10 อันดับประเทศทำร้ายสิ่งแวดล้อม

รักเรา รักษ์โลก

ฉบับที่แล้ว ได้เล่าถึงประเทศที่ถูกจัดว่า มีการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำที่สุด และทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยไล่ย้อนหลังตั้งแต่อันดับบ๊วยสุด ได้แก่ อันดับ 10. เปรู 9. ออสเตรเลีย 8. รัสเซีย 7. อินเดีย 6. เม็กซิโก ฉบับนี้ มาลุ้นอีก 5 ประเทศที่เหลือกันต่อเลยค่ะ...

5. ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 4 ของประเทศที่มีการจับสัตว์ทะเลมากที่สุด ปี 2004 จำนวนของปลาทูน่าครีบน้ำเงินในแอตแลนติกที่โตเต็มวัย มีความสามารถในการวางไข่ลดลงจากระดับของปี 1975 ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจำนวนถึงหนึ่งในสี่ของทูน่าที่ส่งออกทั่วโลก ประกอบด้วยทูน่า 5 สายพันธุ์ ได้แก่ ทูน่าครีบน้ำเงิน ทูน่าครีบน้ำเงินทางใต้ ทูน่าตาโต ทูน่าครีบเหลือง และทูน่าอัลบาคอร์

หลังจากการล่าวาฬเพื่อจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ถูกสั่งห้ามตามข้อตกลงนานาชาติ ในปี 1986 รัฐบาลญี่ปุ่นก็เริ่ม "ล่าปลาวาฬเพื่อการวิจัย" ในปีถัดมา ซึ่งถึงแม้จะอ้างความจำเป็นในการล่าเพื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เนื้อวาฬที่ถูกล่าเพื่อการวิจัยนี้ ก็ไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในจานซาชิมิอยู่ดี

ญี่ปุ่นถูกจัดอยู่ในอันดับ 5 ทั้งในด้านการรุกรานที่อยู่อาศัยในธรรมชาติและมลพิษทางน้ำ และอยู่อันดับ 6 ของประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด

4. อินโดนีเซีย

จากข้อมูลของ Global Forest Watch อินโดนีเซีย ในปี 1950 ยังมีป่าไม้หนาแน่น แต่เพียงอีก 50 ปีให้หลัง ป่าที่มีอยู่ในปี 1950 กลับหมดไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์ สรุปตัวเลขโดยรวมๆแล้ว ผืนป่าที่มีสภาพเป็นป่าอย่างแท้จริงได้ลดลงจาก 162 เฮกเตอร์ เหลือเพียง 98 เฮกเตอร์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีการสูญเสียป่าธรรมชาติเป็นอันดับ 2 ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปสู่การคุกคามชีวิตสัตว์สูงเป็นอันดับ 3 นอกจากนั้นอินโดนีเซียยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 3 จับสัตว์ทะเลมากเป็นอันดับ 6 ใช้ปุ๋ยมากเป็นอันดับ 6 และก่อมลพิษทางน้ำมากเป็นอันดับ 7

3. จีน

น่านน้ำชายฝั่งทะเลของจีนนั้นมีทุกอย่างที่เป็นพิษลอยฟ่องอยู่ นับตั้งแต่ยาฆ่าแมลง ไปจนถึงสิ่งปฏิกูลทั้งหลาย ซึ่งส่งให้จีนขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่มีมลพิษทางน้ำมากที่สุด ในประเทศจีนมีประชากรกว่า 20 ล้านคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด เพราะน้ำในแม่น้ำและทะเลสาบกว่าร้อยละ 70 ปนเปื้อนไปด้วยของเสียและสารพิษ เหตุการณ์มลพิษครั้งใหญ่ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวันในจีน และจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) คาดประมาณว่ามีชาวจีนเสียชีวิตจากโรคที่มาจากมลพิษทางน้ำสูงถึงหนึ่งแสนคนต่อปี

ปัญหาเรื่องการจับปลามากเกินไปของจีนก็ยังคงไม่มีการแก้ไขหรือทำอะไรให้ดีขึ้น ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีการจับสัตว์ทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ของโลก รวมถึงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับ 2 และคุกคามชีวิตสัตว์ป่าเป็นอันดับ 6 และอย่างที่เราก็เห็นๆกันอยู่ว่า องค์กรที่มีหน้าที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมของจีนนั้นขาดทั้งอำนาจในการบริหาร แหล่งเงินทุน และกำลังคน ในยามที่เกิดความขัดแย้งระหว่างการปกป้องสิ่งแวดล้อม กับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ดูเหมือนว่าอย่างแรกมักจะพ่ายแพ้ให้กับอย่างหลังอยู่เสมอ

2. สหรัฐอเมริกา

หากมองถึงทรัพยากรและคนเก่งๆทั้งหมดที่ประเทศนี้มีอยู่ ก็น่าแปลกใจนักที่สหรัฐอเมริกา ขึ้นมาอยู่ในอันดับเกือบที่สุดของประเทศที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

มาดูกันดีกว่าว่าประเทศลุงแซมติดอันดับทำลายสิ่งแวดล้อมด้านใดบ้าง...มาเป็นอันดับ 1 เรื่องการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม (NPK) สารเคมีเหล่านี้จะซึมผ่านไปตามแหล่งน้ำต่างๆ และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง หรือทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้นยังเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และมีมลพิษทางน้ำมากเป็นอันดับ 2 จับสัตว์น้ำมากเป็นอันดับ 3 และคุกคามสัตว์ป่าเป็นอันดับ 9

1. บราซิล

ในบรรดาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้ง 7 ด้าน บราซิลติดอันดับเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านการจับสัตว์ทะเล โดยมาเป็นอันดับ 1 ด้านการสูญเสียป่าธรรมชาติ อันดับ 3 ด้านการคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและด้านการใช้ปุ๋ยเคมี อันดับ 4 ด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอันดับ 8 ด้านมลพิษทางน้ำ

สิ่งที่อาจทำให้เกิดผลพวงที่กระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมของบราซิลก็คือ การสูญเสียป่าจำนวนมากในบราซิลสามารถจะลุกลามไปถึงป่าอะเมซอนซึ่งเป็นป่าชื้นฝนผืนสำคัญที่สุดของโลก จากการแผ้วถางป่าเพื่อใช้พื้นที่ทำเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น ด้วยสาเหตุจากผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และการเก็งกำไร การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล โครงการที่ไม่เหมาะสมของธนาคารโลก และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ในเชิงพาณิชย์ พืชเกษตรอย่างถั่วเหลืองและโกโก้ รวมถึงทุ่งปศุสัตว์ ก็ได้รับผลกระทบในวงกว้างด้วยเช่นกัน ในขณะที่ป่าแอตแลนติกของบราซิล ซึ่งมีระบบนิเวศที่หลากหลายที่สุดในโลกก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นพื้นที่สำหรับปลูกไม้ที่เจริญเติบโตเร็ว (ส่วนใหญ่ไม่ใช่ยูคาลิปตัสพันธุ์พื้นเมือง) เพื่อนำไปทำเยื่อกระดาษ

นอกจากการจัดอันดับข้างต้นแล้ว ยังมีการนำเอาดัชนีชี้วัดตามสัดส่วนมาใช้ในการพิจารณาผลกระทบต่อสัดส่วนของทรัพยากรที่ยังคงมีอยู่ในประเทศ ซึ่งก็ปรากฏว่า มี 10 ประเทศที่เข้าข่ายสร้างผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ เกาหลี กาตาร์ คูเวต ญี่ปุ่น ไทย บาห์เรน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเนเธอร์แลนด์

จากการศึกษาทั้งสองกลุ่มนี้ทำให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า...ด้วยความเสื่อมของธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งสัญญาณตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ควบคู่กับการขยายตัวของประชากร (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกือบ 7 พันล้าน และจะเพิ่มเป็น 9-10 พันล้าน ในปี 2050) จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของมนุษย์ลดลงอย่างมากในอนาคตอันใกล้ การแข่งขันด้านทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่การแก่งแย่งและสงครามระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การหามาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องจำเป็นที่แต่ละประเทศจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะสายเกินไป...