มรดกความทรงจำแห่งโลก: จารึกวัดโพธิ์

ห้องสมุดสกุลไทย

ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน นับแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีสืบมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเวลากว่า ๗๐๐ ปี ในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ บรรพบุรุษของชาตินับแต่พระมหากษัตริย์ลงมาจนถึงสามัญชน นอกจากจะทรงปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้พ้นภัยจากอริราชศัตรู โดยทรงกระทำสงครามขับไล่ปัจจามิตรไปให้พ้นแผ่นดิน เพื่อรักษาเอกราชและความผาสุกร่มเย็นของอาณาประชาราษฎร์แล้ว ยังทรงสร้างสรรค์มรดกศิลปวัฒนธรรมอันแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นอารยประเทศไว้ให้แก่อนุชนชาวไทยตลอดมาทุกยุคทุกสมัย

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และพระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นจากวัดเดิม คือวัดโพธาราม ซึ่งเป็นวัดเดิมและชำรุดทรุดโทรมมากให้งดงามบริบูรณ์ทั้งพระอาราม เมื่อพุทธศักราช ๒๓๓๒ สันนิษฐานว่า พระพิมลธรรม ในฐานะที่เป็นปราชญ์มีความรอบรู้และปรากฏเกียรติคุณหลายด้าน น่าจะเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการวางแนวคิด รูปแบบ และแผนผังของสถาปัตยกรรมวัดโพธิ์ ซึ่งเมื่อบูรณปฏิสังขรณ์แล้ว มีความงามวิจิตร ทรงคุณค่าสมกับเป็นพระอารามคู่พระนคร และในการนี้ เมื่อพุทธศักราช ๒๓๓๗ สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนา พระพนรัตน (สุก หรือศุข) เป็นสมเด็จพระสังฆราช จึงโปรดฯให้เลื่อน พระพิมลธรรม วัดโพธาราม เป็นสมเด็จพระพนรัตน อธิบดีสงฆ์ของวัดโพธิ์องค์แรกในสมัยรัตนโกสินทร์ (จารึกวัดโพธิ์ : มรดกความทรงจำแห่งโลก น.๑๔)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระราชศรัทธาจะสร้างให้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นวัดประจำรัชกาล มีพระราชศรัทธาจะสร้างให้บริบูรณ์งดงามขึ้นกว่าเก่า จึงทรงบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอาราม ใช้เวลารวม ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงเสร็จสมบูรณ์ และโปรดฯให้ตั้งการฉลองพระอาราม เมื่อวันศุกร์ เดือน ๕ แรม ๑๒ ค่ำ ปีระกา ตรีศก จุลศักราช ๑๑๖๓ ตรงกับวันที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๔๔ พระราชทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแปลงสร้อยนามใหม่เป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ กับ เจ้าจอมมารดาเรียม ทางบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์แก่อาณาประชาราษฎร์และชาติบ้านเมืองเป็นอเนกประการ ทรงพระปรีชาสามารถในด้านการพาณิชย์ ทรงจัดเรือไปค้าขายกับต่างประเทศ และขากลับเมื่อเรือว่าง โปรดฯให้บรรทุกอุปกรณ์การก่อสร้าง เช่น กระเบื้อง ศิลา เครื่องถ้วย เครื่องประดับหิน เช่น สิงโต หรือสัตว์ต่างๆที่ใช้เป็นเครื่องประดับพระอาราม ฯลฯ เป็นอับเฉากันเรือโคลง นำกลับมาบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม และโปรดฯให้จารึกความรู้ต่างๆทั้งด้านอักษรศาสตร์ สังคม การแพทย์ วรรณกรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม สัมพันธไมตรีกับต่างประเทศและอื่นๆ จนได้รับการขนานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม คือ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ออกพระนามพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรวม ๓ แบบ คือ "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว" "พระมหาเจษฎาราชเจ้า" และ "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า" ซึ่งมีความหมายว่า พระมหาราชเจ้าผู้มีพระราชหฤทัยตั้งมั่นในการบำเพ็ญพระราชกิจ และทุกวันที่ ๓๑ มีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกำหนดให้เป็น วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า และมีรัฐพิธีถวายราชสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์เป็นประจำ ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง เชิงสะพานผ่านฟ้า กรุงเทพฯ

ครั้นถึงพุทธศักราช ๒๕๓๕ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization-UNESCO) ได้จัดตั้งแผนงาน "มรดกความทรงจำแห่งโลก" (Memory of the World Programme : MOW) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาของโลกที่เป็นเอกสาร วัตถุที่สามารถสะท้อนให้เห็นความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรมและความคิดริเริ่มของมนุษย์หรือข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ เชิญชวนให้ประเทศสมาชิกของยูเนสโก จัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงาน ความทรงจำแห่งโลก เพื่อสำรวจและจดทะเบียนมรดกความทรงจำของแต่ละชาติ อนุรักษ์สืบทอดเรียนรู้ และเผยแพร่ให้กว้างขวางด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย หากมีมรดกความทรงจำชิ้นใดมีคุณค่าควรแก่การจดทะเบียนในระดับภูมิภาคและระดับโลก ให้ดำเนินการเสนอไปยังยูเนสโกเพื่อพิจารณาตัดสินและประกาศขึ้นทะเบียนในระดับที่เหมาะสมต่อไป

คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นความสำคัญของเอกสารมรดกความทรงจำ จึงมอบให้กระทรวงศึกษาธิการในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๙ มี ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต เป็นประธาน และมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาจัดทำทะเบียนมรดกความทรงจำของชาติ อนุรักษ์ศึกษา สืบทอดขึ้นทะเบียนและเผยแพร่สู่สาธารณชน

คณะกรรมการได้เสนอจารึกวัดพระเชตุพน หรือจารึกวัดโพธิ์ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และคณะกรรมการแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก (UNESCO Memory of the World Regional Gmmittee for Asia/Pacific-MOWCAP) ซึ่งประชุมกัน ณ กรุงแคนเบอร์ร่า ประเทศออสเตรเลีย มีมติรับยรอง จารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากยูเนสโกพิจารณาเห็นว่าศิลาจารึกวัดโพธิ์มีความสำคัญ มีผลกระทบต่อประเทศต่างๆในเอเชีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกันถวายประกาศนียบัตรลงทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลก แก่พระธรรมปัญญาบดี เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ ในวาระการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก ครั้งที่ ๑๐ (The Tenth Meeting of the International Advisory Committee for the Memory of the World Programme of UNESCO) ณ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ได้มีมติรับรองให้จารึกวัดโพธิ์ ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นว่า จารึกวัดโพธิ์ มีคุณสมบัติและมีความสำคัญตรงตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานของแผนงานมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World-MOW) ของยูเนสโก ดังนี้

๑. มีความโดดเด่นระดับโลก เช่น รวบรวมข้อมูล เนื้อหา ความรู้ และการนำเสนอต่อประชาชนด้วยการจารึกลงบนแผ่นหิน ๑,๔๔๐ แผ่น มีความรู้เกี่ยวกับไทยและเอเชียหลากหลายสรรพวิชา เช่น พระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ภาษา วรรณกรรม ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การบริหาร การปกครอง ขนบธรรมเนียมประเพณี การแพทย์ การสาธารณสุข

๒. ความพิเศษจำเพาะ เช่น ตำราแพทย์ ตำรายา ฤๅษีดัดตน รวมทั้งการนวดแผนโบราณวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ศึกษาและปฏิบัติกันอย่างกว้างขวางในโลกสมัยใหม่

๓. ความหายากอย่างยิ่ง เป็นของแท้ไม่อาจหามาทดแทนได้หากสูญหาย เช่น หลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของสังคมไทย ตัวอย่างเช่น ตำราวิชาต่างๆ รูปหล่อคนต่างภาษา ๓๒ รูป และคำอธิบายแสดงโลกทัศน์กว้างไกลของคนไทยเวลานั้น

๔. ความเป็นสากล เช่น จารึกเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเถรวาท จารึกเกี่ยวกับรามเกียรติ์ หรือรามายณะ และเรื่องนิทานสิบสองเหลี่ยม หรือชาห์นามห์ วรรณกรรมคำสอนระดับโลก รวมทั้งการจารึกความรู้ไว้ตามผนังอาคาร เป็นการให้การศึกษาแก่ประชาชนอย่างกว้างขวางล้ำสมัย

๕. ความสำคัญด้านเวลา เช่น ความรู้ที่ปรากฏบนจารึกวัดโพธิ์ คือองค์ความรู้ของโลกตะวันออก ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯให้รวบรวม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้จารึกไว้ ในเวลาที่มีภัยคุกคามทุกด้านจากโลกตะวันตก เริ่มกระตุ้นให้คนไทยใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาเพื่อให้ทันโลก

๖. ความสำคัญด้านสถานที่ วัดโพธิ์ คือมหาวิทยาลัยและหอสมุดที่ทันสมัยแห่งแรก เป็นอารามหลวงที่กว้างขวางใหญ่โตที่สุดในกรุงเทพมหานครและประเทศไทย สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา พรั่งพร้อมด้วยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ตามจารีตประเพณีของไทย มีนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนชาวไทยจากทั่วโลกจำนวนมากมาเยี่ยมชมและกราบไหว้บูชา

๗. ความสำคัญด้านบุคคล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร และพระราชวงศ์จักรีที่เจริญรุ่งเรือง สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ทรงให้บูรณปฏิสังขรณ์ และสถาปนาพระอารามขึ้นใหม่ และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระปรีชาหยั่งรู้เท่าทันด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การขยายอำนาจของโลกตะวันตก ทรงให้รวบรวมองค์ความรู้จารึกไว้ ตลอดจนพัฒนาสร้างสรรค์พระอารามเป็นอันมาก

๘. เนื้อหาและโครงเรื่อง เป็นองค์ความรู้ของโลกตะวันตก รวบรวมความรู้หลากหลายสรรพวิชา

๙. รูปแบบและลักษณะการเขียน เขียนและจารึกเป็นร้อยกรองและร้อยแก้ว ภาษาไทย บาลี สันสกฤต เขมร ฯลฯ ทั้งแบบพรรณนา เป็นตำรา คำสอน สุภาษิต

๑๐. มีผลเป็นคุณูปการต่อชุมชน สังคม และจิตวิญญาณของคนไทยเป็นอย่างมาก มีพระพุทธศาสนาเป็นปัจจัยหลัก ตลอดจนด้านสุขภาพอนามัยของคนไทยและคนทั้งโลก จารึกวัดโพธิ์เป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับนานาชาติ

การที่จารึกวัดโพธิ์ ได้รับนับถือและพิจารณาจากยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในระดับนานาชาตินี้ นับว่าเป็นเกียรติสูงยิ่งแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย แสดงถึงอัจฉริยภาพและความปรีชาสามารถเป็นเลิศของบรรพชนชาวไทย โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์และสามัญชน ที่ทรงเป็นและเป็นนักคิด นักวิชาการด้านต่างๆ ทั้งประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การแพทย์สาธารณสุข การศาสนา การศึกษา การต่างประเทศ ศิลปกรรมด้านนาฏศิลป์ วรรณศิลป์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การบริหาร การปกครอง ขนบธรรมเนียมประเพณี อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาติ ได้ทรงสร้างสรรค์และสร้างสรรค์องค์ความรู้ต่างๆดังกล่าวอย่างกว้างขวางไว้เป็นมรดกของชาติ เป็นเครื่องหมายแห่งอารยธรรมและความเจริญด้านความรู้ความคิดของชนชาติไทยในอดีต อันทรงคุณค่าเป็นคุณูปการยิ่งใหญ่สืบต่อมาถึงปัจจุบัน เป็นประโยชน์ต่อวิถีชีวิตและวิถีไทยซึ่งยังทันสมัยตราบจนปัจจุบัน

ในโอกาสที่จารึกวัดโพธิ์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกระดับนานาชาติของยูเนสโก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงวัฒนธรรม มูลนิธิ "ทุนพระพุทธยอดฟ้า" ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายหน่วย ได้กำหนดจัดงานฉลองขึ้นระหว่างวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๔-๒ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีกิจกรรม พิธีทางศาสนา การประชุมสัมมนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และเผยแพร่จารึกวัดโพธิ์ นิทรรศการทางวิชาการ มหรสพการละเล่นตามที่มีบันทึกไว้ในจารึกงานฉลองวัดโพธิ์ครั้งรัชกาลที่ ๑ การสาธิตนวดต้นแบบวัดโพธิ์ ตลาดโบราณย้อนยุคสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การแสดงและการละเล่น เช่น รำโคมไทย สิงโตล่อแก้ว วงมโหรี การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ (ตอนต่างๆ การอ่านฉันท์ โคลง ไต่ลวด วงอังกะลุง ลอดบ่วงไฟ นอนหอกนอนดาบ ระบำแม่ซื้อ ระบำ ๑๐ ภาษา ฤๅษีดัดตน เพลงอีแซว เพลงปรบไก่ ขบวนแห่พุ่มเทียน มโหรีจีน งิ้ว ละคอนนอก ฯลฯ

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และทรงสดับพระธรรมเทศนามหาชาติ "กัณฑ์มหาราช" ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ ซึ่งพระครูวินัยธรมานพ กนตฺศีโล ถวายพระธรรมเทศนา ๓๐ นาที พระธรรมปัญญาบดี เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯถวายพระพุทธเทวปฏิมากรจำลองเป็นที่ระลึกด้วย

(ข้อมูล : สูจิบัตร ฉลองจารึกวัดโพธิ์ ในโอกาสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และสดับพระธรรมเทศนา เนื่องในการฉลองวัดโพธิ์ ๒๔ ธ.ค.๒๕๕๔)