ฎีกาจากนักศึกษา

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นับตั้งแต่ช่วงปลาย พ.ศ.๒๕๐๙ ถึง ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โดยปรากฏว่าได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆนับได้รวมกันถึง ๑๒๑ ครั้ง ทำให้ในเวลานั้นสถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับการยกย่องและเป็นที่เคารพศรัทธาจากประชาชนทั่วไป

นอกจากประชาชนแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีความใกล้ชิดกับกลุ่มนักศึกษา และปัญญาชนทั่วไปภายในประเทศด้วย เช่น กลุ่มนิสิตนักศึกษา ซึ่งนอกจากงานพระราชทานปริญญาบัตรแล้วก็ยังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษอีกด้วย โดยเฉพาะในงานทรงดนตรีที่มักจะมีพระบรมราโชวาทกล่าวถึงเหตุการณ์ของบ้านเมืองอยู่บ่อยครั้ง

พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อนิสิตนักศึกษา จะเห็นได้จากครั้งหนึ่ง ใน พ.ศ.๒๕๐๖ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สั่งลงโทษนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ก่อเรื่องวิวาทร้ายแรงกับนิสิตคณะอื่น ด้วยมาตรการรุนแรงถึงขั้นไล่ออกก่อให้เกิดความบาดหมางน้ำใจระหว่างนิสิตกับมหาวิทยาลัย ประกอบกับเวลานั้นมีรัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจดำรงตำแหน่งอธิการบดี ทำให้บรรยากาศในมหาวิทยาลัยมีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก และส่อเค้าที่จะลุกลามเป็นความบาดหมางระหว่างนิสิตกับรัฐบาลต่อไปได้

นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวน ๙ คน ได้ไปรอเฝ้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งกำลังเคลื่อนออกจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเพื่อเสด็จฯไปทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณรับฎีกาไว้และพระราชทานพระบรมราโชวาทว่า

"ในขณะที่จะถวายฎีกานั้น จะต้องมีความสำนึกผิดจริงๆ ทางใจด้วย ต้องยอมรับว่าที่ได้กระทำไปแล้วเป็นความผิดจริงจึงจะอภัยกันได้ ไม่ใช่เป็นการถวายฎีกาแต่เพียงลายลักษณ์อักษร"

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงมหาวิทยาลัย ได้ทรงเล่าเรื่องนี้ให้กับที่ประชุมมหาวิทยาลัยให้รับทราบ และมีพระราชดำรัสว่า

"ฎีกานี้ นิสิตทั้งหลายที่ถูกทำโทษ เขียนมายอมรับว่าทำผิดจริง การที่เขียนมายอมรับว่าทำผิดนี้ แสดงว่าเขารู้ตัวว่าผิด คนเราทำผิดครั้งเดียวนับว่าเก่ง นิสิตพวกนี้ไม่เคยบอกว่าทำผิดมาก่อน การที่พวกเขาทำผิดและฎีกาบอกมาในวันนี้ จึงอยากให้อธิการและอาจารย์อภัยเขาเสีย"

ด้วยพระราชดำรัสอันละมุนละม่อมนี้เอง ผู้ใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจึงน้อมรับพระราชดำรัส เมื่อนิสิตได้มาปฏิญาณตนและขอขมาโทษต่ออาจารย์แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็ได้คืนสภาพการเป็นนิสิตให้ นับเป็นการคืนอนาคตที่ยาวไกลให้กับนิสิตนักศึกษาที่สำนึกผิดเหล่านั้นเลยทีเดียว

 

(ข้อมูลจากหนังสือ "เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย)