ไปวัดโพนชัย ด่านซ้าย...แอบดูรูพญานาค

ศรัทธาสัญจร

เมื่อเอ่ยถึงงานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประเพณีประจำจังหวัดเลย คนส่วนใหญ่จะนึกถึงสถานที่จัดงาน คือวัดโพนชัย บ้านเดิ่น ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูงทางทิศใต้ของอำเภอด่านซ้าย ห่างจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมากค่ะ เพราะมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี พระธาตุศรีสองรัก สร้างช่วง พ.ศ.2103- พ.ศ.2106 วัดนี้สร้างหลังการก่อสร้างพระธาตุศรีสองรักค่ะ โดยมีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่า พระเถระของกรุงศรีอโยธยา และจากกรุงศรีสัตนาคนหุต ที่ทำสัตยาบัน (หล่อน้ำสัจจาตามศิลาจารึก) สร้างพระธาตุศรีสองรักได้มาพำนักอยู่ที่วัดนี้ จึงมีพระธาตุศรีสองรักจำลอง 1 องค์ ขนาดกว้าง 3.75 เมตร สูง 15 เมตร อยู่ทางทิศใต้ของพระวิหารในวัดนี้ด้วย เมื่อการก่อสร้างพระธาตุศรีสองรักแล้วเสร็จ ที่พักสงฆ์จึงกลายมาเป็นวัดจนถึงปัจจุบัน

ภายในวัดโพนชัยมีพระอุโบสถสองหลังอยู่ติดกัน โดยหลังใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศเหนือ และหลังเล็กหันหน้าไปทางทิศตะวันออก พระอุโบสถหลังเล็กนั้นสร้างทีหลัง แต่ละหลังการก่อสร้างจะเป็นศิลปะล้านช้างหลวงพระบาง สำหรับพระอุโบสถหลังใหญ่เรียกว่า "วิหารพระเจ้าใหญ่" ภายในมีภาพเขียนสีผนังพุทธประวัติ และพระพุทธรูปประธานขนาดใหญ่ภายในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งชาวอำเภอด่านซ้าย เรียกพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ว่า พระเจ้าใหญ่ หรือหลวงพ่อใหญ่ องค์พระสูง 115 นิ้ว หน้าตักกว้าง 79 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะคล้ายของลาว มีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ด้านหลังของหลวงพ่อใหญ่มีรูของพญานาคโผล่ขึ้นมา เป็นรูที่พญานาคเจาะมาจากท่าวังเวิน ลำน้ำหมัน เพื่อพญานาคได้ออกมาคอยปกปักรักษาหลวงพ่อใหญ่ รูพญานาคแห่งนี้ได้มีคนทดลองนำส้มโอและมะพร้าวหย่อนลงไป ปรากฏว่าไปโผล่ออกที่ท่าน้ำวังเวินในลำน้ำหมัน ซึ่งจุดนั้นอยู่ห่างจากวัดประมาณ 300 เมตร เป็นจุดที่ทิ้งหน้ากากผีตาโขนหลังจากเล่นเสร็จแล้ว

ทุกวันพระ บริเวณรูพญานาคหลังพระพุทธรูปมีดินโคลนปรากฏอยู่เป็นรอยเหมือนงูใหญ่เลื้อย ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยพญานาคที่ขึ้นมาสักการะหลวงพ่อใหญ่ ทำให้มีรอยเปื้อนเต็มไปหมดในบริเวณพระอุโบสถ บางคนจะได้ยินเสียงน้ำ ไหลอยู่ในรูพญานาคด้วย ในปี 2531 ช่วงนั้นเกิดสงครามบ้านร่มเกล้าระหว่างไทยและลาว ที่อำเภอนาแห้ว จ.เลย มีคนเห็นน้ำสีแดงไหลออกจากตาของพระเจ้าใหญ่ ชาวบ้านเชื่อว่าหลวงพ่อใหญ่เกิดความเสียใจที่พี่น้องมาฆ่ากันเอง อดีตเจ้าอาวาสวัดโพนชัยเคยทำการปิดรูพญานาคแห่งนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้พญานาคเอาโคลนเข้าในพระอุโบสถ แต่หลังจากปิดรูแล้วทำให้วัดโพนชัยไม่เจริญก้าวหน้า มีแต่ทรุดโทรมลงไป

พ.ศ.2536 พญานาคได้มาเข้าทรงชาวบ้าน คือ คุณยายสมปอง ชามนตรี อายุ 70 ปี หมู่บ้านเดิ่น ต.ด่านซ้าย คุณยายสมปองเล่าว่า "พญานาคมาเข้าทรงกล่าวว่า มาปิดทางเดินของกูทำไม" เพราะเขาไม่สามารถมารักษาดูแลพระเจ้าใหญ่ได้ มาปิดรูของเขาก็เหมือนปิดวัด ซึ่งก็เป็นความจริง เนื่องจากภายหลังที่ปิดรูพญานาค ช่วงนั้นวัดเกิดความทรุดโทรม หลังจากพญานาคมาเข้าทรงแล้วชาวบ้านและคณะกรรมการวัดได้ตกลงเปิดรูที่อยู่หลังพระเจ้าใหญ่ ให้พญานาคขึ้นมาดูแลพระเจ้าใหญ่ นับแต่นั้นมา วัดโพนชัยมีความเจริญรุ่งเรือง ทุกวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ คุณยายสมปองจะจัดอาหารมาถวายพญานาคเป็นประจำ

วัดโพนชัยมีการทำบุญมหาชาติในเดือน 7 หลังจากเสร็จงานพระธาตุศรีสองรักเป็นประจำทุกปีไม่ขาด มี เจ้าพ่อกวน เจ้าพ่อแสน เจ้าแม่นางเทียม และแม่นางแต่งทุกคนเป็นเจ้าภาพจัดงานบุญเทศน์มหาชาติ แต่ละปีตามประเพณีสืบต่อกันมา ชาวบ้านเรียกว่า บุญหลวง ในงานนี้จะมีผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนน้อยมาเล่นในงานนับร้อย งานบุญผีตาโขนนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวง ที่ถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่นที่รวมเอางานบุญพระเวส (ฮีตเดือนสี่) และงานบุญบั้งไฟ (ฮีตเดือนหก) ให้เป็นงานบุญเดียวกันโดยงานบุญพระเวสมีวัตถุประสงค์จัดเพื่อให้ฟังเทศน์มหาชาติ ส่วนงานบุญบั้งไฟนั้นเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อถวายบูชาเทวาอารักษ์รักเมือง ขอให้ฝนตกตามฤดูกาล ซึ่งผีตาโขนจะเป็นผู้ออกมาสร้างสีสันและความครื้นเครงในขบวนแห่ ส่วนชื่อของผีตาโขนนั้นเล่าต่อกันมาว่าน่าจะมาจากการสวมหน้ากากคล้ายหัวโขน หรือบางคนเรียกเป็นผีตาขน ผีตามคน และเพี้ยนเป็นผีตาโขนในที่สุด ปัจจุบันวัดโพนชัยเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย ขึ้นก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2548 ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านเรือนไม้ ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองด่านซ้าย นิทรรศการผีตาโขน การสาธิตทำหน้ากากผีตาโขน และรวบรวมข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ ของ อ. ด่านซ้ายจัดแสดงไว้ด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์วัดโพนชัย มีการจัดแสดงหุ่นผีตาโขนที่มีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน และมี 2 ประเภท คือ ผีตาโขนใหญ่ ผู้ชายและผู้หญิงซึ่งต้องทำตามธรรมเนียมที่กำหนดไว้เท่านั้น และผีตาโขนเล็กที่เราพบเห็นกันทุกปี นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขนที่มีส่วนประกอบดังนี้ หัวของผีตาโขน ทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียวมาหักพับขึ้นให้มีลักษณะคล้ายหมวก หน้าทำจากโคนก้านมะพร้าวถากเป็นรูปหน้ากาก เย็บต่อกับส่วนหัว แล้วเจาะช่องตา จมูกทำจากไม้เนื้ออ่อนแกะสลักเป็นรูปร่างต่าง ๆ คล้ายกับจมูกคน ปัจจุบันนิยมทำยาวเป็นงวงช้าง เขาทำจากปลีมะพร้าวแห้งมาตัดให้ได้ขนาดที่ต้องการแล้วติดที่ข้างหวด การตกแต่งลวดลายเมื่อก่อนนิยมใช้สีธรรมชาติ เช่น ปูนขาว ปูนแดง ขี้เถ้า ขมิ้น เขม่าไฟ ปัจจุบันนิยมสีน้ำมันเพราะสะดวกและมีสีสันสดใส จากนั้นจะนำเศษผ้ามาเย็บต่อกับหวดและหน้ากากให้ผ้าคลุมมิดไหล่สำเร็จเสร็จกลายเป็นหุ่นผีตาโขนในที่สุด นอกจากนี้ยังมีสินค้าของที่ระลึกผีตาโขนในรูปแบบต่างๆ สามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. จากที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายเดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2114 ผ่านสภอ.ด่านซ้าย และตลาดด่านซ้าย เลยสะพานข้ามไปเล็กน้อยจะเห็นวัดโพนชัยอยู่ทางซ้ายมือ...ผ่านมาทางอำเภอด่านซ้ายเมื่อใด ตามไปดูรูพญานาคและพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนภายในวัดโพนชัยได้เลยค่ะ