จินตนาการสู่ความเป็นจริง หัตถศิลป์ศูนย์ศิลปาชีพฯ

หญิงไทยรายงาน

ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และศูนย์การค้า สยามพารากอน ร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมร่วมสืบสานศิลปหัตถกรรมไทย โดยจัดงานนิทรรศการ จินตนาการสู่ความเป็นจริง หัตถศิลป์ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ รวบรวมสุดยอดผลงานวิจิตรบรรจง ของคณะอาจารย์ และนักเรียนศิลปาชีพ จำนวนกว่า 1,000 ชิ้น จาก 20 แผนก ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจากองคมนตรี รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นประธานงานนิทรรศการครั้งนี้ โดยกล่าวในพิธีเปิดงานอันสำคัญ ว่า "ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 85 พรรษา ด้วยการจัดงานนิทรรศการ จินตนาการสู่ความเป็นจริง หัตถศิลป์ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจัดแสดงและจำหน่ายผลงานรังสรรค์หัตถศิลป์ จากแก้ว ดิน ไม้ และวัสดุธรรมชาติประเภทต่างๆ จากฝีมือของบรรดาอาจารย์และนักเรียน จาก 20 แผนก สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้าส่วนหนึ่ง หลังจากที่ได้หักค่าใช้จ่ายออกไปแล้ว จะนำไปสมทบให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อโครงการในศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร"

โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากองค์กรต่างๆมากมาย ได้แก่ บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

งานนิทรรศการหัตถศิลป์ครั้งนี้ ได้รวมสุดยอดชิ้นงานอันทรงคุณค่า จาก 20 แผนก รังสรรค์ผลงานชิ้นไฮไลท์ อาทิ แผนกช่างฝังมุก ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรก ชิ้นงานอันสร้างสรรค์ อย่างหัวเข็มขัดประดับมุก ถือได้ว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูง ฝีมือช่างในการแกะสลัก ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรเนื้อมุก ที่จะนำมาประดับประดาเป็นหัวเข็มขัด ตลอดจนความใส่ใจในรายละเอียดของชิ้นงาน ซึ่งนำมาให้ความสวยงามที่สุดเลอค่า เหมาะสำหรับหญิงสาวสมัยใหม่ที่มีสไตล์ในการแต่งตัวเป็นของตัวเอง

ส่วนทางแผนกช่างเขียนภาพลายไทย รังสรรค์ชิ้นงาน อย่างภาพลายรดน้ำ (พระพิฆเณศวร) ภาพลายรดน้ำ (ครุฑยุดนาค) และ ภาพลายรดน้ำ (เทพพระจันทร์) ลายรดน้ำ...เป็นจิตรกรรมไทยประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาช้านานแล้ว งานเขียนในแต่ละชิ้นงานนั้นต้องอาศัยความประณีตและความละเอียดอย่างสูงในทุกๆขั้นตอนของการผลิต ทั้งต้องผนวกกับความชำนาญ ตลอดจนถึงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ถือว่าเป็นงานศิลปะที่คงเอกลักษณ์อันสำคัญอย่างหนึ่งของชาติไทย ที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน

ต่อด้วยแผนกช่างประดิษฐ์หัวโขน ที่ภูมิใจนำเสนอ หัวโขนพระรามติดปีกแมลงทับ ชิ้นงานที่เอาปีกแมลงทับสีเขียวแวววาวงดงาม สีสันสะดุดแก่สายตา ซึ่งเกิดจากแนวคิดที่คำนึงถึงคุณประโยชน์ของแมลงที่มีอยู่ตามแหล่งธรรมชาติ นำมารังสรรค์ให้เกิดเป็นชิ้นงานอันวิจิตร ผนวกกับการใช้เทคนิคสมัยใหม่ โดยขึ้นหัวโขนด้วยการอัดลงแบบพิมพ์ ทำให้เกิดคุณสมบัติที่โดดเด่น คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทางด้านแผนกช่างประติมากรรม ได้เสนอผลงานอันเลอค่าที่รังสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ คือประติมากรรมนูนสูงเรซิ่น เป็นงานดินปั้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางแผนก โดยอาศัยการใช้เทคนิคการปั้นแบบนูนสูง และการปั้นที่ผสมผสานแบบร่วมสมัย รวมไปถึงการหล่อและตกแต่งผิวงานตามทฤษฎีสี ส่วนมวยคาดเชือกรูปหล่อทองเหลือง ศิลปะมวยไทยโบราณ ที่หาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน ผู้ประดิษฐ์ได้เล็งเห็นในความสำคัญที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จึงนำเสนอด้วยลีลาการชกมวย ผ่านงานปั้นลอยตัวมองเห็นได้รอบด้าน ผนวกกับการนำดินเหนียวที่คัดมาเฉพาะขึ้นรูป เพิ่มความคลาสสิคด้วยสีน้ำตาลเข้ม

อีกทั้งแผนกช่างเป่าแก้ว รังสรรค์ผลงาน ปากกาแก้ว หลากสีสัน เช่น สีน้ำเงิน สีเหลือง และสีเขียว มาเอาใจผู้ที่ชื่นชอบและนักสะสมปากกา ซึ่งเป็นการพัฒนาผลงานของแผนกที่มีความแปลกใหม่ โดยคำนึงถึงคุณสมบัติการใช้งานเป็นหลัก ได้นำเทคนิคการหลอมแก้วและการยืด ผนวกกับการความชำนาญของช่าง ในการเชื่อมแก้วให้เป็นเนื้อเดียวกัน

พร้อมกันนี้ แผนกช่างบ้านทรงไทย มาเอาใจคนรักบ้านด้วย กรอบรูปไม้สัก เรือนไทยภาคกลาง ซึ่งเป็นการประดิษฐ์แบบบ้านจำลอง จากกระดาษแข็งและไม้สักทอง อีกทั้งกรอบรูปสามมิติและกรอบรูปแบบตั้งโต๊ะ ก็เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับเนื้องาน อีกทั้งยังนำเอาสถาปัตยกรรม ศาลาไทยของทางภาคกลาง มาจำลองย่อได้อย่างครบถ้วน และผสมผสานกันอย่างลงตัว

และแผนกเครื่องเคลือบดินเผา กับผลงานสร้างคุณค่า หูหวายใบจันทร์ ซึ่งเป็นผลงานที่ทางแผนกภูมิใจนำเสนอ เป็นการพัฒนาในเรื่องของรูปแบบและสีสัน โดยการนำใบแสงจันทร์เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้น ที่คนโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแสงจันทร์ไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความงดงามนิ่มนวล เพราะลักษณะของใบแสงจันทร์ มีสีเหลืองอมเขียวอ่อนๆ เมื่อกระทบกับแสงจันทร์แล้ว จะเกิดประกายแสงสีเหลืองนวล แลสดใสเหมือนแสงจันทร์

นอกจากนั้นยังมีแผนกต่างๆของศูนย์ศิลปาชีพฯ ที่นำผลงานอันวิจิตรตระการตา มาจัดแสดงและจำหน่าย ได้แก่ จิตรกรรมประยุกต์ ช่างบาติก ช่างปั้นตุ๊กตาชาววัง ช่างเครื่องเรือนหวาย ช่างเครื่องหนัง ช่างสานผักตบชวา ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าและปักจักร ช่างภาพกระจกสี ช่างวาดภาพสีน้ำมัน ช่างศิลปะประดิษฐ์ ช่างเครื่องเรือนไม้ ช่างแกะสลักไม้ และช่างปั้นดอกไม้ขนมปัง อีกด้วยครับ