5 ปัจจัยที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย...กับ 7 วิธีแก้ไข

รักผิว

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าเริ่มเปลี่ยน เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวในชั้นลึก จะสังเกตเห็นว่ากรอบหน้า คางกับคอเริ่มไม่มี หางตาตก แก้มคล้อยลง การหย่อนคล้อยในลักษณะนี้ เกิดจากโครงสร้างในชั้นผิวหนังลึกเริ่มหย่อนคล้อย เส้นใยพังผืดที่อยู่ในชั้นผิวหนังลึกที่ คอยโอบอุ้มไขมัน และคอลลาเจน เริ่มยืดหยุ่นลดน้อยลง

ปัญหาที่มักได้ยินอยู่เสมอๆ ทำไมแต่ละคนจึงแก่เร็ว แก่ช้าไม่เท่ากัน บางคนหย่อนคล้อยมาก บางคนอายุ 50 แล้วยังไม่หย่อนเท่าไร อะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังความไม่เท่าเทียมกันเช่นนี้

1. กรรมพันธุ์ โครงสร้างของใบหน้า

2. การดูแลตั้งแต่ยังอยู่ในวัยสาว คนที่ดูแลผิวดีมาตลอด ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยก็ย่อมมาเยือนช้าลง

3. แสงแดด ผิวที่ถูกแสงแดดทำลายมาก แน่นอนว่าริ้วรอย และความยืดหยุ่นภายในก็สูญเสียไปเร็วขึ้น

4. ความเครียด คนเครียดมักแก่เร็ว อันนี้เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะ

5. การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ 3 สิ่งนี้เป็นเคล็ดลับสำคัญของคนที่ต้องการเป็นหนุ่มเป็นสาวไปนานๆ เพราะมีผลกับสมดุลฮอร์โมนภายใน ที่เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตเราเลยก็ว่าได้

จะเห็นว่า 4 ข้อหลังนี่ ขึ้นอยู่กับเราแต่ละคนจริงๆ ใครดูแลตัวเองดีก็แก่ช้า แต่ถ้าพลาดไปแล้วก็ไม่ต้องวิตกกังวลมากไป เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ช่วยได้ แต่เราก็ควรจะช่วยดูแลตัวเอง ตาม 4 ข้อข้างต้นด้วยนะคะ

 

การแก้ไข

ในอดีต ถ้าอยากแก้ไขความหย่อนคล้อยของรูปหน้า คงหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเพื่อดึงหน้าไม่ได้ แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่มาแก้ไขในเรื่องนี้หลายวิธีโดยไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลในการแก้ไขที่แตกต่างกันไป เช่น

1. Botox Naffertiti lift เป็นการใช้สารโบท๊อกซ์ยับยั้งกล้ามเนื้อมัดที่ดึงลง ทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ดึงขึ้นทำงานได้อย่างอิสระ ทำให้หน้ายกกระชับขึ้น คอกระชับตึงขึ้นได้ ผลคงอยู่ได้นาน 4-6 เดือน เมื่อโบท๊อกซ์สลายตัวไป ก็สามารถมาเติมใหม่ได้

2. Botox Brow Lift เป็นการยกกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา แก้ไขหนังตาตก ด้วยสารโบท๊อกซ์ เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะตัวค่อนข้างมาก เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

3. Laser Lipolysis เป็นการแก้ไขคาง 2 ชั้น ด้วยการใช้ท่อเลเซอร์เส้นเล็กๆเข้าไปสลายไขมันบริเวณขากรรไกร

4. Filler Lift เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณหย่อนคล้อย เช่น รอบดวงตา ร่องแก้ม มุมปาก

5. Thread Lift โดยการใช้ไหมทองคำ หรือไหมจากวัสดุ proly propylene เข้าไปดึง บริเวณ แก้ม และแนวขากรรไกร เพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยในช่วงกลางและล่างของใบหน้า

6. Thermage ทำงานโดยส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง หรือที่เรียกว่า RF ลงไป ที่ชั้นคอลลาเจน เพื่อให้เกิดการหดกระชับขึ้นของคอลลาเจน แก้ไขความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้าและลำคอ ผลอยุ่ได้นาน 1-2 ปี

7. Ulthera เทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งเป็นการยกกระชับในระดับที่ลึกที่สุด เท่าที่เคยมีมา ทำงานด้วยการส่งพลังงานเสียงความถี่สูง ลงไปในชั้นที่เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นชั้นลึกสุดของโครงสร้างผิว อยู่ติดกับกล้ามเนื้อ มีลักษณะเป็นแผ่นพังผืดบางๆ ยึดโครงผิวหนังทั้งหมดไว้ เป็นเสมือนเบาะรองอยู่ใต้ชั้นไขมัน เป็นจุดที่นักวิทยาศาสตร์ทุกคน ปรารถนาที่จะลงไปให้ถึง เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว Ulthera ส่งพลังงานลงไปเป็นจุดๆ ถี่ๆ เสมือนการเย็บ โครงที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง ทำให้ผิวยกกระชับขึ้น คิ้วยกขึ้น ตาโตขึ้น สามารถแก้ไขกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาได้รูป รวมทั้งรอยย่นที่คอด้วย ผลการรักษาสามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1 -3 ปี

ในบางกรณีการจะแก้ปัญหาผิวให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ก็จำเป็นต้อง ผสมผสานเทคโนโลยีมากกว่าหนึ่ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ สิ่งที่ควรจะต้องตระหนักเสมอในการเลือกการรักษา ก็คือการรักษาทุกอย่างมีผลข้างเคียงได้ จึงจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และพิจารณาเลือกทำกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบ
การณ์มากๆค่ะ