เสน่ห์ผ้าทอเมืองน่าน

เส้นไหมใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

 

ตอนที่ 2 ลายผ้าโบราณนันทบุรี

ลวดลายผ้าเมืองน่านเลียนแบบจากธรรมชาติ และลายเรขาคณิต แบ่งตามลักษณะการทอมี 3 ประเภท คือ การล้วง เช่น ลายน้ำไหล ลายใบมีด ลายดอกไม้ ลายธาตุ ลายปู การเก็บมุก เช่น ลายดอกจันทน์แปดกลีบ ลายดอกแก้ว ลายผักกูด ลายขอน้อย ลายกาบหลวง ลายของใช้ เช่น ลายโคม ลายปราสารท ลายสัตว์ เช่น ลายนก ลายนกกินน้ำต้น (คนโท) ลายพญานาค เช่น นาคหวัน (นาคกระหวัด) นาคจน (ซน) ลายช้าง ลายม้า ลายหงส์ ลายกระต่าย และคาดก่าน (คล้ายมัดหมี่อีสาน) เป็นลายก่านแบบดั้งเดิม คาดก่านน้ำไหล และคาดก่านชนิดลายประดิษฐ์

ลายผ้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน นอกจากผ้าทอลายน้ำไหล ซึ่งเป็นการทอด้วยเทคนิคแบบล้วง โดยใช้ฝ้ายสีต่างๆ สอดขึ้นสอดลงให้ไหลไปในทางเดียวกัน ไล่ระดับไปเรี่อยๆ ดูคล้ายการไหลของสายน้ำ ผ้าลายน้ำไหลเป็นลายที่ทอกันในยุคหลังประมาณ 80-100 ปี โดยพัฒนามาจากลายผ้าของชาวลื้อ ปัจจุบันมีการพัฒนาลายน้ำ ไหลเป็นรูปแบบ ต่างๆ เช่น ลายจรวด ลายน้ำไหลสายรุ้ง เป็นต้น ยังมีผ้าทอลายลื้อ เป็นการทอด้วยเทคนิคการคล้ายหรือการเกาะ โดยจะทอลวดลายรูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ ลายเส้นตรง ลายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลายสี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูน เป็นต้น ผ้ามัดก่าน เป็นผ้าที่เหมือนกับการมัดหมี่ในภาคอีสานที่บ้านดอนไชย อำเภอท่าวังผา และผ้าปักชาวเขา เป็นผ้าที่ปักด้วยมือของชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า (เมี่ยน) และม้ง ซึ่งสาวเย้าและม้ง มีฝีมือ ในการปักผ้าที่ลือชื่อ ส่วนใหญ่เป็นรูปลายเรขาคณิต ที่ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขาบ้านป่ากลาง อำเภอปัว บ้านสองแคว อำเภอเมืองน่าน

ผู้ชายไทลื้อส่วนใหญ่จะนิยมสวมเสื้อขาวแขนยาว สวมทับด้วยเสื้อกั๊กปักลวดลายด้วยเลื่อม สวมกางเกงม่อฮ่อมขายาวโพกหัวด้วยผ้าสีขาวหรือชมพู ส่วนหญิงไทลื้อนิยมสวมเสื้อปั๊ด (เป็นเสื้อที่ไม่มีกระดุมแต่จะสะพายเฉียงมาผูกไว้ที่เอวด้านข้าง) นุ่งซิ่นลื้อ สะพายกระเป๋าย่ามและนิยมโพกศีรษะด้วยผ้าขาวหรือชมพู บรรพบุรุษของชาวไทลื้ออพยพมาจากเมืองยอง เมืองยู้ เมืองเชียงลาบ (รัฐฉาน ประเทศพม่า) ดังนั้น ชาวไท-ยอง (คนเมืองที่มีถิ่นฐานดั่งเดิมอยู่ในเขตจังหวัดล้านนา) จึงมีความเกี่ยวข้องกันมากจนไม่อาจแบ่งแยกกันได้

สำหรับชาวไทลื้ออำเภอปัว จังหวัดน่าน มีเอกลักษณ์ คือผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ จากเปลือกใบ ต้น รากซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ในแต่ละท้องถิ่นและมีการอนุรักษ์ลวดลายที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษมานานหลายร้อยปี ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ทอเป็นผ้าผืนทำเป็นผ้านุ่ง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสไบและของใช้ในครัวเรือนและมีของประดับตกแต่งอย่าง เช่น ตุง มีลวดลายที่สื่อถึงความเป็นสิริมงคลมีตุงปราสาท ตุง 12 ราศี ตุงช้าง ซึ่งเป็นลวดลายโบราณที่อนุรักษ์ไว้ เฉดสีที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยลื้อมีสีดำ สีแดง ในการย้อมจะย้อมประมาณ 5 ครั้งกว่าจะได้สีที่ติดแน่น คงทน ได้ลวดลายตามต้องการ

พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมสี ได้แก่ สีน้ำตาลจากเปลือกประดู่ ผู้ชายในชุมชนมีหน้าที่อนุรักษ์ป่า ส่วนผู้หญิงใช้ผลิตภัณฑ์ในป่ามาย้อมสีทอผ้าอย่างอนุรักษ์ คือไม่ใช้อย่างหมดสิ้น แต่จะเหลือเพื่อเก็บไว้ใช้ได้นานๆ การย้อมแต่ละครั้ง เราทำได้ไม่มากนัก เพราะเป็นการย้อมด้วยพันธุ์ไม้ที่มีตามฤดูกาล ช่วงแรกๆ หาตลาดค่อนข้างยาก เพราะยังไม่ค่อยมีผู้นิยมผ้าย้อมสีธรรมชาติมากนัก เนื่องจากสีสันไม่สดใสเท่าสีเคมี ต่อมามีผู้ชื่นชมว่าเป็นสีโทนคลาสสิค ทำให้ผ้าทอมืออำเภอปัว ขายดีขึ้นเป็นลำดับ