เมตตาธรรมที่ทรงมีให้แก่คนไทยทุกผู้ทุกนาม

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๖ นักศึกษาจำนวนมากหลบหนีเข้าป่าเพื่อเข้าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเต็มไปด้วยบาดแผลแห่งความขัดแย้งในเรื่องลัทธิความเชื่อทางการเมืองอย่างหนัก

ครั้งหนึ่ง ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศคนหนึ่งได้ขอพระราชทานสัมภาษณ์และได้กราบบังคมทูลถามว่าการที่เสด็จฯไปทรงเเยี่ยมราษฎรและมีโครงการพระราชดำริเกิดขึ้นมากมายนั้น ทรงหวังว่าจะให้คอมมิวนิสต์น้อยลงใช่หรือไม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งตอบว่า มิได้สนพระทัยว่าคอมมิวนิสต์จะน้อยลงหรือไม่ แต่สนพระทัยว่าประชาชนของพระองค์จะหิวน้อยลงหรือไม่ (ข้อมูลจากหนังสือ "พระเจ้าอยู่หัว" จัดพิมพ์โดยกรมวิชาการ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐)

ใน พ.ศ.๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดภาคใต้ เสริมศรี เอกชัย เขียนลงเป็นบทความประจำวันในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นไว้ว่า

"...วันหนึ่งขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินผ่านประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จอยู่สองข้างทาง ผู้หญิงสาวคนหนึ่งก้มกราบกับพื้นทางเดิน ปรากฏว่ามีดาวสีแดงร่วงจากกระเป๋าเสื้อลงบนพื้นทางเดิน (เข้าใจว่าเป็นดาวสีแดงที่ติดหน้าหมวกของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์) มีผู้แอบเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงรีบก้มลงหยิบดาวแดงดวงนั้นยัดใส่มือหญิงสาวผู้นั้นอย่างรวดเร็ว มิทันที่เจ้าหน้าที่ราชการผู้อื่นจะสังเกตได้

เป็นเมตตาธรรมที่ทรงมีให้แก่คนไทยทุกผู้ทุกนาม โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเขาเป็นใครและเป็นอะไร..."