นั่งรถไฟไป "ตามรอยพระราชกรณียกิจ ทุ่งมะขามหย่อง" เมืองมรดกโลกกรุงเก่า "อยุธยา"

ที่นี่...รายการ "ตะวันหรรษา"

เมื่อปลายปี 2554 "อยุธยา" ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ การเดินทางท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ตลอดจนการดำเนินวิถีชีวิตหยุดชะงักลงเกือบจะทั้งหมด แต่ด้วยความอดทนและความเชื่อมั่นที่มีต่อแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้องชาวกรุงศรีฯ ในวันนี้ได้พลิกฟื้นกลับคืนมาเป็นเมืองมรดกโลกอันยิ่งใหญ่ และไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติค่ะ

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก มี แม่น้ำ 4 สายไหลผ่าน คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย ทำให้เหมาะแก่การเกษตรกรรม การประมง การค้าขาย มีกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่รสชาติถูกใจนักชิมทุกคน

เมืองกรุงเก่า (กรุงศรีอยุธยา) มีความเจริญุรุ่งเรืองในด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ ยาวนานถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครอง 5 ราชวงศ์ รวม 33 องค์ และเชื่อกันว่า พระนครศรีอยุธยากอปรด้วยคนดี มีความสามารถทุกยุคทุกสมัยตลอดมา แม้เมื่อกรุงศรีอยุธยาต้องเสียให้แก่พม่าถึง 2 ครั้ง แต่ก็ยังสามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ จนมีคำกล่าวว่าแต่เดิมว่า "กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี"

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชาสัมพันธ์ "อยุธยา" ให้กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ หลังจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง ได้มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ และสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ทำให้เกิดกระแสความสนใจ เดินทางท่องเที่ยวเพื่อตามรอยพระราชกรณียกิจฯ

ดิฉันได้รับเชิญจาก ปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการ ททท.พระนครศรีอยุธยา และประสานงานผ่าน พัฒนพงษ์ พงษ์ทองเจริญ หัวหน้างานแผนปฏิบัติงานการตลาดภาคกลาง กองตลาดภาคกลาง ภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปในโครงการรถไฟขบวนพิเศษ "ตามรอยพระราชกรณียกิจ ทุ่งมะขามหย่อง"

การเดินทางเริ่มที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง ขบวนรถเร็วเด่นชัย 111 เวลา 07.00 น. โดยมี สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง ททท. ร่วมเดินทางไปพร้อมกับคณะฯ มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนรถไฟคนละ 1 ชุด ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วมาลงที่สถานีรถไฟบ้านม้า ปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา มารอรับและให้การต้อนรับเข้าสู่เมืองกรุงเก่า ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค การแสดงกลองยาว การค้าขาย ฯลฯ

แล้วนั่งรถตุ๊กตุ๊กหน้ากบไป อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ที่ทุ่งหันตรา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมพิธีแถลงข่าวเปิดโครงการฯ

วิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการฯ ททท. และ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิด โครงการ "ท่องเที่ยวรถไฟตามรอยพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เส้นทางกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา ณ บริเวณสถานีรถไฟภาชี ณ อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี เป็นกิจกรรมนำร่องให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟ

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดทำแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นคือ หอจดหมายเหตุตามรอยพระราชกรณียกิจ ทุ่งมะขามหย่อง เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 และได้จัดสร้างอนุสรณ์สถานีแห่งความจงรักภักดี ที่ทุ่งหันตรา เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้า OTOP ซึ่งเป็นของดีจาก 16 อำเภอ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่เดินทางมา

คุณสุรพลกล่าวว่า ทุ่งมะขามหย่อง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ และเป็นพื้นที่โครงการแก้มลิงตาม
พระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะผลักดันให้ โครงการ "ท่องเที่ยวรถไฟตามรอยพระราชกรณียกิจฯ อยุธยา" เส้นทางกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้ในอนาคต

กิจกรรมภายในอนุสรณ์สถานแบ่งเป็น 4 เส้นทาง คือ 1. เสนา-อยุธยา 2. บางไทร-นครหลวง 3. บางปะหัน-บางปะอิน และ 4. มหาราช-วังน้อย โดยรถรางและรถตุ๊กตุ๊กกบ หยุดให้ลงจุดละประมาณ 20 นาที หมุนเวียนจนครบ 4 จุด เพื่อให้เลือกชมและซื้อหาสินค้า OTOP จาก 16 อำเภอ และรับประทานบุฟเฟ่ต์อาหารไทยมื้อกลางวัน ชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานจับนางสุวรรณมัจฉาของเด็กนักเรียน

สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา ที่เชื่อมโยงตามรอยเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่ อาทิ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง) พระราชนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ทุ่งภูเขาทอง) ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ศาลากลางหลังเก่า) และวัดสุวรรณดาราราม ฯลฯ รวมทั้งสามารถเลือกซื้อสินค้า OTOP ของ 16 อำเภอ ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชมชนท้องถิ่นที่ผลิตสินค้า ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

คุณปราโมทย์เปิดเผยว่า อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ทุ่งหันตรา จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 โดยประชาชนชาวพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกันจัดสร้างองค์พระปางประจำพระชนมวาร สูง 9.84 เมตร ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 143 ไร่ ให้เป็นแหล่งเผยแพร่ของดี 16 อำเภอ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการแสดงจากอำเภอต่างๆ หมุนเวียนให้ได้ชม

และหอจดหมายเหตุทุ่งมะขามหย่อง ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นบ้านฯ ด้านในของหอจดหมายเหตุ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับภาพแห่งความปลาบปลื้ม วันที่พสกนิกรชาวอยุธยาเฝ้ารอรับเสด็จฯ และสามารถรับชมภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดให้เข้าชมทุกวัน บริหารจัดการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ภายในอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี มีกิจกรรมสำคัญคือ 1. สักการะพระพุทธรูปประธานอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี (พระปางประจำวันจันทร์) ประดิษฐานบนเนินวงกลมสูง 4 เมตร สร้างเป็นขั้นบันไดรอบฐาน 7 ชั้น (หมายถึงพระชนมพรรษา 7 รอบ) เทปูนหล่อองค์พระด้วยมือของพสกนิกรชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วเสร็จในคืนเดียว

2. กิจกรรมปิดทองหลังพระ กำแพงด้านหลังองค์พระพุทธรูปตกแต่งด้วยงานประติมากรรมหินทราย แสดงพระราชกรณียกิจฯ จำนวน 9 เรื่อง ที่ได้ทรงพระราชทานแก่พสกนิกร อาทิ การกักเก็บน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย การผันน้ำเพื่อการเกษตร ฯลฯ เป็นการนำพระบรมราโชบายของในหลวง ในเรื่องการปิดทองหลังพระ เป็นการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน มาแสดงให้ประชาได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นแบบอย่างต่อไป

3. กิจกรรมคืนหนองโสนให้ชาวอยุธยา พระเจ้าอยู่ทองได้ทรงเลือกบริเวณริมหนองโสนในเกาะเมืองอยุธยา เป็นสถานที่สถาปนากรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันหนองโสนได้เลือนหลาย จึงได้จัดทำโครงการคืนหนองโสนให้ชาวอยุธยา เพื่อให้สำนึกถึงประวัติศาสตร์และความสำคัญของหนองโสน ขุดแต่งพื้นที่ด้านหลังองค์พระพุทธรูป เชื่อมต่อกับคลองธรรมชาติ (คลองข้าวเม่า) รวบรวมสายพันธุ์โสน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ โสนหางไก่ โสนคางคก โสนอัฟริกัน และโสนหินกินดอก เป็นแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการประกอบอาชีพ และฟื้นฟูหนองโสนขึ้นใหม่

4. กิจกรรมรวมใจภักดิ์รักพระเจ้าอยู่หัว แบ่งพื้นที่รอบหนองโสนเป็น 16 แปลง มอบเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้า OTOP ภูมิปัญญาชาวบ้าน 16 อำเภอ ได้แก่ หัวโขน (อ.ภาชี) พัดสาน (อ.บ้านแพรก) ขนมไทย (อ.เสนา) โรตีสายไหม (อ.พระนครศรีอยุธยา) ผ้าทอพื้นเมือง (อ.บางซ้าย) เป่าแก้ว (อ.บางไทร) มีดอรัญญิก (อ.นครหลวง) อิฐมอญ (อ.บางบาล) เบญจรงค์ (อ.ลาดบัวหลวง) จักสานงอบ (อ.บางปะหัน) ตระกร้าหวาย (อ.ผักไห่) ปั้นจิ๋ว (บางปะอิน) ทองม้วนสด (อ.มหาราช) และขนมบ้าบิ่น (อ.ท่าเรือ)

เส้นทางตามรอยพระราชกรณียกิจ ประกอบด้วย ชมหอนิทรรศการประวัติศาสตร์อยุธยา ที่ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ศาลากลางหลังเก่า) สักการะพระราชานุสาวรีย์พระสุริโยทัย ณ ทุ่งมะขามหย่อง ห้องนิทรรศการหอจดหมายเหตุตามรอยพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชมพลับพลาที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา

และในโอกาสนี้ สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มอบหนังสือพ็อคเก๊ตบุ๊คส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย "มิราเคิล ไทยแลนด์...มหัศจรรย์เมืองไทย ต้องไปสัมผัส" ผลงานของ 11 นักเขียนท่องเที่ยว ให้กับ วิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วย

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ เศียรพระในต้นไม้ที่วัดพระมหาธาตุ ศูนย์ศิลปาชีพฯบางไทร พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราชที่งดงาม และใหญ่ที่สุด ที่วัดหน้าพระเมรุ หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง ฯลฯ

ทุ่งมะขามหย่อง ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย เป็นพื้นที่ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพื้นที่แก้มลิง แก้ปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และในฤดูแล้งจะนำน้ำที่กักเก็บไว้ให้เกษตรกรได้ใช้ในการเพาะปลูก เพื่อพสกนิกรชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทุ่งมะขามหย่องบ่งบอกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ "ทุ่งมะขามหย่อง" และ "ทุ่งภูเขาทอง" ที่สมเด็จพระศรีสุริโยทัย และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยสู้รบกับพม่า จึงได้ชื่อว่า "แผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ" มีเนื้อที่ทั้งหมด 250 ไร่ ใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ (แก้มลิง) จำนวน 180 ไร่ มีความจุน้ำได้ 2,100,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการป้องกันอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และยังเป็นสวนสาธารณะที่ประชาชนสามารถมาเที่ยวชมความสวยงาม และเป็นที่พักผ่อนได้ จึงนับว่ามีคุณประโยชน์มหาศาล

ออกจากทุ่งมะขามหย่องผ่านแปลงนาประวัติศาสตร์ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯไปทรงเกี่ยวข้าว ผ่านพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุ่งภูเขาทอง เพื่อไปวัดสุวรรณดาราราม พระอารามหลวงประจำพระบรมราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯทรงทอดพระกฐินหลวง ณ วัดแห่งนี้ ใกล้ๆทางเข้าวัด มีร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวาน หลากหลายเมนูให้เลือกรับประทาน เป็นร้านดังในย่านนี้ที่ต้องไม่พลาดมีลองชิมลิ้มลองกัน

วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร อยู่ในเขตพระนคร เหนือป้อมเพชร เดิมชื่อ "วัดทอง" เป็นวัดที่พระบรมมหาชนก ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างไว้ ต่อมาเมื่อพระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาวัดทองขึ้นใหม่ และพระราชทานว่า วัดสุวรรณดาราราม เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระบรมชนกนาถ และพระบรมราชชนนี ตามพระนามเดิมของทั้งสองพระองค์ คือ "ทองดี" และ "ดาวเรือง"

ภายในวิหาร มีภาพเขียนสี ในสมัยรัชกาลที่ 7 แสดงพระราชประวัติของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถี เป็นจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม กรมศิลปากรได้ถ่ายแบบภาพเขียนนี้ไปไว้ที่อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณหน้าพระอุโบสถจะเห็นแท่นพระศรีมหาโพธิ์ ลักษณะเป็นแท่นฐานบัวคว่ำและบัวหงาย ประดิษฐานต้นพระศรีมหาโพธิ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้นำหน่อโพธิ์มาจากประเทศอินเดีย ใกล้ๆกัน มีหอระฆัง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พร้อมกับการปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่

จากนั้นเดินทางมาสถานีรถไฟอยุธยา รับมอบของที่ระลึกจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยรถไฟขบวนรถเร็วอุบลราชธานี 136 เวลา 16.37 น. ถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) เวลา 18.40 น. โดยสวัสดิภาพ

การเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้เส้นทางของรถไฟเพื่อไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ไม่ต้องเร่งรีบ คุ้มค่าทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย มีโอกาสชมความหลากหลายของวิถีชีวิตสองข้างทางได้สบายๆ ที่สำคัญจะได้ไปตามหา และท้าพิสูจน์เรื่องราวของ "คนดีของกรุงศรีอยุธยา" ด้วยกันนะคะ