"ถ้าโอกาสอำนวย ข้าพเจ้าจักได้บวชสักเวลาหนึ่ง"

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะประทับอยู่ในต่างประเทศขณะที่ทรงพระเยาว์ แต่ทรงได้รับการอบรมในด้านพระพุทธศาสนาจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ดังที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์รับสั่งเล่าที่ห้องประชุมหอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๐ ความตอนหนึ่งว่า

"สมเด็จพระศรี ทรงให้สวดมนต์สั้นๆ เป็นภาษาไทยเท่านั้น ในตอนนั้นนโมตัสสะยังสวดไม่เป็นเลย สวดแต่ว่าขอให้พระพุทธเจ้าดลบันดาลให้...เป็นเด็กดี มีเมตตากรุณาเท่านั้นเอง"

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล่าถึงเรื่องนี้ พระราชทานแด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า

"เรื่องศาสนา สมเด็จย่าไม่ได้สอนเคี่ยวเข็ญ ไม่จ้ำจี้จ้ำไชเป็นพิเศษ ไม่ใช่นั่งสวดมนต์ยาวเหยียด ทรงสอนให้สวดมนต์ไหว้พระ ขอให้พระพุทธเจ้าคุ้มครอง ให้เป็นเด็กดี"

เมื่อเสด็จขึ้นครองราชแล้ว ด้วยพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีกระแสพระราชดำรัสสำคัญยิ่งในท่ามกลางมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยว่า "โดยที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของเรา ทั้งตามความศรัทธาเชื่อมั่นของข้าพเจ้าเองก็เห็นเป็นศาสนาดีศาสนาหนึ่ง เนื่องในบรรดาสัจธรรมคำสั่งสอนอันชอบธรรม คำสั่งอันชอบด้วยเหตุผลซึ่งเคยคิดอยู่ว่าถ้าโอกาสอำนวย ข้าพเจ้าจักได้บวชสักเวลาหนึ่ง"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จออกผนวชเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (หม่อมราชวงศ์ชื่น สุจิตฺโต) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหารทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์ เมื่อทรงพระผนวชแล้ว ประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดระยะเวลาทรงพระผนวช พระองค์ทรงธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ทรงปฏิบัติศาสนกิจเช่นที่พระทั้งหลายปฏิบัติ เสด็จทำวัตรเช้าวัตรเย็นที่พระอุโบสถร่วมกับพระภิกษุสามเณรมิได้ขาดสักวันหนึ่งเลย ทรงศึกษาและปฏิบัติพระธรรมวินัยด้วยความเคารพ เสด็จออกบิณฑบาต โปรดพสกนิกรที่มีบุญได้ถวายบาตรแด่พระองค์

ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้กล่าวถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ปฏิบัติต่อพระสงฆ์ และพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาว่า

"กระผมเคยเห็นครั้งหนึ่งที่พระภิกษุที่พระองค์ท่านทรงอาราธนามาเจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์ ท่านชรามาก อายุ ๙๐ เศษ ท่านเดินไม่ไหว พระเจ้าอยู่หัวของเราเข้าไปประคองแขน และทรงประคองเดินผ่านพวกเราไปทรงส่งพระจนถึงรถ ทรงทำเองแท้ๆ ไม่ได้ใช้มหาดเล็กเลย อย่างนี้เป็นภาพที่กระทบเข้าไปในหัวใจ ประทับใจเราว่า พระองค์ท่านทำอย่างนี้ด้วยพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนา และภิกษุสงฆ์อย่างแนบแน่นยิ่ง ทั้งที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวในโลกของชาวพุทธทั่วโลก เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวที่เป็นศาสนูปถัมภกโดยแท้จริง และทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริงในโลกในเวลานี้ ทั้งนี้เป็นพระจริยาวัตรที่ตรึงเข้าไปในใจของประชาชนชาวพุทธทั้งหลาย ประเทศไทยเป็นชาวพุทธถึงกว่าร้อยละ ๙๐ เพราะฉะนั้นความเคารพรักนับถือของชาวไทยจึงเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล... ในด้านการพระศาสนาพระองค์ท่านทรงศึกษาและปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง และลึกซึ้ง ซึ่งคนธรรมดาสามัญอย่างเราคาดไม่ถึงว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงมีพระราชภาระหนักหน่วง จะทรงรอบรู้หลักธรรมะของพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ทรงรู้เฉยๆ หากแต่ทรงปฏิบัติโดยเคร่งครัดและจริงจัง ลึกซึ้ง ซึ่งคนธรรมดาสามัญอย่างเราคาดไม่ถึงว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงมีพระราชภาระหนักหน่วง จะทรงรอบรู้หลักธรรมะของพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ทรงรู้เฉยๆ หากแต่ทรงปฏิบัติโดยเคร่งครัดและจริงจัง

ข้อนี้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทุกคนซึ่งอยู่ในปริมณฑลที่ใกล้ชิดพระองค์ การทั้งนี้จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระองค์ต่อสมณะ คือพระภิกษุสงฆ์ด้วยคารวะนอบน้อม นอบน้อมยิ่งเสียกว่าเราคนธรรมดาจะปฏิบัติเสียอีก"