น้ำลดหรือยัง

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

...หลายปีมาแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบหนักที่สุดเป็นช่วงเวลาที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้นำเครื่องโทรพิมพ์มาติดตั้งที่ห้องทรงงานใหม่ๆ เพื่อน้อมเกล้าฯถวาย ข้าราชสำนักท่านหนึ่งกรุณาเล่าให้ฟังว่า แม้จะดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่เสด็จขึ้นห้องพระบรรทม แต่ทรงคอยติดตามข่าวเรื่องอุทกภัยที่หาดใหญ่อยู่อย่างใกล้ชิด

ด้วยทรงห่วงใยราษฎร จึงทรงส่งคำถามผ่านเครื่องโทรพิมพ์ด้วยพระองค์เองถามไปทางหาดใหญ่ว่า "น้ำลดแล้วหรือยัง"

โดยที่ไม่ทราบว่าผู้ส่งคำถามมานั้นคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำตอบที่มีผ่านมาทางเครื่องโทรพิมพ์เมื่อเวลาประมาณตีสองตีสาม มีข้อความที่ตอบด้วยความไม่พอใจว่า

"ถามอะไรอยู่ได้ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คนเขาจะหลับนอน" แต่ตอนท้ายของคำตอบนั้นก็ไม่ลืมที่จะบอกด้วยว่า "น้ำลดแล้ว"

เรื่องเล่าข้างบนนี้เป็นบทความเรื่อง "ในหลวงกับประชาชน" ที่เขียนโดย ถาวร ชนะภัย นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อคราวเกิดอุทกภัยใหญ่ขึ้นในภาคใต้ พ.ศ.๒๕๓๐ ที่แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคำนึงห่วงใยถึงพสกนิกรของพระองค์อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่มีทุกข์ภัย

ดังนั้น ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องของดิน ฟ้า อากาศ เป็นอย่างยิ่ง จึงได้เกิดเรื่องเล่าขำๆ มณีเมขลากับแอนเจลล่าของ สมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา มีความดังนี้ว่า

"..พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาลักษณะอากาศโดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯถวายทุกวัน ร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่พระองค์ทรงเลือกเองจากระบบสื่อสารต่างๆ...

...ในหลายครั้งที่พระองค์มีพระราชวินิจฉัยในลักษณะแตกต่างออกไป และผลก็ออกมาตาม
พระราชวินิจฉัย พระองค์ท่านก็จะมีพระราชดำรัสในทางขำขันเพื่อไม่ให้เราเสียใจ เช่น การไม่เข้ามาของพายุ Angela ใน พ.ศ.๒๕๓๘ มีรับสั่งว่า

'ไม่เป็นไร ลูกนี้ไม่เข้า ฉันให้นางเมขลาพาไปที่เขาพระสุเมรุแล้ว'?."

เรื่องของ พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการพระดาบส ก็นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีต่อราษฎรของพระองค์

"...การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ...จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย...ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้แต่พล่ามบรรยายมาทางวิทยุ บางคนหลับยามไม่พอยังกดคีย์ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่งออกอากาศมาเป็นการแก้เหงาก็มี

ที่จัดได้ว่าโชคดีคือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ 'ปทุมวัน' กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่งพนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสารจึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรง ว่าโปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อเก็บอาหารสำรองสำหรับเวรยามดึกให้ ๑ ตู้..."

 

(ข้อมูลจากหนังสือ "เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย)