"การบินไทย" อากาศยานชีวภาพ สายการบินแรกในเอเชีย

รักษ์สิ่งแวดล้อม

บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพทำการบินเป็นสายการบินแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

ภายใต้แนวคิดการเดินทางแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ TRAVEL GREEN โดยหวังกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนหรือ เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพอย่างยั่งยืนดังนั้นเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในเรื่องเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในประเทศไทย บริษัท การบินไทยฯ จึงจัดเที่ยวบินพิเศษที่ ทีจี 8421 บินเที่ยวบินพิเศษ เพื่อแนะนำการบินโดยใช้เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพเป็นเที่ยวบินแรกในประเทศไทย (THAI First Flight With Biofuels) คือ เที่ยวบินที่ ทีจี 8421 ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 - 200 โดยเชิญสื่อมวลชน หน่วยงานต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนโครงการร่วมเดินทางในเที่ยวบินพิเศษนี้ด้วย อาทิ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมการบินพลเรือน บริษัท โรล์สรอยซ์ และบริษัท โบอิ้ง จำกัด เป็นต้น เมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา

"THAI First Flight With Biofuels" ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 14.00 น.เป็นเที่ยวบินเที่ยวแรก ที่นำเอาเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ มาใช้ทำการบิน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศไทย จนนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดการเกิดสภาวะเรือนกระจก ซึ่งบริษัท การบินไทยได้จัดเที่ยวบินพิเศษที่ TG8421 ทะเบียน HS-TJAนามพระราชทานลำพูน ซึ่งตัวเลขของเที่ยวบินที่ TG8421 นั้นมีความหมายมงคล 84 คือพระชนมายุขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 21 คือ วันที่ทำการบิน นอกจากนี้ยังเพิ่มอีกหนึ่งเที่ยวบิน คือ เที่ยวบินที่ทีจี 104 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยจะนำรายได้จากค่าโดยสารทั้งหมดมอบให้แก่องค์กรด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศไทยต่อไป ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

"บริษัทการบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจในยุทธศาสตร์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR ) ในฐานะสายการบินรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Travel Green เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักรู้ถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บินได้ออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศ โดยหวังกระตุ้นให้สายการบินในภูมิภาคนี้ได้พิจารณาการใช้เชื่อเพลิงอากาศยานชีวภาพ เพื่อลดการใช้น้ำมันอากาศยานที่ผลิตมาจากฟอสซิลให้ได้ในอนาคต

การบินไทยต้องการให้เกิดการผลักดันและ มีพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการบินให้มีความยั่งยืนและเกิดขึ้นภายในประเทศไทยและภูมิภาคนี้ โดยได้กำหนดเป็นแผนความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น บริษัทผู้ผลิตน้ำมัน สถานบันวิจัย สถาบันการศึกษา และ หน่วยงานภาครัฐ และ เอกชนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินในต่างประเทศให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพสำหรับใช้ในอุตสหากรรมการบินในประเทศภายใต้ "โครงการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในการบินอย่างยั่งยืน" โดยหวังให้ภาครัฐให้การสนับสนุน และทำให้เกิดความสำเร็จในอนาคต

นอกจากนี้เพื่อให้ผู้โดยสารมีส่วนร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสนับสนุนให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ ลดภาวะโลกร้อน บริษัทฯ จึงได้ทำการบินด้วยเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในเที่ยวบินพาณิชย์เป็นสายการบินแรกในภูมิภาคเอเชีย "The First Passenger Biofuels Flight in Asia" ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2554 เที่ยวบินที่ ทีจี104 เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยบริษัทฯ จะนำรายได้จากค่าโดยสารเที่ยวบินดังกล่าวไปมอบให้แก่องค์กรด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศไทย และ เพื่อให้เยาวชนได้รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม การบินไทยยังได้นำคณะนักเรียน และ อาจารย์ จำนวน 98 คน ร่วมเดินทางในโครงการ "พาน้องท่องฟ้า" ร่วมเดินทางในเที่ยวบินทีจี 107 ดังกล่าวด้วย"

สรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "บริษัท ปตท. ในฐานะผู้บุกเบิกการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยและส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้สนับสนุนจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ เพื่อใช้ในการปฎิบัติการบินครั้งนี้ประมาณ 8 ตัน มูลค่ารวมประมาณ 2.5 ล้านบาท โดยได้นำเข้ามาจากบริษัท Sky NRG แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพรายใหญ่ของโลก และ เป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิงชนิดเดียวกันนี้ให้กับสายการบินแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ หรือ KLM ตลอดจนสายการบินอื่นๆ เช่น Finnair ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงบินในน่านฟ้ายุโรป ในปัจจุบันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพดังกล่าวเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำมัน Bio-Jet และน้ำมัน Jet A-1 ชนิดปกติ ในอัตราส่วน 50 ต่อ 50 ซึ่ง ปตท. ได้ตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว โดยมีมาตรฐานถูกต้องตามมาตรฐานสากล ASTM D1655 หรือ American Society for Testing and Materials เพื่อความมั่นใจสำหรับการบินในทุกเที่ยวบิน นอกจากนี้ เพื่อให้เที่ยวบินพิเศษนี้เป็นไปแนวคิดการบินสีเขียว หรือ Travel Green ของการบินไทยอย่าสมบูรณ์แบบ กลุ่ม ปตท. โดยบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไอโอเคม และ บริษัท พีทีที โพลิเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง ยังได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตพลาสติก จัดทำถ้วยกระดาษเคลือบด้วยพลาสติกย่อยสลายได้ 100% มาแนะนำให้ใช้ในภาคธุรกิจเป็นครั้งแรกของประเทศไทยอีกด้วย ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศที่จะสร้างความเชื่อมั่นใหักับประชาคมโลก และแสดงถึงความพร้อมก้าวไปสู่ความเป็น Bio Hub แห่งเอเชีย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจของ ปตท. ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน"

Mr. Ralph L. "Skip" Boyce President, Boeing Southeast Asia. Boeing International Corporation. บริษัท โบอิ้ง จำกัด กล่าวว่า "กิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในการริเริ่มของการบินไทยภายใต้แนวคิด 'โครงการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในการบินอย่างยั่งยืน' ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน นักวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิง สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ทางอากาศ และ พลังงานทดแทน รวมถึงเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งสายการบิน และโบอิ้งในฐานะผู้ผลิตเครื่องบินเราไม่เพียงแต่ผลิตเครื่องบินใหม่ ที่มีประสิทธิภาพ ดีเยี่ยม เช่น โบอิ้ง 787 แก่ลูกค้าซึ่งรวมถึงการบินไทยแต่โบอิ้งยังมุ่งเน้นใช้ทรัพยากรตลอดจนการทำงานรวมกับนักวิจัยและอุตสาหกรรมชั้นนำเพื่อเร่งพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพในการบินอย่างยั่งยืน โดยโบอิ้งมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้การเดินทางราบเรียบ สะอาด และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับสายการบินลูกค้าและผู้โดยสารของเรา"

การริเริ่มใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในอากาศยานครั้งนี้ เพื่อต้องการ ให้เป็นไปตามข้อตกลงของธุรกิจการบินทั้งหมด ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ.2050 แต่เชื้อเพลิงชีวภาพยังมีปริมาณการผลิตน้อย และราคาแพง ภูมิภาคอื่นๆ จึงยังอยู่ในขั้นทดลองเช่นกัน เชื่อว่าภายใน 6-7 ปีจะทำให้ผู้ใช้มั่นใจการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในอากาศยานมากขึ้นและนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตพืชเชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศไทย ทั้งสบู่ดำ หรือปาล์ม น้ำมันมากขึ้น .......หลังจากใช้เวลาบิน 20 นาทีเพื่อยืนยันการใช้เชื้อเพลิง ชีวภาพในอากาศยานมีความปลอดภัย ตรงตามมาตรฐานที่ผู้ผลิต เครื่องบิน และเครื่องยนต์ยอมรับ ก่อนลงจากเครื่องผู้โดยสารทุกท่านในเที่ยวบินนี้ต่างได้รับของที่ระลึก เป็นจานรองแก้ว ที่ทำจากพลาสติคชนิดพิเศษสามารถย่อยสลายได้ ลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย