เที่ยวเมืองตาก...หลากวิถี

ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

ใครๆก็เดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อสัมผัส "วิถีชีวิตชุมชน" ได้ เป็นคำกล่าวที่จริงแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะในชุมชนแต่ละแห่ง ย่อมมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตประจำวัน ความคิดความเชื่อ การประกอบอาชีพ ประเพณีวัฒนธรรมประจำถิ่น ซึ่งควรหาข้อมูล หรือสอบถามจากผู้รู้กันไว้ก่อนเดินทาง

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับการเดินทางท่องเที่ยว เรียนรู้ และมองหาคุณค่าของการท่องเที่ยวเยี่ยมชมวิถีชีวิต สอดคล้องกับกระแสความต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้แต่ละพื้นที่ได้มีโอกาสนำเสนอสินค้าของชาวพื้นเมืองโดยตรง และเป็นเสน่ห์ที่ทุกคนประทับใจที่ได้ไปเยือน นั่นก็คือ ความเป็นปกติของดำรงชีวิตประจำวันของพวกเขา

ดิฉันได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก ผ่าน ทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ ประธานศูนย์ประสานงานสื่อมวลชนท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม (ศปสท.) ให้เดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตที่หลากหลายของประชากรที่อาศัยอยู่ในจังหวัดตาก ซึ่งมีวิถีชีวิตแตกต่างกันออกไปตามถิ่นที่อยู่อาศัย และเป็นที่มาของโครงการ "เที่ยวเมืองตาก หลากวิถี" 3 วัน 2 คืน เพื่อไปค้นหาคำตอบว่า "พวกเขามีดีอะไร"

คณะเดินทางประกอบด้วยนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชน ออกเดินทางพร้อมกันแบบคาราวานด้วยรถตู้ปรับอากาศ VIP รวม 7 คัน เวลาประมาณ 05.30 น. แล้วมาพักรับประทานอาหารมื้อเช้ากันที่ร้านเล็กโภชนา อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี แล้วออกเดินทางท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะๆ

เวลาประมาณ 11.30 น. เดินทางมาถึงจังหวัดตาก สุรินทร์ ติเพียร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตาก มารับคณะ และนำเข้าสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ชาวเมืองตากได้พร้อมใจกันสร้างขึ้นใหม่ เมื่อพ.ศ. 2490 โดยกรมศิลปากรได้หล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในพระอิริยาบถประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา เป็นที่เคารพสักการะของประชาชน และเป็นศาลแห่งแรกของเมืองไทย

จังหวัดตาก อยู่ในพื้นที่ภาคเหลือตอนล่าง เดิมชื่อ เมืองระแหง เป็นที่อยู่อาศัยของชาวมอญมาก่อน และได้สร้างเมืองขึ้นก่อนกรุงสุโขทัย ต่อมาสถาปนาเมืองสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานี เมืองตากจึงมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญด้านฝั่งตะวันตก ห่างจากกรุงเทพฯ 426 กิโลเมตร มีสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขา และป่าไม้ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อ ทั้งไม้ตัดดอก และผลไม้ โดยเฉพาะผลทับทิมที่มีผลใหญ่ และได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจากอดีตสู่ปัจจุบัน

เมืองตาก เป็นเมืองสี่มหาราช มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ของไทย 4 พระองค์ ที่ทรงเสด็จฯมาชุมนุมกองทัพที่เมืองนี้คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงชนช้างกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง แล้วยกทัพกลับราชอาณาจักรไทยโดยผ่านเมืองตากเป็นแห่งแรก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างวัดเพื่อเฉลิมพระเกียรติไว้ เมื่อครั้งเสด็จฯไปตีเมืองเชียงใหม่ และได้รับชัยชนะ (วัดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองตาก

เดินทางสู่ อ.สามเงา ชาวบ้านจัดเตรียมอาหารพื้นบ้านเมืองตากไว้ให้ กมลวรรณ นาคจู เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขื่อนภูมิพล นำคณะนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชน เข้าไปในพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อร่วมกิจกรรมทำฝายกับชุมชน และกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.ตาก ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาจากฟ้าสู่ผืนแผ่นดินให้เป็นดินดำน้ำชุ่ม

คุณสุรินทร์ เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของโครงการเที่ยวเมืองตากหลากวิถี ว่าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเสนอการท่องเที่ยวที่มีหลากหลายรูปแบบตามวิถีท่องเที่ยว ทั้งทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในจังหวัดตาก และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว

"การดำเนินงานกิจกรรมโครงการฯ เป็นไปเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวหลากหลายวิถี เพื่อเป็นการนำร่องท่องเที่ยวในสไตล์ที่ผสมผสานความหลากหลายวิถี เป็นการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า รักษาแหล่งท่องเที่ยว เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นให้ได้มากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ของจังหวัดตาก รวมถึงพันธมิตรและสื่อมวลชนจากส่วนกลาง จึงทำกิจกรรมต่างๆของโครงการนี้สามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายตั้งไว้"

ไปต่อกันที่ไร่สุวรรณสิน ชมสวนผลไม้หลากชนิด เจ้าของใจดีให้เด็ดผลไม้รับประทานสดๆจากต้นได้ ก่อนชมวิถีการถนอมอาหาร มะม่วงแช่อิ่ม ตราแม่กาบแก้ว ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ผลิตภัณฑ์การเกษตรจังหวัดตาก ลิ้มลอง เมี่ยงเมืองตาก (เมี่ยงแคบหมู) ของว่างพื้นเมืองที่ครบรส เปรี้ยว-หวาน-เค็ม-เผ็ด ประกอบด้วยใบเมี่ยง (ใบชาแก่แช่อิ่ม) แคบหมูชิ้นเล็กๆ ถั่วลิสงเคล้าเกลือ และน้ำตาล ใส่ห่อใบตองแบ่งรับประทานเป็นคำๆ ดิฉันรับประทานไปหลายห่อเชียวค่ะ

เข้าที่พักบน แพปิ๊ก-โป๊ยทัวร์ 1 คืน เที่ยวท่องล่องทะเลสาบแม่ปิง บริเวณเหนือเขื่อนภูมิพล ชมบรรยากาศสวยงามของขุนเขาและสายน้ำ พระพุทธบาทเขาหนาม เกาะวาเลนไทน์ รับประทานอาหารค่ำ ข้าวต้มรอบดึก ร้องเพลงคาราโอเกะก่อนพักผ่อนตามอัธยาศัย

เจ้าของแพ ร่วมกับ ททท. อนุญาตให้ กลุ่มแปรรูปปลาบ้านดงเสลี่ยม ชาวบ้านที่มีอาชีพหลัก คือการทำประมง และเลี้ยงวัว นำผลิตภัณฑ์ปลาย่าง ปลาป่น และน้ำพริกปลาย่าง มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชาวบ้านโดยตรง ณีณัฎฐ์ ผลวาฑิต ผช.ผอ.ททท.สำนักงานตาก เล่าให้ฟังว่า หมู่บ้านของกลุ่มชาวบ้านอยู่ในทะเลสาบแม่ปิง ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยแผงโซล่าเซลส์แทนไฟฟ้าในการดำรงชีวิต

แม่น้ำปิง (ลำน้ำแม่ระมิงค์) มีต้นกำเนิดมาจากดอยถ้วย เหนือเทือกเขาดอยสูงบริเวณชายแดนไทย-พม่า ในระดับความสูง 1.842 จากระดับน้ำทะเลในพื้นที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ไหลผ่านผืนป่าและขุนเขาอันสลับซับซ้อนในเขต อ.เชียงดาว ลงสู่ที่ราบตัวเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูน และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางตามรอยเสด็จพระนางจามเทวี ผู้ครองเมืองหริภุญไชย (ลำพูนปัจจุบัน)

สายน้ำปิงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อมีการสร้างเขื่อนภูมิพล จากสายน้ำที่เคยไหลลดเลี้ยวผ่านผืนป่า ภูผา และขุนเขา จนเกิดแก่งน้ำเชี่ยวมากมาย กลายมาเป็นทะเลสาบสีน้ำเงิน ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาและราวป่า 318 ตารางกิโลเมตร หล่อเลี้ยงพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำในเขต จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ แล้วไหลไปรวมกับแม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน เกิดเป็น แม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณปากน้ำโพ

เช้าวันรุ่งขึ้น รับประทานอาหารเช้าแล้ว เดินทางไปเขื่อนภูมิพล ฟังการบรรยายและเยี่ยมชมระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยใช้กำลังของลำน้ำปิง เดิมเรียกว่า โครงการยันฮี หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า "เขื่อนภูมิพล" และในวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน เป็นแบบเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง รัศมี 250 เมตร สูง 154 เมตร จากนั้นเป็นต้นมา เขื่อนแห่งนี้ได้ก่อเกิดประโยชน์ให้กับประชาชนจำนวนมาก ตลอดลุ่มลำน้ำปิงตอนบน ตอนล่าง และลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

เดินทางมาที่ วัดชลประทานรังสรรค์ เพื่อขอพร หลวงพ่อทันใจ พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอสามเงา จ.ตาก อายุกว่า 1,300 ปี แปลกและแตกต่าง เนื่องมีหลวงพ่อทันใจถึง 3 องค์ (องค์ใหญ่-องค์กลาง-องค์เล็ก) ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองลงหิน เป็นศิลปะเชียงแสนสิงห์ มีรอยพระพุทธบาท และเจดีย์พระธาตุลอย บรรจุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ บรรพบุรุษเล่าสืบต่อกันมาว่า ถ้าวัดใดมีองค์พระเจดีย์ฯ จะต้องสร้างพระพุทธรูปทันใจไว้เป็นของคู่กันกับพระบรมสารีริกธาตุองค์หนึ่งเสมอ

เหตุที่เจดีย์องค์นี้ได้ชื่อว่า เจดีย์พระธาตุลอย สันนิษฐานว่า เป็นเพราะองค์พระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ภายในนั้นลอยน้ำได้ จากบันทึกของ สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ คราวเสด็จประพาสเมืองเชียงใหม่ จดไว้ว่า เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ "น้ำปางหลวง" พ.ศ.2460 ราษฎรพากันย้ายบ้านมาอยู่ฝั่งตะวันตก วัดจึงร้าง ชาวเมืองตากได้มาหมายระดับน้ำไว้กับเสาศาลา ซึ่งสูงกว่าลานพระเจดีย์ และได้พบว่าน้ำไหลไปเสียทางอื่นหมดสิ้น หาได้ไหลเข้าไปท่วมลานพระเจดีย์ ฯลฯ จึงเป็นที่เคารพ และสักการะของชาวบ้านในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง ที่เชื่อเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์กันมาก

วัดชลประทานรังสรรค์ ตั้งอยู่ห่างจากเขื่อนภูมิพล 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่กรมชลประทานสร้างขึ้น เนื่องจากเมื่อ พ.ศ.2501 รัฐบาลดำเนินการสร้าเขื่อนยันฮี (เขื่อนภูมิพล) เพื่อเก็บกักน้ำไว้เป็นพลังผลิตกระแสไฟฟ้า เมื่อสร้างตัวเขื่อนแล้วเสร็จ น้ำก็จะท่วมที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของราษฎร ที่ถูกน้ำท่วม รวมถึงวัด 8 แห่งคือ วัดบ้านห้วย วัดศรีแท่น วัดดอนแก้ว วัดท่าเดื่อ วัดท่าโปร่ง วัดอูบวาบ และวัดพระพหรมธาตุลอย และให้อพยพมาอยู่ในพื้นที่แห่งใหม่ ตั้งปี 2503 จนถึง พ.ศ.2504 จึงแล้วเสร็จ

เยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้ปากร้องห้วยจี้ ป้าทองคำ ผู้ใหญ่บ้าน บรรยายและนำเยี่ยมชมการผลิตชิม-ชม-ช็อป งานจักสาน เสื้อผ้า ฯลฯ สินค้าของกลุ่มแม่บ้าน รับประทานอาหารกลางวัน แล้วไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนหมู่บ้านชาวเขา "อุมยอม" ต.แม่ท้อ อ.เมือง สูงกว่าระดับน้ำทะเล 930 เมตร ห่างจากตัวเมือง 35 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนพื้นราบไหล่เขา บริเวณหมู่บ้านมีลักษณะเป็นเนินเขาสูงต่ำไม่เท่ากัน

ชมการแสดงต้อนรับคณะจากเด็กๆ และสาวงามในชุดประจำของชนเผ่า ที่นี่เป็นชุมชนที่อยู่ร่วมกันของ ชาวเขา 4 เผ่า คือ มูเซอเหลือง มูเซอดำ ลีซอ และม้ง (แม้ว) ประกอบอาชีพทำเกษตร ปลูกพืช ผัก ทำไร่ เลี้ยงไก่ และหมู ฯลฯ และได้มอบเงินสมทบสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์พัฒนาฯ ให้กับผู้นำชุมชน

สักการะ พระนอนองค์ใหญ่ และองค์จำลอง พระพุทธมหามุณี อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวมัณฑเลย์ สหภาพพม่า ชาวเมืองตากมีความศรัทธาและเลื่อมใสมาก ที่วัดไทยวัฒนาราม เดิมชื่อว่า วัดแม่ตาวเงี้ยว (หรือวัดไทยใหญ่) เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายานของชาวไทยใหญ่ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนพิธีกรรมต่างๆ ได้รับอิทธิพลมาจากสหภาพพม่า สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2400

เดินทางสู่ อ.แม่สอด เข้าที่พัก คือโรงแรมเซ็นทาราแม่สอด ฮิลล์ และหมอกฟ้าใส รีสอร์ท รับประทานอาหาร เจ้าของรีสอร์ทรับรองคณะฯ ด้วยเมนูพื้นเมืองที่ถูกปากถูกใจ จึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

เช้าตรู่ของวันที่สาม ไม่พลาดโอกาสที่จะไปลิ้มลอง และสัมผัสบรรยากาศของร้านโรตีโอ่ง ของ วิรัช
อหะมัด และโรตีร้อยชั้นของ ปรัชญา อหะมัด ริมถนนศรีพานิช เปิดขายตั้งแต่ตีห้าไปจนถึงแปดโมงเช้าเท่านั้น โรตีโอ่งยอดนิยมขายได้ถึง 650 แผ่นต่อวัน ราคา 3 แผ่น 20 บาท โรตีร้อยชั้นหวานมัน ราคาแผ่นละ 6 บาท หรือจะสั่งเป็นชุดอาหารเช้า ราคา 20 บาท ประกอบด้วย กาแฟ/ชา 1 แก้ว โรตี 1 แผ่น ถั่วต้มกับน้ำเต้าหู้ เสิร์ฟพร้อมน้ำชาร้อนๆ อีก 1 กา แล้วปรุงรสเพิ่มตามใจ ชอบด้วยพริกไทยป่นกับซอสปรุงรสค่ะ

อิ่มอร่อยมื้อเช้ากันแล้วไปที่บ้าน ป้าคำป้อ จันสอน ชมการสาธิตทำขนมเส่งเผ่ และขนมฮาละวา ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านของไทย แต่มีชื่อเรียกเป็นภาษาพม่า รสชาติหวานมัน (หน้าตาคล้ายกับขนมหม้อแกง) กลับเข้าที่พักของโรงแรม เพื่อรับประทานอาหารเช้า และเก็บสัมภาระต่างๆ แล้วออกเดินทางไปวัดดอนแก้ว

สักการะพระพุทธรูปหินอ่อน วัดดอนแก้ว แกะสลักด้วยหินอ่อนทั้งแท่ง มีอยู่ 3 องค์ องค์แรกประดิษฐานอยู่ที่ประเทศอินเดีย องค์ที่สองอยู่ที่ประเทศปากีสถาน และองค์ที่สามประดิษฐานอยู่วัดดอนแก้ว อ.แม่ระมาด จ.ตาก ประเทศไทย มีพุทธลักษณะที่งดงาม หน้าตักกว้าง 50นิ้ว สูง 73 นิ้ว ท่านครูบาขาวปี และ ขุนระมาดไมตรี พร้อมด้วยชาวบ้านไปติดต่อขอบูชามาจากสภาพพม่า เมื่อพ.ศ.2465

เยี่ยมชม-ชิม-ช็อป กล้วยตากอบน้ำผึ้ง ของกลุ่มแม่บ้านเคหะกิจสันเก้ากอม ต้นแบบของการทำ กล้วยตากแห่งแรกของประเทศไทย ชมขั้นตอนการคัดเลือกกล้วย และกระบวนการผลิต จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์อร่อย และมีเอกลักษณ์เฉพาะ ใส่กล่องเป็นของฝาก น่ารัก-น่าซื้อ ราคา 3 กล่อง 100 บาทค่ะ

ลัดเลาะมาถึง ตลาดมูเซอ เลือกชม-ชิม-ช็อป ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนชาวเขา ทั้งแครอท ผัก และผลไม้นานาชนิด แล้วไปรับประทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารจีนกวางตุ้ง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯค่ะ

ความหลากวิถีของแต่ละชุมชนเหมือนเป็น "มนต์เสน่ห์" ที่ดึงดูดและท้าทายให้หลายคนไปค้นหา ความแตกต่างที่ไม่แตกแยก เขาเหล่านั้นอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข สันติ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน พร้อมแล้วหรือยังที่ไปพบกับความหลากหลาย หลากวิถี และหลากสีสันของวิถีของคนไทยทุกภูมิภาค