว่า ไม่มีรายการโทรทัศน์ของประเทศไหน โดยเฉพาะรายการข่าว จะต้องมาแต่งตัวให้เข้ากับเทศกาล อย่างชุดฮาโลวีนที่ดูเป็นตัวตลก ใส่ชุดซันตาครอสมาอ่านข่าว เหมือนที่เราเห็นคนอ่านข่าวต่างๆในบ้านเราทำกัน นี่ถ้าไม่มีข่าวราชสำนัก เราอาจจะไม่ได้มีโอกาสเห็นใครใส่ชุดแบบไทยๆ มานั่งอ่านข่าวให้เราดูก็ได้ พิธีกรสมัยนี้แต่งตัวแบบ ไม่สุภาพ เอาแต่ใจตนเอง แต่งตัวในแบบที่ตัวเองชอบ โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกคนดู แบบไม่ให้เกียรติคนดูเลย ซึ่งก็ทำให้สิ่งที่เขาสื่อออกมาให้คนดู ไม่น่าเชื่อถือจริงๆ

3. ไม่ชอบและเบื่ออย่างมาก คือการนำเสนอข่าวคราวของดารา นักร้อง ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ที่เสนอข่าวอย่างอื่นไม่เป็น นอกจากการไปตามว่า ใครเป็นแฟนกับใคร ใครไปกินข้าวใคร คำถามซ้ำซากที่ได้ยินในข่าว ก็มี อาทิ ตกลงไม่คบกันแล้วใช่มั้ย มีโอกาสจะกลับมาคืนดีกันอีกหรือเปล่า เป็นเกาเหลากันเหรอ หรือแม้แต่ข่าวที่เจ้าสัว จะแต่งงานกับนางเอกก็เป็นข่าวเป็นอาทิตย์ ดาราเป็นหวัดเข้าโรงพยายบาล บางครั้งก็เป็นข้าวหน้าหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ เลยนะคะ ก็ไม่ทราบว่า ดูแล้ว อ่านแล้ว จะเพิ่มรอยหยักในสมองอย่างไรบ้าง

4. ไม่ชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์ เพราะหนึ่งค่าตั๋วแพงเกินไป สอง รู้สึกถูกเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม เสียเงินค่าตั๋วแล้ว เรายังต้องไปนั่งดูโฆษณาในแต่ละรอบเป็นชั่วโมง และค่าตั๋วมันก็แพงมาก ก็เข้าใจว่าแพงไปตามความหรูของสถานที่ไปตั้งอยู่ ทั้งที่การดูหนังนั้น ความสำคัญของโรงหนัง น่าจะเป็นที่ความสะอาด เก้าอี้ที่นั่งสบาย ไม่ใช่ความหรูหรา การประดับประดาที่เกินความจำเป็นของการเป็นโรงหนัง และที่สำคัญการดูหนังนั้นอยู่ที่หนังเรื่องนั้น สนุกหรือไม่มากกว่า จริงไหมคะ

5. ไม่ชอบการโฆษณาเกินจริงในทีวี ที่ทำประหนึ่งว่า คนไทยในประเทศนี้ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย โดยเฉพาะการโฆษณาในเรื่องของแหล่งพลังงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ต่างมาบอก มากรอกหูว่า บ้านเรานั้น ขาดแคลนพลังงาน ทั้งๆที่ในอ่าวไทยนั้น อย่าว่าแต่คนไทยเลย คนในโลกนี้ก็รู้ดีว่าเป็นแหล่งพลังงานมหึมาขนาดไหน แต่คนไทยอาจจะไม่มีโอกาสใช้ เป็นเรื่องที่ไม่ชอบ และเศร้าสลดใจมากเลยทีเดียวเชียว เพราะทุกวันนี้เติมน้ำมันทีไร น้ำตาแทบร่วง