เมื่อ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ดับสูญ

เมื่อช่างปักชื่อดังของฝรั่งเศสเสียชีวิต จึงเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของวงการแฟชั่นฝรั่งเศส 
C'est is bon!

(ตีพิมพ์ ๙ ก.ค.๒๐๑๒)

คอลเลคชั่นหนึ่งของ อีฟส์ แซงต์-โลรองต์ (Yves Saint-Laurent) เป็นเสื้อปักลายภาพเขียนของ แวงซองต์ วาน โก๊ก (Vincent Van Gogh) เป็นดอกไอริสบ้าง ดอกทานตะวันบ้าง ปักได้เหมือนภาพเขียนจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นฝีมือการปักของคนเพียงไม่กี่คน และคนเหล่านั้นอยู่ภายใต้การกำกับของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ (Francois Lesage) ช่างปักชื่อดังของฝรั่งเศส และเมื่อ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๐๑๑ จึงเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของวงการแฟชั่นฝรั่งเศส 

ฟรองซัวส์ เลอซาจ เกิดในปี ๑๙๒๙ พ่อของเขาทำงานกับช่างเสื้อดังอย่าง มาดแลน วีออนเนต์ (Madeleine Vionnet) ต่อมาในปี ๑๙๒๔ จึงซื้อกิจการของร้านปักผ้า อัลแบรต์ มิโชเนต์ (Albert Michonet) ซึ่งก่อตั้งในยุคจักรวรรดิที่ ๒ (Second Empire) และทำงานให้กับห้องเสื้อดังอย่าง มาดแลน วีออนเนต์ (Madeleine Vionnet) ฟรองซัวส์ เลอซาจ สืบทอดกิจการ ในปี ๑๙๔๙ ขณะที่เขาอายุเพียง ๒๐ ปีเท่านั้น เขาเรียนรู้การปัก พัฒนาฝีมือและนำวัสดุ และเทคนิคใหม่ๆในการปัก ตัวอย่างลายปักมีหลายหมื่นชิ้น ซึ่งรวมทั้งผลงานของ อัลแบรต์ มิโชเนต์ ที่ปักเสื้อให้ห้องเสื้อ ชาร์ลส์ เฟรเดอริค เวิร์ธ (Charles Frederick Worth) 

ห้องเสื้อที่ใช้บริการปักของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ มีตั้งแต่ คริสติออง ดิออร์ (Christian Dior) คริสโตบัล บาลองเซียกา (Cristobal Balenciaga) ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) อูแบรต์ เดอ จีวองชี (Hubert de Givenchy) อีฟส์ แซงต์-โลรองต์ (Yves Saint-Laurent) คริสติออง ลาครัวซ์ (Christian Lacroix) และเริ่มทำงานให้ห้องเสื้อชาแนล (Chanel) ในปี ๑๙๘๒ ในยุคของ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ด้วยว่าในยุคที่ โกโก้ ชาแนล (Coco Chanel) ยังมีชีวิตอยู่ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ทำงานให้กับ เอลซา เชียปาเรลลี (Elsa Schiaparelli) ซึ่งเป็นคู่แข่งของ โกโก้ ชาแนล และห้องเสื้อชาแนลนี่เองที่ซื้อกิจการของสตูดิโอปักผ้าของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ในปี ๒๐๐๒ 

ในปี ๑๙๓๘ อันเป็นยุคของ อัลแบรต์ เลอซาจ พ่อของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ได้ปักเสื้อให้ราชินีฟาริดาแห่งอียิปต์สำหรับพิธีราชาภิเษก แต่บังเอิญช่างทำกรรไกรตกลงบนผืนผ้าจนขาดเป็นรู ผ้าผืนนี้จึงกลายเป็นผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ 

ในปี ๑๙๙๗ อันเป็นโอกาสที่ สันตะปาปาฌอง-ปอลที่ ๒ (Jean-Paul II) เสด็จมากรุงปารีส ในกรอบวันเยาวชนโลก (Journees modiales de la jeunesse) โปรดให้ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ปักเสื้อคลุมและหมวกถวาย

การทำงานให้กับห้องเสื้อดังต่างๆ ทำให้ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่นำความลับของห้องเสื้อหนึ่งไปบอกกับอีกห้องเสื้อหนึ่ง เขาจึงได้รับความไว้วางใจแก่ช่างเสื้อดังทุกยุคสมัย 

ด้วยเกรงว่าความรอบรู้ในการปักของตนจะสูญหายไป ฟรองซัวส์ เลอซาจ จึงอยากถ่ายทอดวิชาและประสบการณ์ เขาจึงตั้งโรงเรียนสอนการปักผ้า ในปี ๑๙๙๒ 

กิจการของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย เขาถึงกับเอ่ยปากว่าภายในเวลา ๕ ปี เงินทองที่หาได้ในเวลา ๔๐ ปี หดหายไปหมด และไม่สามารถฟื้นคืนกลับแม้จะยังมีงานทำอย่างต่อเนื่องในภายหลัง จึงเป็นเหตุให้ต้องขายกิจการแก่ห้องเสื้อชาแนล ในปี ๒๐๐๒ ทั้งนี้ห้องเสื้อชาแนลตั้งบริษัท Paraffection รวมช่างฝีมือ ทั้งช่างปักอย่าง ฟรองซัวส์ เลอซาจ ช่างทำรองเท้ามาสซาโร (Massaro) ช่างปักขนนกเลอมารีเอ (Lemarie) ช่างทำหมวกมิเชล (Michel) เป็นต้น

อูแบรต์ เดอ จีวองชี ผู้ก่อตั้งห้องเสื้อจีวองชี ถือ ฟรองซัวส์ เลอซาจ เป็นช่างปักที่เก่งที่สุดในโลก และชื่นชอบที่ตระกูลแวร์เตแมร์ (Wertheimer) เจ้าของห้องเสื้อชาแนลเห็นคุณค่าของผลงานของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ จึงซื้อกิจการการปักไว้เพื่อให้ประสบการณ์และความทรงจำของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ไม่ดับสูญไป อูแบรต์ เดอ จีวองชีก่อตั้งห้องเสื้อ ในปี ๑๙๕๒ และได้ร่วมงานกับ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ตั้งแต่นั้น

คริสติออง ลาครัวซ์ เป็นช่างเสื้อที่ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ถือเปรียบเสมือนลูกทูนหัว ทั้งสองพบกันครั้งแรกเมื่อ คริสติออง ลาครัวซ์ เริ่มทำงานให้กับห้องเสื้อปาตู (Patou) ในปี ๑๙๘๒ ฟรองซัวส์ เลอซาจ มีส่วนสนับสนุนให้ชื่อของ คริสติออง ลาครัวซ์ เป็นที่รู้จักเมื่อเขาเปิดห้องเสื้อของตนเอง

ใช่แต่ห้องเสื้อฝรั่งเศสเท่านั้นที่ใช้บริการของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ด้วยว่านับตั้งแต่ทศวรรษ ๑๙๘๐ ห้องเสื้ออเมริกันอย่าง คาลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) และ ออสการ์ เด ลา เรนตา (Oscar de la Renta) ก็ให้เขาปักเสื้อให้เช่นกัน

ความทรงจำที่ประทับใจที่สุดของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ คือการแสดงผลงานโดยรวมของ อีฟส์ แซงต์-โลรองต์ ที่สตาด เดอ ฟรองซ์ (Stade de France) หรือที่ศูนย์วัฒนธรรม จอร์จส์ ปงปิดู (Centre culturel Goerges Pompidou) 

เฟรเดริก มิตแตรองด์ (Frederic Mitterrand) รัฐมนตรีวัฒนธรรมของฝรั่งเศสแต่งตั้งให้ ฟรองซัวส์ เลอซาจ เป็น Maitre d'art เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๐๑๑ และก่อนที่ ฟรองซัวส์ เลอซาจ จะถึงแก่กรรมเพียง ๑ วัน ห้องเสื้อชาแนล แต่งตั้ง อูแบรต์ บาแรร์ (Hubrt Barrere) เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของสตูดิโอปักผ้าของ ฟรองซัวส์ เลอซาจ ต่อไป