นับรอยเท้า...

ส่องทางรักษ์โลก

 

"กำลังคิดว่าจะใส่รองเท้าดีหรือเปล่า..." เด็กหญิงตอบพร้อมรอยยิ้ม

เธอลังเลชั่วครู่ขณะที่ผู้ร่วมเดินธรรมยาตรากลุ่มท้ายๆเดินมาสมทบ พลันได้เห็นเพื่อนวัยเดียวกันยังเปลือยเท้า รองเท้าเขรอะฝุ่นคู่นั้นจึงถูกเก็บลงในกระเป๋าเช่นเดิม

เธอออกเดินไปพร้อมกับเพื่อนชายหญิงกลุ่มนั้นห่างออกไปกระทั่งลับหายไปจากสายตา...

คณะธรรมยาตราเพื่อลุ่มน้ำลำปะทาวครั้งที่ ๑๒ เริ่มเดินเท้าจาก อช.ตาดโตน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ผ่านผืนป่าเต็งรังอันเป็นลักษณะเด่นของอุทยานฯ เส้นทางพาลัดเลาะไปตามภูมิประเทศทั้งเนินสูงและหุบลึก บางพื้นที่ร่มครึ้มด้วยเงาไม้ชวนผ่อนคลาย หากบางตอนกลับไร้ไม้ใหญ่ใดๆ ส่งให้ความร้อนจากเปลวแดดฉุดเอาแรงใจจากผู้ไม่คุ้นชินต้องถดถอยลงไปทุกที... ต่อเมื่อมาถึงการเดินทางช่วงสุดท้ายก่อนถึงวัดอรุณฯอันเป็นจุดหมายปลายทางของวัน...
ขณะเดินผ่านทางชัน พลันสายตาก็พบกับป้ายเหล็กสีเขียวเนื้อความว่า "แปลงปลูกป่าพื้นที่ต้นน้ำเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน พ.ศ.๒๕๔๒"

ผมใช้เวลาอ่านไม่มากนัก หากสภาพแวดล้อมรอบกายกลับตอกตรึงให้ต้องหยุดนิ่งอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน...

แม้เวลานับจากวันเริ่มโครงการฯ จะผ่านมานานกว่า ๑๑ ปี แต่ต้นไม้ที่เห็นกลับไม่เติบโตขึ้นตามเวลาที่เปลี่ยนไป...

"คงต้องใช้เวลาอีกนานครับ ชั่วชีวิตผมคงไม่ทันเห็นว่ามันกลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์..." เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เอ่ยขึ้นหลังจากดื่มน้ำดับกระหาย...

ชายวัยกลางคนวางกระติกน้ำข้างตัวก่อนจะหันไปมองยังแปลงปลูกป่าที่ไร้เงาไม้ใดๆบดบัง...

"ผมนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าวันที่ป่าแถวนี้ยังสมบูรณ์ในสมัยปู่ย่ามันเป็นแบบไหน..."เขารำพึงเบาๆพร้อมกับสวมหมวกลายพรางออกเดินนำไปตามเส้นทางที่ใช้ตรวจการณ์อยู่เป็นประจำ...

แดดบ่ายนำความอบอ้าวมาสู่คณะธรรมยาตราที่ขณะนี้ต่างคนต่างเดินไร้รูปขบวน หนุ่มสาวเร่งฝีเท้าด้วยหมายไปให้ถึงโดยเร็ว หากผู้สูงวัยกลับค่อยๆก้าวตามเรี่ยวแรงและจังหวะของตนเอง บนทางดินจึงปรากฏรอยเท้าของผู้ไปก่อนอย่างชัดเจน...

ช่วงเวลาที่มองรอยเท้า หนุ่มสาวกลุ่มใหญ่ได้เดินมาถึงและแซงผ่านขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ผมยิ้มให้และหลีกเข้าข้างทาง...

สายลมพัดผ่านมาวูบใหญ่ขยับใบหญ้าคาไหวเอนเป็นทาง เมื่อฝุ่นจางผมก้มมองดูพื้นทางอีกครั้ง รอยเท้ารอยเดิมหายไปแล้ว ร่องรอยใหม่ๆที่เต็มไปด้วยลวดลายจากพื้นรองเท้าปรากฏแทนที่...

จุดหมายยังอีกไกล ผมออกเดินไปบนทางดินเหยียบทับรอยเท้าเหล่านั้น ร่องรอยผมยังคงชัดแต่อีกไม่นานหรอก คนข้างหลังจะเป็นผู้ลบมันให้เลือนหายไป...

"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอเดินเท้าเปล่าไปให้ถึงเลยแล้วกัน..." ผมหวนนึกถึงคำพูดของเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง แม้เธอจะล่วงหน้าไปไกล หากรอยเท้าของเธอยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ...ชัดเจนเพื่อเตือนให้ผมรู้ว่ารอยเท้าที่ถูกลบเลือนไปรุ่นแล้วรุ่นเล่านั้นมีความสำคัญเพียงใด...