เขียนบทให้ไม่บ๊วย แบบ บ๊วย-นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์

เส้นทางนักเขียนบทละครโทรทัศน์ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

ละครเรื่อง "ปดิวรัดา" คือผลงานการเขียนบทละครโทรทัศน์เรื่องล่าสุดที่จบไปแล้วของ "นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์" หรือ "บ๊วย" นักเขียนบทละครโทรทัศน์มากฝีมือ ที่มีผลงานออกสู่สายตาประชาชนตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา หากกว่าจะถึงวันที่บทละครเรื่อง "ปดิวรัดา" ได้รับคำชมมาถึงนักเขียนบทอย่างล้นหลาม เส้นทางการเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ที่ผ่านมาของนันทวรรณ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

"ปดิวรัดา เป็นละครที่ได้ฟีดแบ็คเกินคาด คือทำละครที่เรียกว่าละครน้ำดีแล้วได้ทั้งกระแสทั้งเรตติ้งจากประสบการณ์ นานๆจะเจอครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่จะต้องเลือกว่าจะได้เรตติ้งหรือจะได้กระแส แต่อันนี้มาครบน่ามหัศจรรย์ ส่วนใหญ่เราจะดีใจกับฟีดแบ็คที่ว่าทำให้หนูอยากรักนวลสงวนตัว อยากทำอะไรให้สามีมากขึ้น อยากใจเย็น บางคนที่เขาเป็นสามีภรรยากันเขาก็สะกิดกันไปจดทะเบียนสมรส หรือที่ทะเลาะกันอยู่ก็ดีกันไปแต่งงานแล้วเขียนมาบอกที่แฟนเพจของกู๊ดฟิลลิ่ง (ผู้จัดละคร) หรือมีเด็กอายุ ๑๓ บอกว่าแม่ที่ป่วยอยู่เขารู้สึกสดใสขึ้นมาเพื่อรอดูละครวันพุธ พฤหัส

ฟีดแบ็คแบบนี้มันดีกว่ารางวัลในความรู้สึกของเรานะคะ ตอนที่เขียนเราไม่ได้คิดว่าฟีดแบ็คจะเป็นแบบนี้ เพราะละครรักในปัจจุบันเป็นเรื่องของความรวดเร็ว คนปัจจุบันสมาธิสั้นมาก เพราะฉะนั้นการเขียนละคร บางทีมีความเชื่อว่า พูดตามภาษา ต้องตบหน่อย ต้องทะเลาะกันรุนแรง มีฉากรุนแรง แต่จริงๆละครทีวีปัจจุบันไม่ได้ชอบฉากรุนแรงนะ เพราะช่อง ๓ ชอบตัว ท เพราะว่าจะได้ฉายรีรันได้ แต่ว่าจังหวะที่ทำให้เกิดความสมดุลคือไม่ต้องมีฉากรุนแรงมากมาย แต่มีความรู้สึกรวดเร็ว ให้เขาดูแล้วเขาก็ติดไปตลอด เพราะว่าทีวีเป็นเรื่องของสงครามรีโมท คือเราชิงรีโมทกับคนอื่นอยู่ ทำให้ยากที่จะหาจังหวะที่พอดียิ่งเป็นละครโบราณแล้ว เป็นละครที่ค่อนข้างพูดมาก เพราะฉะนั้นจะทำยังไงกับจังหวะที่พูดแล้วทำให้คนอยู่ไปกับเราได้ แล้วภาษาโบราณเป็นภาษาที่ต้องพูดมากอยู่แล้ว ตัดรูปประโยคไม่ได้"

นันทวรรณเล่าถึงความยาก ข้อจำกัดและความกังวลใจ กว่าที่จะสร้างสรรค์ออกมาเป็นบทละครเรื่อง "ปดิวรัดา" หากเมื่อละครออกอากาศแล้ว ภาพดังกล่าวก็เป็นภาพที่เกินคาดสำหรับนันทวรรณเองด้วย

"ที่เราเขียนบทมาตลอด ๑ ปี พอออกมาเป็นละคร มันเกินคาด ละครมีการตีความหลายระดับ ผู้เขียนบท ผู้กำกับฯ คนแสดงมีสิทธิ์ตีความ คนตัดต่อมีสิทธิ์เลือกช็อต ตัดทิ้งหรือเรียงลำดับใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเราเป็นแค่คนเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นคนทำละครเขาจะไปตีความแบบไหน

อย่างเจมส์ (จิรายุ ตั้งศรีสุข) เขาทำให้ตัวศรัณย์ดูเด็กลง มีความเป็นคุณหนูมากขึ้น ซึ่งบางคนที่เป็นแฟนนิยายโบราณ จะติดภาพว่าพระเอกเป็นคนขรึม พูดน้อย เพราะตัวศรัณย์จะไม่แสดงออกความรัก ไม่ชอบพูดอะไรย้วยๆ คนรุ่นโบราณจะมองว่าเจมส์เล่นเด็กไป แต่เขาตีความออกมาให้ตัวละครตัวนี้ได้ดึงมุมเด็กๆออกมา ซึ่งเป็นการตีความที่น่ารักในความรู้สึกเรา รุ่นเด็กๆ จะมองว่าน่ารัก ตลกดี สิ่งที่คิดว่าทำให้ทุกอย่างออกมาดี เราคิดว่ามาจากการสื่อสารที่เราไปด้วยกันทั้งทีม เพราะว่าบทนั้นเป็นกระดาษ แต่ถ้าเราเจอทีมที่ดี ทีมที่ดีในที่นี้มี ๒ ส่วน คือนักแสดงที่ดีและทีมซัพพอร์ทที่ดี ตั้งแต่ผู้กำกับฯลงไป ถ้าทีมมีความเข้าใจตรงกันแล้วสื่อสารสิ่งเดียวกัน การสื่อสารก็จะมีพลังแรงมาก เป็นการสื่อสารคำว่าความรักหรือคำว่าครอบครัว

แล้วบังเอิญเรื่องนี้ครบแล้วไปในทิศทางเดียวกัน บางเรื่องต่างคนต่างทำโดยไม่รู้ตัว เช่น ภาพสวยอย่างเดียวแต่จัดคิวนักแสดงไม่ได้ หรือบทไปอีกเรื่องหนึ่ง นี่เป็นความลับที่เราอยากหาแล้วเราก็เจอจนประสบความสำเร็จ"

ปดิวรัดา เป็นความสำเร็จของ "ทีม" ผู้สร้างสรรค์ละครเรื่องนี้ ขณะที่ความสำเร็จของนันทวรรณก็มาจาก "ทีม" ที่มีชื่อว่า "ประสบการณ์" ซึ่งเธอเรียนรู้มาตลอดเวลาจากการเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์

"เราชอบอ่านนวนิยาย ความฝันอย่างหนึ่งคือการลงหนังสือนวนิยายของสกุลไทย วันนี้ได้ลงแล้ว (ยิ้ม) เพราะรุ่นที่โตมาจากนวนิยายต้องรู้จักสกุลไทย แล้วเราก็จะหลงใหลนวนิยาย พอเรียนมหาวิทยาลัยก็เข้าอักษรฯ ตอนนั้นความฝันเรื่องเป็นนักเขียนยังอยู่

นวนิยายเรื่องแรกที่อ่านคือคู่กรรมของทมยันตี พอเข้าอักษรฯก็ได้ไปเจอครูช่าง (ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง) ครูช่างตอนนั้นทำอาชีพเขียนบทละครโทรทัศน์ให้กับช่อง ๗ คือยุคก่อนคนที่จะเขียนบทต้องอาศัยอาจารย์หรือคุณครูภาษาไทย แล้วเราได้ไปช่วยฝึกงานในละคร ในทีมทำรายการมรดกใหม่เป็นรายการสารคดี มีการเปิดสารคดีด้วยละครสั้นๆ เราก็เขียน แล้วครูชมว่าเราเขียนดี แล้วถามว่าสนใจว่าจะทำอันนี้ไหม เมื่อก่อนอาชีพนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จัก เป็นอาชีพที่ลึกลับมาก เพราะทุกคนใช้นามปากกา เราถามครูว่าอาชีพนี้เป็นอย่างไร แล้วมีพี่ในวงการหลายท่านแนะนำว่าทำเถอะ คือเราจะไม่ชอบ ไม่ยอมเรียนละคร เพราะว่ามีวิชาแอ็คติ้ง เราเป็นคนขี้อาย แต่งานนี้เห็นว่ามันได้อยู่กับนวนิยายด้วยแล้วไม่ไส้แห้งด้วย ก็เลยทำ แต่ครูที่อยู่ด้วยนานคือพี่ลิตา (ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล) พี่ลิตาเขียนบทละครและบริหารที่บริษัทของคุณพ่อ คือรัชฟิล์ม เขาโตมาจากวงการละครเพราะฉะนั้นเขาจะสอนเขียนบท งานช่วงนี้ เช่น สายรุ้ง สามีตีตรา (เวอร์ชั่น แอน ทองประสม) ทางผ่านกามเทพ (เวอร์ชั่น เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์) เป็นงานที่ทำทีมกับพี่ละลิตา ก็ ๒๐ กว่าปีแล้ว ทำมาตั้งแต่ตอนเรียน"

อยู่ในวงการนี้มายาวนาน แต่นันทวรรณบอกว่าไม่เคยมีความคิดจะเปลี่ยนอาชีพ หากมีความเหนื่อย ล้า ก็จะใช้วิธีเล่นเกม หรือไปเที่ยว ซึ่งเรื่องที่เครียดไม่ใช่ฟีดแบ็คละคร แต่เป็นความเครียดประจำวัน

"ช่วงเวลาที่เราต้องทำงานให้เร็วและต้องทำให้ถูกใจคน โดยตอบโจทย์ต่างๆ ทั้งทางธุรกิจ คือเรตติ้ง พระเอก นางเอก เราจะต้องทำยังไง พวกนี้เป็นความเครียดประจำวันที่ชัดเจน บางทีก็คิดไม่ออก สิ่งที่เฟลที่สุดที่เคยเป็นคือ เวลาที่คิดไม่ออก เขียนด้วยความไม่มั่นใจ เขียนแล้วไม่ลื่นเพราะบางทีเราไม่ชอบ หาทางออกก็ไม่ได้ โปรดิวเซอร์เริ่มมาทวงแล้ว กองเริ่มเสร็จแล้วนะ ดาราจะไปแล้วนะ แบบนี้เป็นประจำวัน วิธีแก้ไขของคนอื่นเราไม่รู้ แต่เราสนใจเรื่องวิปัสสนาตั้งแต่เด็ก มีช่วงหนึ่งคิดไม่ออกงานเครียด นอนไม่หลับ ระหว่างกินยานอนหลับกับไปวิปัสสนาเราเลือกไปวิปัสสนามากกว่า อันนี้เป็นงานอดิเรก มันช่วยนะ คำว่าครีเอทีฟ ความคิดสร้างสรรค์ พอเราไปดูทางจิตวิทยามันเหมือนดวงไฟ คือ กว่ามันจะปิ๊ง เราต้องปิดก่อน เพราะฉะนั้นถ้าคุณยื้อที่จะคิดอยู่แบบนั้นครีเอทีฟจะไม่ออก ต้องปิดที่ใจด้วยนะ บางทีเราอาจจะไปเที่ยว ไปพักแต่ใจเราไม่หยุดคิดมันเหมือนไม่ได้พัก นี่คือการรักษาสมอง เหมือน on กับ off วิปัสสนาก็จะตอบได้เพราะเรารู้จักตัด เช่น ช่วงนั่งสมาธิมันจะตัดแล้วจะเปิดขึ้นเอง แล้วเราจะรู้จักใช้พวกนี้มาจับจังหวะให้ครีเอทีฟออกมา"

สำหรับนันทวรรณ การเขียนบทไม่เพียงแต่ต้องเขียนบทออกมาให้ดี สนุก และสามารถกำชัยจากสงครามรีโมทได้ แต่ยังต้องสนับสนุนการทำงานของทีมด้วย

"ถ้าคนอ่านบทจริงๆ จะรู้ว่ามันไม่สนุก บทไม่ได้มีหน้าที่เหมือนนวนิยาย บางทีตามโซเชียลตามพันทิปเขาด่าว่าคนเขียนบทใหญ่โตมาก แต่ถ้าละครดีก็จะชมพระเอกนางเอก หรือถ้าลึกลงไปหน่อยก็จะชมว่าภาพสวย แต่ถ้าละครไม่ดีก็ด่าคนเขียนบท ซึ่งตามตำแหน่งของเรา เราต้องเคารพผู้กำกับฯมากที่สุด เพราะฉะนั้นผู้กำกับฯจะอยู่รองจากผู้จัด ผู้จัดอยู่รองจากสถานี สถานีกับผู้จัดให้นโยบายมาก้อนหนึ่ง เสร็จแล้วผู้กำกับฯเขาจะมองภาพรวม แล้วเราก็เป็นคนแรกที่จะต้องตีความให้ผู้กำกับฯเห็นว่าถ้าเป็นครีเอทีฟเราเห็นแบบนี้ พี่คิดยังไง มันไม่เหมือนนวนิยายที่มีแค่ผู้เขียนกับ บ.ก. นวนิยายมันมีความบริสุทธิ์อยู่มาก เราจะเขียนอะไร จะใส่ความรู้สึกยังไงก็ได้ แต่คนเขียนบทโทรทัศน์ถูกครอบด้วยอะไรเยอะมาก แล้วข้างหลังของเราเป็นทีมเต็มเลย ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพหรือโลเคชั่น อย่างโลเคชั่นเรือแพงมาก ถ้ามียังไงก็ต้องตัดออกให้หมด จริงๆเราตัวเล็กมาก เมื่อก่อนเวลาโดนด่าเราจะเครียด แต่เดี๋ยวนี้เฉยๆ แล้ว เราเป็นคนแมนๆ เราชอบฮึด พอโดนว่าเราก็จะมีแรงฮึด เหมือนว่าก็พูดให้เข้าใจสิ"

หลายสิบปีของการทำงานในวงการนักเขียนบทละครโทรทัศน์ คำชม คำต่อว่า ถ้วยรางวัล กระแส และเรตติ้งของละคร คือสิ่งที่วนเวียน เปลี่ยนรูปแบบและลักษณะบ้าง แต่ไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตการเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ของ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ แม้จะมีความสำเร็จล่าสุดที่ได้ทั้งเรตติ้ง คำชม และกระแสชื่นชมที่ล้นหลาม แต่วิธีคิดของนักเขียนบทอย่าง "นันทวรรณ" ยังมุ่งเน้นการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการก้าวให้ทันโลกของการสร้างสรรค์ละครที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

"ละครเปลี่ยนไปทุกวัน การแข่งขันสูงมาก ถ้าเราย่ำอยู่กับที่ คิดว่าของเดิมดีแล้ว หรือคิดว่าโลกมันเปลี่ยนไป เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เราว่ามันไม่ดี เราควรเปลี่ยนตามโลก คนที่ไม่ค่อยดูละครไทยอาจจะมองว่ามันไม่เปลี่ยนไป แต่ถ้าคนดูละครไทย หรือคนทำละครจะรู้เลยว่าละครไม่เคยเหมือนเดิม ตอนนี้นางร้ายไม่ค่อยมีงานทำ โดนนางเอกกดขี่ เมื่อก่อนนางร้ายตบสบายเลย เดี๋ยวนี้นางร้ายโดนตบแป๊บเดียวก็โดนตบคืนแล้วเพราะคนดูเขาไม่ชอบดูเหมือนแต่ก่อน ประเด็นคือผู้หญิงเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงไม่เชื่อว่าใครจะโดนกดขี่ได้ขนาดนั้น ฉะนั้นเรื่องราวในเรื่องสำหรับผู้หญิง ละครตอบผู้หญิงไปนานแล้ว แต่คนข้างนอกไม่เข้าใจ กรี๊ดๆ ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้องตามให้ทันเด็ก ตามให้ทันคนรุ่นใหม่ที่มาดูละครเยอะมากขึ้น"

โลกของละครเปลี่ยน บทละครโทรทัศน์ของ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ ก็เปลี่ยน หากสิ่งที่ทำให้บทละครโทรทัศน์ของเธอมีคุณค่าในทุกเรื่อง คือการสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นด้วยความทุ่มเท ตั้งใจจริงเต็มที่ และความรักในงานที่ทำ ดังนั้น ไม่ว่าผลตอบรับละครแต่ละเรื่องจะออกมาเป็นอย่างไร ความสุขของการได้สร้างสรรค์งานที่รักคือรางวัล "ยอดเยี่ยม" สำหรับ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ เสมอ