เอลวิส เพรสลี่ย์ ราชาร็อคแอนด์โรลที่โลกไม่เคยลืม

โน้ตบุ๊ค

ถึงเดือนสิงหาคมทีไร "บันนี่" มักจะได้รับเชิญไปร่วมฟังเพลงยุคเซเวนตี้ส์ที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงราชาเพลงร็อคแอนด์โรลล์ "เอลวิส เพรสลีย" ซึ่งขับร้องโดยนักร้องผู้มีฉายว่า "เอลวิสเมืองไทย" หลายรุ่นหลายวัย ตั้งแต่รุ่นใกล้เคียงเอลวิสตัวจริง ตลอดไปจนถึงรุ่นหนุ่ม รุ่นเด็ก ทั้งอาชีพและกิตติมศักดิ์ในเพลงดังของเอลวิส พร้อมแต่งกายและแสดงลีลาการเต้นแบบโยกและคลึงตามแบบฉบับเอลวิสแทบทุกท่วงท่า

เดือนสิงหาคมมีความสำคัญต่อเอลวิสอย่างไร?

คำตอบที่ "บันนี่" ขอเฉลยในปักษ์นี้คือวันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ.1977 เป็นวันที่ผู้คนที่เป็นแฟนเพลงของราชาร็อคแอนด์โรลล์ต้องพบกับความสูญเสียและโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักร้องชื่อก้องโลก เอลวิส เพรสลี่ย์

เอลวิส เพรสลี่ย์ มีชื่อเต็มว่า เอลวิส แอรอน เพรสลี่ย์ เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ.1935 ที่เมืองทูเพอโล รัฐมิสซิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา เป็นบุตรของ เวอร์นอน เอลวิส และ แกลดี้ส์ เลิฟ เพรสลี่ย์ เอลวิสมีพี่ชายฝาแฝดที่เกิดก่อนเขา 35 นาที แต่ได้เสียชีวิตไป ทำให้เขาเป็นบุตรเพียงคนเดียวของครอบครัว ตั้งแต่เยาว์วัย พ่อและแม่ของเขาได้พาเขาไปโบสถ์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจทางดนตรีเบื้องต้นจากเพลงในโบสถ์นี้เอง

ในปี 1941 เอลวิสเริ่มฉายแววนักร้องโดยการนำเพลงคันทรี่ของ เรด โฟเลย์ มาร้องในช่วงสวดมนต์ตอนเช้าที่โรงเรียน ในปี 1945 ด้วยวัยเพียง 10 ขวบ เขาได้แสดงต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกในการประกวดเพลงในงานมิสชิสซิปปี้-แอละบามา ในเพลง Old Shep และได้รับรางวัลที่ 5 ในปีเดียวกัน เขาได้รับของขวัญวันเกิดเป็นกีตาร์ตัวแรก แล้วได้ไปเรียนขั้นพื้นฐานจากลุงและศาสนาจารย์ที่โบสถ์ใกล้บ้านเกิดของเขา

ในปี 1948 ครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองเมมฟิส เมื่อเริ่มแตกเนื้อหนุ่มเอลวิสโดดเด่นมากด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและจอนใหญ่ข้างหูที่เป็นเอกลักษณ์ของเขามาตลอดชีวิต เขาเริ่มต้นฝึกฝนกีตาร์อย่างจริงจัง เมื่อว่างจากการเรียนเขาไปทำงานเป็นพนักงานเดินตั๋วหนังในโรงภาพยนตร์ และไปเดินที่ถนนบีล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านเพลงบลูส์ ปีสุดท้ายของการเรียนมัธยมเขาได้ร่วมแข่งขันในรายการ "Annual Minstrel" ขับร้องและเล่นกีตาร์ในเพลง "Till I Waltz Again With You" ทำให้เริ่มโด่งดังจากงานนี้ เมื่อเรียนจบเขาจึงเลือกดนตรีและการร้องเพลงเป็นอาชีพในอนาคต

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1953 เอลวิสเดินเข้าไปขออัดเพลงลงแผ่นเสียงที่สำนักงาน "ซันเรคคอร์ดส์" ในเพลง My Happiness และ Thai's When Your Heartaches Begin โดยอ้างว่าเพื่อเป็นของขวัญให้แม่ แต่บางคนกล่าวว่าเขาไปเพราะต้องการให้แมวมองพบแล้วติดต่อเขาไปเป็นนักร้อง แต่ก็ไม่มี จนกระทั่งในปีต่อมามีผู้ติดต่อให้เขามาร้องเพลงสไตล์นักร้องผิวดำที่ซันเรคคอร์ดส์ ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่ดีจนเกือบจะยอมแพ้ ในที่สุดหัวหน้าสำนักงานซันเรคคอร์ดส์ทดลองให้เขาร้องเพลงอื่นๆที่เขาถนัดอีกหลายเพลง แต่ก็คงยังไม่ผ่าน ก่อนจะถอดใจเขาหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลง "That's Are Right" ของ อาเธอร์ ครูดัป มัวร์ แล้วกระโดดไปกระโดดมาทั่วห้องเหมือนคนบ้าอย่างเมามัน เพื่อนนักดนตรีอีกคนเกิดอารมณ์สนุกตามจึงหยิบเบสมาเล่นร่วมด้วย หัวหน้าสำนักงานที่กำลังควบคุมการอัดเสียงอยู่ฟังดูแล้วเห็นว่าเข้าท่าดี จึงบันทึกเพลงนี้ไว้แล้วนำไปให้ดี.เจ.ชื่อดังในรายการ "เรดฮ็อตแอนด์บลู" ออกอากาศในวันรุ่งขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ฟังรายการ นับเป็นการแจ้งเกิดของเอลวิสในวงการเพลงตั้งแต่บัดนั้น

ในเดือนกรกฎาคม 1954 เอลวิสและวงดนตรีทรีโอได้เปิดการแสดงที่โอเวอร์ตันพาร์ค มีผู้คนมาชมจำนวนมาก ด้วยความประหม่าเขาเริ่มเขย่าขาตามจังหวะเพลง ทำให้กางเกงขาบานของเขาขยับตาม แล้วสาวๆก็เริ่มกรี๊ดต่อมา นอกจากเขาจะพัฒนาเพลงแล้วเขายังพัฒนาท่าเต้นให้เร่าร้อนขึ้น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในท่วงท่า "โยกและคลึง" ที่ระบาดไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าววิจารณ์ท่าเต้นนี้พร้อมส่งไปยังเอฟบีไอว่า

"เอลวิสเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสหรัฐอเมริกา เพราะท่าเต้นของเขาเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้กับกลุ่มวัยรุ่น" นี่ยังไม่รวมถึงเสื้อผ้าในการแสดงที่เปล่งประกายโดดเด่นยามปรากฏตัวบนเวทีอีกด้วย

จากนั้นมาเอลวิสได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ดังๆหลายรายการ ออกตระเวนแสดงสดในหลายรัฐ เขาเริ่มบันทึกแผ่นเสียงออกจำหน่ายครั้งแรกกับค่ายอาร์ซีเอในปี 1956 เพลง Blue Suese Shoes และ I Forgot to Remember to Forget ติดชาร์ตอันดับ 1 ทำให้ผู้คนเริ่มบ้าคลั่งเขามากขึ้นเรื่อยๆ และในปี 1956 เขาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Love Me Tender

เอลวิสแต่งงานกับ พริสซิลลา โบลิเออร์ มีลูกสาวคนหนึ่งคน ต่อมาได้หย่าขาดกันและพบรักใหม่กับ ลินดา ทอมสัน ซึ่งใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันเพียง 2 ปี ก็แยกจากกันอีกในปี 1976 เอลวิสประสบปัญหาเรื่องสุขภาพหลายโรค รวมทั้งยังต้องต่อสู้กับเรื่องของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงตระเวนเปิดการแสดงตามคำเรียกร้องของแฟนเพลงตามเมืองต่างๆอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 16 สิงหาคม 1977 เวลาหลังเที่ยงคืนแฟนสาวของเขาพบเอลวิสนอนหมดสติอยู่ภายในห้องน้ำที่คฤหาสน์ Greatland ของเขาเอง ซึ่งเป็นการเสียชีวิตกะทันหันจากการติดยาตามใบสั่งแพทย์ด้วยวัยเพียง 42 ปี