เคล็ดลับ "ไม่อ้วน ไม่แก่" จากครัวของแม่

หน้าต่างสุขภาพ

"ประเทศญี่ปุ่น เป็นชาติที่มีอายุขัยยืนยาวมากที่สุดในโลก ซึ่งนี่ถือเป็นการครองแชมป์มากว่า 20 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยเกิน 100 ปี มากกว่า 20,000 คน" - สำรวจโลก

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีอายุยืนที่สุดในโลก และยังมีอัตราโรคอ้วนต่ำที่สุด (เพียง 3 เปอร์เซ็นต์) ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้วในโลกอีกด้วย ผู้หญิงญี่ปุ่น แม้จะล่วงสู่วัย 40 อัพแล้ว ส่วนใหญ่ยังคงมีผิวพรรณสดใส และดูอ่อนกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด

นาโอมิ โมริยาม่า เขียนไว้ในหนังสือของเธอที่ชื่อ Japanese Women Don't Get Old or Fat หรือ "ผู้หญิงญี่ปุ่นไม่อ้วน ไม่แก่" ว่า...ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงญี่ปุ่นติดอันดับโลกของผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุด อายุโดยเฉลี่ยคือ 86.4 ปี และไม่ใช่แต่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายญี่ปุ่นก็มีช่วงอายุยืนยาวกว่าผู้ชายชาติอื่นๆ อีก 192 ประเทศในโลก คนญี่ปุ่นมีกลเม็ดเคล็ดลับอะไรหนอ?

นาโอมิ เป็นสาวญี่ปุ่นโดยกำเนิด เติบโตมาในกรุงโตเกียว สถานที่ที่ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนแห่งความสมบูรณ์ทางอาหารแห่งหนึ่งของโลก ที่ซึ่งผู้คนจะสามารถให้ความรื่นรมย์กับชีวิตได้ด้วยอาหารสดๆ ที่หาได้ง่าย และดีต่อสุขภาพ เธอยังได้ซึมซับวิธีการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมจากสถานที่ที่ได้ชื่อว่า เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมทางอาหารของญี่ปุ่นก็ว่าได้ นั่นก็คือ ห้องครัวของชิซูโกะ คุณแม่ของเธอเอง นาโอมิได้นำเคล็ดลับก้นครัวของแม่ มา
บอกเล่าไว้ในหนังสือที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับภูมิปัญญาการทำอาหารได้อย่างลงตัวที่สุด นั่นก็คือการทำอาหารญี่ปุ่นแบบพื้นบ้าน

เธอบอกว่า เคล็ดลับความสวยอ่อนวัยที่มาพร้อมกับสุขภาพดีนั้น ซ่อนอยู่ในครัวของแม่บ้านชาวญี่ปุ่นนี่เอง มันคือตำรับอาหารญี่ปุ่นแบบบ้านๆ ที่ผ่านการปรุงอย่างง่ายๆ (ไม่ยุ่งยากเหมือนซูชิ หรืออาหารตามภัตตาคาร) แต่เปี่ยมไปด้วยโภชนาการ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตให้ยืนยาวด้วยสุขภาพแจ่มแจ๋ว และร่างกายที่กระฉับกระเฉงในแบบของคุณแม่ชาวญี่ปุ่น ที่นาโอมิเปิดเผยไว้ในหนังสือของเธอ สรุปได้ย่อๆ ดังนี้ค่ะ....

1. แม่บ้านชาวญี่ปุ่น ใช้วัตถุดิบในการปรุงอาหารที่หลากหลาย และหาได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ปลา ผักทะเล ผักบก ถั่วเหลือง ข้าว ผลไม้ ชาเขียว ฯลฯ

2. แม่บ้านชาวญี่ปุ่น ชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน ตำรับอาหารแบบดั้งเดิมมี ข้าว ปลาย่าง ผักตุ๋น มิโซะซุป เค้กผลไม้สด และชาเขียว ชาวญี่ปุ่นชาติเดียวบริโภคปลาเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ของโลก แม้ญี่ปุ่นจะมีประชากรทั้งหมดเพียง 2 เปอร์เซนต์ของโลกก็ตาม โดยบริโภคเฉลี่ยตกคนละ 150 ปอนด์ต่อปี เทียบกับคนทั่วโลกที่บริโภคโดยเฉลี่ยคนละ 35 ปอนด์ต่อปี การบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 ทุกวันนี้ เป็นเหตุผลที่อธิบายได้ดีว่าทำไมชาวญี่ปุ่นจึงมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว อีกทั้งความจริงที่ว่า ชาวญี่ปุ่นบริโภคผักตระกูลกะหล่ำมากเป็นพิเศษ เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี คะน้า กะหล่ำดอก และกะหล่ำดาว (Brussels sprouts)

3. สิ่งที่แม่บ้านชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญในการปรุงอาหารก็คือ ใช้ของที่มีความสดใหม่ และของที่มีอยู่ตามฤดูกาล นาโอมิเขียนไว้ในหนังสือว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นเปรียบเสมือนมหาวิหารของความสด ซึ่งไม่ใช่เพียงความสดของอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นความสดของเวลาอีกด้วย เพราะแม่บ้านญี่ปุ่นจะสามารถซื้อเนื้อสัตว์ ผัก หรืออาหารอื่นๆที่เตรียมไว้พร้อมปรุง หลังจากแพ็คได้ครึ่งชั่วโมงในแต่ละวัน

4. สำรับอาหารของชาวญี่ปุ่นจะมีหลายอย่าง แต่อย่างละนิดอย่างละหน่อย นาโอมิเล่าไว้ในหนังสือของเธอว่า ลูกหลานชาวญี่ปุ่นจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า ให้ทานอาหารอย่างช้าๆ เคี้ยวอาหารแต่ละคำให้ละเอียดและซึมซาบรสชาติของอาหารทุกคำ ซึ่งโดยทั่วไป การเตรียมอาหารของแม่บ้านชาวญี่ปุ่นจะมีพื้นฐานดังนี้

  • - ไม่เสิร์ฟอาหารเต็มจาน
  • - ไม่เสิร์ฟอาหารแต่ละอย่างในปริมาณมากๆ
  • - เน้นคุณภาพ แต่ไม่เน้นปริมาณ โดยยึดหลัก "น้อยดีกว่ามาก"
  • - ตกแต่งอาหารให้สวยงามด้วยของธรรมชาติ และแต่งเพียงเล็กน้อย ไม่เยอะเกิน
  • - ความสดของวัตถุดิบ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

5. การปรุงอาหารของแม่บ้านญี่ปุ่นจะเน้นการปรุงแบบธรรมชาติ ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด และปรุงแบบนิ่มนวล ส่วนใหญ่จะทำบนเตาโดยใช้หลายวิธี เช่น การนึ่ง การย่างในกระทะ การผัดโดยใช้น้ำมันเล็กน้อย การตุ๋น หรือการผัดเร็วๆในกระทะ อีกทั้งจะใช้น้ำมันที่เป็นมิตรต่อสุขภาพของหัวใจ และใช้น้ำซุปชั้นดีในการปรุงรสอาหาร แม้จะเป็นอาหารมื้อเบาๆ แต่ทานอิ่มสบาย ไม่แน่นท้องจนเกินไป

6. หากเทียบกับคนตะวันตก ความแตกต่างที่สำคัญคือ คนญี่ปุ่นรับประทานข้าวแทนขนมปังทุกมื้อ ซึ่งการบริโภคแป้งสาลีขัดขาวที่ใช้ทำขนมปัง เป็นสาเหตุที่ทำให้คนอเมริกันเป็นโรคอ้วนกันมากในทุกวันนี้

7. คนญี่ปุ่นถือว่า อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อใหญ่และมื้อสำคัญที่สุดของวัน อาหารเช้าของชาวอาทิตย์อุทัยจึงมีหลากหลาย ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยอาหารชุดเล็กๆ อย่างละไม่มาก มีทั้ง ชาเขียว ข้าวสวย มิโซะซุป ซึ่งทำด้วยเต้าหู้กับต้นหอม สาหร่ายโนริ ไข่ออมเล็ต หรือปลาชิ้นเล็กๆ เป็นต้น

8. คนญี่ปุ่นไม่ค่อยบริโภคของหวานมากนัก แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ช็อกโกเลต ขนมอบ คุกกี้ ไอศกรีม และเค้กถั่วแดง จะไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่น เพียงแต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีวินัยในการกินเพื่อสุขภาพ สามารถหักห้ามใจไม่กินตามความอยาก หรือกินมากเกินจนทำร้ายสุขภาพ

9. คนญี่ปุ่นมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องอาหารที่แตกต่างออกไป ในขณะที่คนอเมริกันกังวลกับเรื่องการอดอาหารและลดความอ้วน คนญี่ปุ่นเติบโตมาพร้อมกับการปลูกฝังว่า ให้สนุกกับการลิ้มลองอาหารหลากหลาย โดยไม่กังวลกับเรื่องการควบคุมอาหาร แต่ปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่นเองก็กำลังประสบปัญหาเดียวกัน เนื่องจากอัตราโรคอ้วนในหนุ่มสาววัยรุ่นของญี่ปุ่นที่นิยมบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

10. การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น เรื่องจากปกของนิตยสาร Time ปี 2004 ชื่อว่า How to Live to Be 100 เขียนถึงว่า คนญี่ปุ่นมีสุขภาพดีและรูปร่างดีมาก เพราะพวกเขาไม่อยู่นิ่ง กิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ มากมายในชีวิตประจำวันทำให้คนญี่ปุ่นได้เคลื่อนไหวร่างกาย เหมือนได้ออกกำลังกายอยู่เสมอ อีกทั้งประเทศของเขายังสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการขี่จักรยานรอบเมือง เดิน ปีนเขา และคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ขยันขันแข็งเป็นนิสัยอยู่แล้ว

เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านดูแล้วจะเห็นว่า หลายข้อเป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินมาแล้ว เรียกว่าไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งสำคัญน่าจะอยู่ที่ความมีวินัยกับตัวเองและยึดมั่นในการปฏิบัติอย่างไม่ย่อหย่อน ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รับรองว่า ผลที่ได้ย่อมจะดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอนค่ะ