ดอกหงส์เหิรกับวันเข้าพรรษา

เทศกาลงานบุญ

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนพระภิกษุสงฆ์จะจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ไม่จาริกไปในที่ต่างๆ พุทธศาสนิกชนก็จะถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำบุญใหญ่ ทำทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ตักบาตร และถวายภัตตาหาร ฯลฯ

งานบุญที่แตกต่างจากที่ไหนๆ กับการตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษาของ "ชาวสระบุรี" ช่วงเช้าจะเป็นการตักบาตรด้วยข้าวสุก เมื่อแล้วเสร็จก็จะไป "เก็บดอกไม้สีเหลือง-สีขาว-สีชมพูม่วง" ที่จะบานเฉพาะในช่วงเข้าพรรษา เรียกว่า ดอกเข้าพรรษา เตรียมเอาไว้ตักบาตรในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ซึ่งพระสงฆ์จะเดินเรียงรายเป็นทิวแถวขึ้นบันไดสู่พระมณฑป เพื่อรับบิณฑบาตดอกไม้ไปทำพิธี งานนี้จัดขึ้นในวันเข้าพรรษาของทุกปี

ที่มาของการทำบุญตักบาตรด้วยดอกไม้นั้น เล่าสืบต่อกันมาว่า มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เกิดขึ้นครั้งแรกในกรุงราชคฤห์ เมื่อ นายสุมนะ (สุมนมาลาการ) ช่างจัดดอกไม้คนหนึ่ง มีหน้าที่นำดอกมะลิ 8 ทะนาน ไปถวายพระเจ้าพิมพิสารในทุกๆเช้า และได้รับทรัพย์มาเป็นค่าดอกไม้ วันละ 8 กหาปณะเป็นประจำ

ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่จะนำดอกมะลิไปถวายพระราชา ระหว่างทางเขาได้พบพระพุทธองค์เสด็จมาบิณฑบาต พร้อมด้วยหมู่ภิกษุจำนวนมาก พระวรกายทรงเปล่งฉัพพรรณรังสี จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงถวายดอกมะลิทั้ง 8 ทะนานที่ถือมาเพื่อเป็นพุทธบูชา จึงโปรยดอกไม้ และอธิษฐานหวังจะได้ความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

ทันใดนั้นเกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น ดอกมะลิทั้ง 8 ทะนานไม่ได้ตกลงถึงพื้นดินเลยแม้แต่ดอกเดียว แต่กลายเป็นกำแพงดอกไม้ ทั้งเพดานเหนือพระเศียร ข้างซ้าย-ข้างขวา และด้านหลัง เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนิน กำแพงดอกมะลิทั้งหมดก็จะลอยตามไป เมื่อประทับยืน กำแพงดอกมะลิก็หยุดอยู่กับที่เหมือนกัน นายสุมนะเมื่อได้เห็นดังนั้นก็เกิดความปีติเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบเรื่องก็ไม่ทรงลงโทษ ชื่นชม และปูนบำเหน็จรางวัลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายยิ่งขึ้น

สืบเนื่องจากความเชื่อว่า การได้ถวายดอกไม้บูชาแด่องค์พระพุทธเจ้าจะได้รับอานิสงส์ ทำให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อถึงฤดูกาลเข้าพรรษา ชาวอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี จะพากันเก็บดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ผลิดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูกาลนี้ เพียงปีละครั้งเดียวเท่านั้นมาถวายพระ ซึ่งดอกไม้ดังกล่าว ชาวบ้านได้พากันเรียกว่า "ดอกเข้าพรรษา" และได้ปฏิบัติติดต่อกันมาจนก่อเกิดเป็นประเพณี ตักบาตรดอกเข้าพรรษา และมีแห่งเดียวในโลก

ดอกเข้าพรรษา หรือ "ดอกหงส์เหิร" เรียกกันตามลักษณะรูปร่างของดอก เพราะดอกและเกสรจะมีลักษณะเหมือนตัวหงส์ที่กำลังจะบิน มีลีลาสง่างาม ในพื้นที่อื่นๆ มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น กล้วยเครือคำ (เชียงใหม่) ก้ามปู (พิษณุโลก) ว่านดอกเหลือง (เลย) ฯลฯ เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ขิง เป็นดอกไม้เมืองร้อน เกิดในป่าร้อนชื้น พบในประเทศไทย พม่า และเวียดนาม ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ หรือตามชายป่า

ต้นหงส์เหิร หรือ "ต้นเข้าพรรษา" เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัว ประเภทเหง้า แบบมีรากสะสมอาหาร คล้ายรากกระชาย ส่วนของลำต้นเหนือดิน คือ กาบ ใบ ที่เรียงตัวกันแน่น ทำหน้าที่เป็นต้นเทียมเหนือดิน เกิดเป็นกลุ่มกอ สูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกเรียงสลับซ้าย ขวา เป็นสองแถว หนึ่งปีดอกเข้าพรรษจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น ในท้องที่อำเภอพระพุทธบาท พบว่ามี 2 สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว (ดอกสีขาว หรือขาวอมชมพู) และสกุลหงส์เหิร

ดอก ออกเป็นช่อ ซึ่งแทงออกมาจากยอดของลำต้นเทียม ช่อดอกมีลักษณะอ่อนช้อยสวยงาม ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีก้านดอกย่องเรียงดอกอยู่โดยรอบ ประกอบด้วยดอกจริง 1-3 ดอก มีสีเหลืองสดใส คล้ายรูปตัวหงส์กำลังเหินบิน มีกลีบประดับขนาดใหญ่ตามช่อโดยรอบ จากโคนถึงปลาย มีกลีบประดับขนาดใหญ่สวยงาม มีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งแต่ละสีมีความเชื่อดังต่อไปนี้

เชื่อกันว่า เมื่อนำดอกเข้าพรรษาไปตักบาตร จะได้กุศลแรง โดยเฉพาะดอกเข้าพรรษาสีขาว เพราะสีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา ดอกเข้าพรรษาสีเหลือง หมายถึงสีแห่งพระสงฆ์ ส่วนดอกเข้าพรรษาสีม่วง เป็นสีที่หายากที่สุด การใส่บาตรด้วยดอกสีม่วงจะได้บุญกุศลมากที่สุด เมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตดอกไม้แล้ว จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เมื่อถึงวันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวอำเภอพระพุทธบาท จะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุ ในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูป เทียน เพื่อตักบาตรถวายพระ ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง เป็นสถานที่ประดิษฐาน "รอยพระพุทธบาท" อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา

ประโยชน์ของดอกเข้าพรรษาที่เกี่ยวข้องกับทางยา หรือสมุนไพรค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาสระผม และสบู่ที่ใช้ในการบรรเทาอาการคันตามผิวหนัง แต่ในทางเทศกาลงานบุญแล้ว ดอกเข้าพรรษา มีความสำคัญมาก เพราะถือได้ว่าเป็นการชำระล้างจิตใจที่ขุ่นข้องหมองมัว เต็มไปด้วยกิเลส หากได้นำดอกเข้าพรรษานี้มาตักบาตร จะช่วยให้จิตใจงดงาม สดชื่น ผ่องใส

ชาวลังกามีคติความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง รอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทในประเทศไทยเป็นหนึ่งในห้าแห่ง รอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ได้ถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีเป็นสำคัญ โดยจะนำดอกเข้าพรรษามาจัดรวมกับธูป เทียน แล้วนำมาตักบาตรถวายพระ ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน "รอยพระพุทธบาท" อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา

ถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่สำคัญอยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร มาช้านาน ประชาชนชาวพระพุทธบาทและใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี เป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษา ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตรดอกเข้าพรรษาจาก 1 วัน เป็น 3 วัน และจะมีการตักบาตรดอกเข้าพรรษาวันละ 2 รอบ คือ รอบเช้า และรอบบ่าย กิจกรรมนี้ถือว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเผยแพร่ขนบธรรมประเพณีอันดีงามของประเทศไทย ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท ขบวนพยุหยาตราสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ขบวนรถบุปผาชาติ การแสดงศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และขบวนต่างๆ โดยจะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพระพุทธบาท ไปตามถนนพหลโยธิน แล้วเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร มีพิธีเปิดงาน และพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา โดยดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้น จะต้องเป็น "ดอกเข้าพรรษา" เท่านั้น

ชนัตถ์ นันทปัญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท ได้กล่าวถึงเทียนพรรษาพระราชทาน ซี่งมีบันทึกไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงส่งเสริมทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญอย่างมั่นคง พระราชพิธีเข้าพรรษาเป็นในพระราชพิธี 12 เดือน มีความสำคัญมากพระราชพิธีหนึ่ง ในราชสำนักได้ปฏิบัติสืบมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

ก่อนจะมีเทศกาลพระราชพิธีเข้าพรรษา 45 วัน จะมีการหล่อเทียนพรรษา สำนักพระราชวังจะแจ้งให้พระบรมวงศานุวงศ์ และหน่วยงานราชการต่างๆ ที่มีจิตศรัทธา โดยเสด็จพระราชกุศลในการหล่อเทียนพรรษา ให้นำขี้ผึ้งมามอบที่กองพระราชพิธี เมื่อรวบรวมพร้อมแล้ว เจ้าพนักงานจะได้หุงขี้ผึ้ง แล้วนำไปตั้ง พร้อมด้วยหุ่นเทียนพรรษาพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯออก ทรงเทขี้ผึ้งหล่อเทียนพรรษา มีจำนวนเทียนหล่อ 33 เล่ม (ใหญ่ 31 เล่ม เล็ก 2 เล่ม) กระจุบยอดเทียนสลัก 50 เล่ม

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำเทียนที่หล่อไปตกแต่งลวดลายและปิดทองให้เรียบร้อย เทียนพระราชทาน เป็นเทียนหล่อสำเร็จ ประดับด้วยลายไทย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 1 เมตร ทรง 8 เหลี่ยม ลำต้นสีแดง ตรงโคนและยอดเป็นสีทอง มีฐานเป็นไม้ทรง 8 เหลี่ยมคล้ายพานรองรับ องค์ประกอบสำคัญที่พระราชทานพร้อมกับต้นเทียน 3 อย่าง ได้แก่ ไจฝ้าย สำหรับทำไส้เทียน 1 ไจ เทียนชนวน ทำจากขี้ผึ้งแท้ 1 เล่ม และไม้ขีดไฟ 1 กลัก

เมื่อจะถึงวันเข้าพรรษาประมาณ 7 วัน เจ้าพนักงานจะได้นำเทียนที่ทรงหล่อนั้นไปตั้งถวาย ณ พระราชฐานที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออกพระสุหร่าย ทรงเจิมเทียนพรรษา กระจุบยอดเทียนสลัก เทียนชนวน และไม้ขีดไฟที่จะพระราชทานไปจุดเป็นพุทธบูชาตามพระอารามหลวงสำคัญ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไปเพื่อเป็นพุทธบูชา

จังหวัดสระบุรี ได้จัดงานพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และเป็นสถานที่ประดิษฐาน "รอยพระพุทธบาท" อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา

ในปี 2555 เทศบาลเมืองพระพุทธบาท ได้ร่วมกับ จังหวัดสระบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ประจำปี 2555 นับว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี ที่จะมีผู้เฒ่าผู้แก่ และคนหนุ่มสาว มาทำบุญตักบาตรร่วมกันเนื่องในวันเข้าพรรษา ที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตามประเพณีของชาวพุทธทั้งหลายหมั่นทำบุญให้ทาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

และช่วงออกพรรษาจะมีประเพณีที่เรียกว่า การตักบาตรข้าวต้มลูกโยน ที่วัดพระพุทธฉาย ชาวบ้านจะพากันทำ "ข้าวต้มลูกโยน" คือข้าวต้มที่ผัดและมัดไว้อย่างสวยงาม จะใช้ในการเสี่ยงทายด้วยการโยนลงบาตรใหญ่ และใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีและการท่องเที่ยว

วัดพระพุทธฉายสักการะเงาพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นรอยประทับคล้ายพระพุทธรูปยืนอยู่ในเนื้อหินผาอย่างน่ามหัศจรรย์ ตลอดจนสักการะรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ณ ยอดเขาวัดพระพุทธบาท

จังหวัดสระบุรีอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือหากจะพักสักหนึ่งคืน ตลอดเส้นทางก็มีที่พักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้เลือกได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว สถานีที่ ชม-ชิม-ช็อป โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร "โคนมอาชีพระราชทาน" ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก สัมผัสประสบการณ์รีดนมวัว และป้อนนมให้ลูกวัวตัวน้อยด้วยมือตัวเอง ชมเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นนมคุณภาพให้ได้ดื่มกัน ในบรรยากาศคล้ายเมืองเคาบอยที่ชวนให้หลงใหล

การนั่งเรือชมธรรมชาติแม่น้ำป่าสัก ลงเรือขนาดใหญ่ ชมลำน้ำป่าสักอันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาวสระบุรี สัมผัสธรรมชาติอันงดงาม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผ่านชุมชนชาวยวน และชาวมอญ สองฝั่งแม่น้ำป่าสัก โดยมีไก๊ด์ท้องถิ่นผู้ชำนาญการ บริการอาหาร และเครื่องดื่มบนเรือ

ตลาดโบราณ 100 ปีเสาไห้ เป็นตลาดเก่าเล็กๆ ริมแม่น้ำป่าสักที่มีเสน่ห์ และยังคงรักษาวิถีดั่งเดิม ทั้งการค้าขายสินค้าที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น มีร้านอาหารอร่อยขึ้นชื่อมากมาย ทั้งเกี๊ยวกรอบโบราณ อาหารเวียดนาม ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น ฯลฯ บรรยากาศที่นี่ชวนคนให้หวนระลึกนึกถึงวันวานผ่านมาสู่วันนี้

ปัจจุบันทุกคนได้พบเจอเหตุการณ์ทั้งดีและร้าย หาความแน่นอนไม่ได้ ไม่มีอะไรจะยืนยันได้ว่า ชาเราจะโชคดีตลอดไป ฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะทำให้เรามั่นใจว่า ชีวิตในปัจจุบันจะมีความสุขมากกว่าความทุกข์ ก็ต้องหมั่นทำบุญให้ทาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

หากใครยังไม่เคยได้พบเห็น ดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิร ก็อยากจะชวนให้หาโอกาสไปชม และร่วมตักบาตรดอกไม้ ด้วยดอกเข้าพรรษากันสักครั้งหนึ่งในชีวิตนะคะ