มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ธรรมะนำทางใจ-นางร้ายที่รัก

ในจอ กิ๊ก-มยุริญ อาจเป็นนางร้าย แต่นอกจอ ธรรมะได้ทำให้สำหรับทุกคนแล้ว เธอคือ "ที่รัก"
ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แจ้งเกิดและเป็นที่รู้จักในบทบาทนางร้าย แต่ในชีวิตจริงหญิงสาวเป็นที่รักของคนรอบข้าง และมักถูกพูดถึงด้วยความชื่นชม รักใคร่ จากหลายๆคนในวงการบันเทิง ไม่ว่ารุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ด้วยนิสัยที่น่ารัก ใจดี มีความรับผิดชอบต่องาน และที่สำคัญคือการปฏิบัติธรรมสม่ำเสมออย่างน่าชื่นชม

ทำงานเยอะมีเวลาปฏิบัติธรรมไหม

"มีนะคะ ปฏิบัติได้ตลอดเวลา นั่งแต่งหน้าเราก็ปฏิบัติได้ คุยอยู่เราก็ปฏิบัติได้ เรารู้ทุกข์รู้สุขพยายามอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้สึกว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องสนุก เพราะว่าธรรมะอยู่กับกาย ใจของเรา แล้วก็อยู่รอบตัวเรา ขับรถก็มีความสุขได้ เช่น มีอยู่วันหนึ่งกิ๊กขับรถไป กิ๊กก็ให้ทางคนอยู่ตลอดเวลา กิ๊กก็รู้สึกว่าขับรถไป ยิ้มไป เบิกบาน แต่วันไหนรีบๆ คนขอทางเราก็ไม่ให้ จิตใจเราก็แบบ...ดูสิทำไมมีน้ำใจแบบนี้ กิ๊กว่ามันดีนะการที่เราเอาธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วเราก็เห็นสิ่งต่างๆรอบตัวเป็นธรรมะ แล้วเราก็ได้สอนตัวเองในทุกๆวัน วันไหนผิดพลาดไปก็เอาใหม่ ก็ร่าเริง อะไรที่ผิดก็ไม่ทำ"

จุดเริ่มต้นการปฏิบัติธรรมของ "กิ๊ก-มยุริญ" เกิดขึ้นจากการบังคับ

"เริ่มต้นจากที่คุณพ่อคุณแม่บังคับให้ไปปฏิบัติธรรม ทะเลาะกันบ้านแตก ไปครั้งแรก ๗ คืน ๘ วัน คอร์สคุณแม่สิริ (คุณแม่สิริ กรินชัย) ที่ยุวพุทธิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งแรกกิ๊กก็ไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรม ไม่ค่อยได้อะไรกลับมา แล้วไปครั้งที่ ๒ เพราะหมอดูทักว่าอย่าไปเมืองนอกเลย เพราะว่าไปแล้วจะไม่ได้กลับมา ก็เลยตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมแทน ไปครั้งที่ ๒ เรามีประสบการณ์จากครั้งแรกว่าเราไปแล้วเราไม่ตั้งใจเราก็ไม่ได้อะไร พอครั้งที่ ๒ เราก็ตั้งใจ แล้วก็ได้ประโยชน์มากมาย เราเข้าใจแล้วว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร ทำไมพระพุทธเจ้าอยากให้เรารักษาศีล ๕ ทาน ศีล ภาวนา มันมีประโยชน์แก่ชีวิตของเราอย่างไร เราก็รู้สึกว่าอยากให้คนที่เรารัก คนที่เราร่วมงานด้วยมาปฏิบัติธรรมแบบนี้ เขาจะได้เกิดปัญญาและพบกับสันติสุขในใจตัวเองได้ ตอนไปครั้งแรกอายุ ๑๙ ครั้งที่ ๒ อายุ ๒๓ ปี

หลังจากนั้นก็ไปทุกปีเลย ปีละหลายๆครั้ง เมื่อก่อนก็ไปเข้าคอร์ส ๗ คืน ๘ วัน แต่ว่าช่วงพอเราปฏิบัติธรรมมากขึ้นเราก็เข้าคอร์สเข้มขึ้น กิ๊กไปพม่าไปเจอครูบาอาจารย์ กิ๊กรู้สึกว่าท่านสอนเข้าใจง่าย ได้ตรงกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน พอปฏิบัติธรรมเราก็รู้สึกว่าเราก้าวหน้า อย่างปีที่แล้วก็ไปมา ๕๕ วัน เมื่อก่อนกิ๊กไม่เข้าใจคิดว่าไปเข้าปีหนึ่ง ๑๐ - ๑๕ วัน มันก็คงพอ จนน้องสาวกิ๊กเขาลาออกจากงานไปอยู่พม่า ๗ - ๘ เดือน เขาก็มีประสบการณ์การปฏิบัติธรรมสูง เขาก็มาเล่าให้ฟังว่า ถ้าพี่กิ๊กมีโอกาสก็ให้ไปเข้ายาวๆ มันจะมีประโยชน์กว่าเข้าๆออกๆ กิ๊กก็เลยถือโอกาสปีที่แล้ว พี่ที่เรารู้จักเป็นเจ้าภาพจัดคอร์ส ๒ เดือน เราก็ช่วยเตรียม ช่วยรับสมัครผู้ปฏิบัติธรรม กิ๊กก็ถือโอกาสนี้เข้าครบคอร์สเลย แล้วกิ๊กก็เข้าใจที่น้องสาวพูดเลย ว่ามันต้องยาวๆ แบบนี้ พอต่อไปมันก็จะยิ่งยาวกว่านี้ แล้วมันก็จะได้อะไรที่มากกว่านี้ ได้อะไรมากกว่านี้มันไม่ได้แปลว่าเรามีอภินิหารนะ หมายถึงว่าเรามีสติมากขึ้น เกิดสติปัญญามากขึ้น เราได้เห็นธรรมชาติความเป็นจริง การเกิดขึ้นตั้งอยู่ ดับไป ของสภาวะธรรม และก็เรื่องของกายใจต่างๆ ยิ่งเราปฏิบัติธรรมได้นาน เวลาเราออกมาอยู่ข้างนอกเราก็ยิ่งมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น พอเราได้ปล่อยวางมากขึ้นความอยากน้อยลง ความสุขมันก็มากขึ้น"

ระยะเวลามากกว่าสิบปีที่เรียนรู้เรื่องธรรมะ ยิ่งทำให้รู้ว่า ธรรมะคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา

"ธรรมะเราต้องเรียนรู้เรื่อยๆ เพราะว่ากิเลสเข้าสู่จิตเราทุกวินาที เพราะฉะนั้นตราบใดที่เราอยากมีความสุขในชีวิตเราต้องเดินตามทางที่พระพุทธเจ้าสอน ก็คือการเจริญสติอยู่กับปัจจุบันขณะ เราเพียรกำหนดรู้ ลดละกิเลสไปเรื่อยๆ เพราะว่ากิเลสมันอยู่ในจิตเราเยอะมาก เมื่อไรที่มันผุดขึ้นมาเรามีหน้าที่กำหนดรู้เขา พอเรารู้เขากิเลสก็ทำงานไม่ได้ มันก็โดนถอนออกไป แต่ว่ามันเยอะไง เราก็ต้องถอนออกไปเรื่อยๆ

กิ๊กเคยคุยกับเพื่อนๆดารานะว่า อาชีพดารานี่ก็แปลกนะ พอตื่นมาปุ๊บก็ต้องสวย ต้องแต่งหน้า ทำผม แต่ความจริงของชีวิตคือความเป็นดารานั้นเป็นมายา เพราะว่าถ้าไม่แต่งมันก็ไม่ได้สวยหล่อเหมือนที่คุณผู้ชมเห็นในทีวีนะ บางทีเราก็คิดว่าความจริงเราไม่ได้สวยแบบนั้น กิ๊กก็คิดว่าอาชีพดารามันเป็นความไม่จริง ความสวยหล่อมันไม่ได้มีอยู่จริง มันเกิดจากการปรุงแต่ง ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ร่างกายสังขารของเราแท้จริงมันไม่ได้น่ามอง มันเป็นศูนย์รวมสารพัดขี้ ทุกอย่างที่ถูกขับถ่ายจากร่างกายของเราตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้ามันออกมามีแต่ของเหม็น สารพัดขี้นะ ขี้หู ขี้ตา ขี้มูก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะสวย จะรวย จะมียศถาบรรดาศักดิ์ขนาดไหน เราก็มีก้อนขี้คนละหนึ่งก้อน ซึ่งก็คือศูนย์รวมสารพัดขี้เหล่านี้ ซึ่งกิ๊กก็ได้เห็นเราก็ได้ปลง เหมือนกับกิ๊กไม่ยึดติด

อย่างเมื่อก่อนกิ๊กชอบมากเลยนะที่ได้เล่นละครกับดาราหล่อๆ โดม-ปกรณ์ ลัม กิ๊กกรี๊ดมาก พอหลังๆปฏิบัติธรรมมากขึ้น กิ๊กก็จะมีหนังสือเล่มหนึ่งของลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ทั้งเล่มมีแต่อสุภกรรมฐานทั้งเล่ม มีแต่ซากศพ เครื่องใน ภาพคนประสบอุบัติเหตุ ดูครั้งแรกก็สยดสยอง แต่พอดูไปเรื่อยๆ กิ๊กก็รู้ว่านี่แหละคือธรรมชาติ มันทำให้เราเห็นความเป็นจริงของร่างกายว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่สวยงาม เพราะฉะนั้นพอเราไม่ยึดติด วันหนึ่งมันจะเจ็บ จะสวยน้อยไปบ้าง เราก็โอ.เค. เราก็ปล่อยวาง เหมือนเราเข้าใจมากขึ้น วันนี้เราอาจจะพอดูได้ วันต่อไปเราอาจจะสวยน้อยลง เพราะคนเรามันก็มีวันแก่ ความเจ็บ มีกรรมเป็นของตัวเอง ความพลัดพราก ความตาย เป็นธรรมดา

เมื่อก่อนตอนที่กิ๊กไม่ได้ปฏิบัติธรรม กิ๊กก็จะคิดว่าทำไมฉันต้องเป็นด้วย ทำไมฉันต้องซวยด้วย แต่ทุกวันนี้มันก็กลายเป็นว่าเราก็เจ็บป่วยอย่างมีความสุข ก็รักษาไป หายก็หายไม่หายก็ไม่หาย อย่างที่หลวงปู่ชาสอนว่า เวลาคนป่วยเราไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลก็มีอยู่ ๒ อย่าง ไม่หายก็ตาย กิ๊กคิดว่าธรรมะมีประโยชน์มาก ทำให้กิ๊กมีความสุขกับโลกใบนี้ ทำให้กิ๊กทำทุกวินาทีที่อยู่บนโลกใบนี้อยู่อย่างมีความสุข อาจจะมีบ้างที่เรามีการทะเลาะกันที่บ้าน แต่ว่ามันจะหายไปเร็วๆ แป๊บๆ เราก็จะรู้ว่าเดี๋ยวเราก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม เราจะไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อก่อนเจ้าคิดเจ้าแค้น โกรธใครนี่โกรธเป็นเดือนเป็นปี"

แม้จะดูสวนทางกันระหว่างธรรมะกับการแสดงซึ่งเหมือนการปรุงแต่ง แต่การเรียนรู้ธรรมะก็กลับช่วยในวิชาชีพการแสดงของกิ๊กด้วย

"เมื่อก่อนกิ๊กจะเล่นละครแบบมีแพทเทิร์น เช่น บทร้องไห้ต้องบิวท์มาจากบ้านเลยนะ เวลาจะเล่นบทร้องไห้แต่ละทีจะเครียดมาก ตั้งกรอบตั้งกฎเอาไว้เยอะ แต่พอเราได้ปฏิบัติธรรมมันทำให้กิ๊กรู้ว่า จริงๆสิ่งที่กิ๊กทำมาในอดีตมันผิดพลาด เราต้องเป็นคนที่ทำงานอย่างมีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ คือ ณ ตอนนั้นบทบาทเราได้รับมาเป็นอย่างไรเราต้องแสดงเต็มที่ ได้แค่ไหนแค่นั้น เราแค่วางคร่าวๆมาจากที่บ้าน พอมาถึงผู้กำกับฯบรีฟเราก็ทำตามที่ผู้กำกับฯบรีฟ เราเต็มที่กับปัจจุบันขณะนั้น นั่นคือดีที่สุด ณ ตอนนั้นแล้ว จะไม่ไปดูมอนิเตอร์แล้วมาเสียดาย เมื่อก่อนกิ๊กจะดูแล้วมาคิดว่ามันต้องดีกว่านี้ กลับบ้านมา ๓ วัน ก็ยังเสียดายฉากนี้อยู่ ทุกวันนี้เราก็แค่มันน้อยไปหน่อย ฉากหน้าเอาใหม่แล้วก็วาง พอเป็นอย่างนี้แล้ว เรารู้สึกว่าทำงานสนุกมากขึ้น พอไปกองถ่ายคนก็จะบอกว่ากิ๊กดีจังเลย ร่าเริงแจ่มใส เมื่อก่อนไปรอเขาก็หงุดหงิดนะ แต่เดี๋ยวนี้เราก็เข้าใจว่ามันคือสไตล์ของงาน งานดารานักแสดงเขาขอคิวเราแล้วเขาจะถ่ายกี่โมงมันก็เป็นคิวงานของเขา เราก็ต้องยอมรับให้ได้"

สำหรับ มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ งานและเงินไม่ใช่ความมั่นคงเดียวของชีวิต

"เมื่อก่อน ก่อนปฏิบัติธรรมกิ๊กมองว่าความมั่นคงคือเงิน ต้องทำงานเยอะๆ ได้เงินเยอะๆ ได้เห็นเงินในบัญชีเยอะๆ นั้นแหละคือความสุขของเรา แต่วันนี้ที่เราปฏิบัติธรรมมากขึ้นความคิดก็เปลี่ยน กิ๊กแค่รู้สึกว่าถ้าเราเป็นคนดี คิดดี ทำดี พูดดี รักษาศีล ทำทาน เจริญภาวนา ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน มันจะมาเอง หมายถึงว่าถ้าเราทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด เดี๋ยวงานก็จะมาเอง เมื่อก่อนกิ๊กจะเป็นคนที่แบบ...ละครเรื่องนี้จบแล้ว เรื่องใหม่ยังไม่มาสักที เครียดๆ แต่เดี๋ยวนี้คือไม่เป็นเลย แล้วตั้งแต่เราทำดี คิดดี พูดดี งานมันก็เข้ามา สิ่งดีๆเข้ามา นอกจากงานดีแล้วเราก็เจอคนรอบข้างดีๆ นี่แหละคือบุญที่เราทำดี ทำให้เราได้เจอแต่สิ่งดีๆ

เดี๋ยวนี้กิ๊กคิดว่าเงินที่มีแล้วเราก็ต้องสร้างความสุขให้ตัวเราเอง แล้วก็สังคมครอบครัว คือมันต้องแบ่งปันให้คนอื่น ไม่ใช่มีแล้วเก็บไว้คนเดียว การที่เรามีเงินเยอะๆ แล้วเก็บไว้คนเดียว มันก็เหมือนกับน้ำที่ถูกขึงอยู่ในอ่าง อยู่ในที่ที่ไม่สามารถระบายออกมาได้ มันก็สร้างประโยชน์ให้ใครไม่ได้ มีแต่จะเน่าเสีย ถ้าเราทำเงินหรือทรัพย์สินของเราเหมือนน้ำในแม่น้ำเหมือนในมหาสมุทรที่มันไหลไปตรงไหนก็สร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้"

เคล็ดลับความหน้าเด็ก และผิวพรรณที่หลายคนมักชื่นชมอยู่เสมอ กิ๊กบอกว่ามาจากหลายส่วนประกอบ

"เรื่องของการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย พักผ่อน สุขภาพด้วย ดื่มน้ำ เรื่องของสุขภาพจิตก็สำคัญ ลองสังเกตพระอริยสงฆ์สมัยก่อนหลวงตามหาบัวยังมีชีวิตอยู่ ท่านมีข้อปฏิบัติมากมายตามพระสงฆ์ ฉันอาหารได้วันละมื้อ แต่เวลาเราไปเจอท่านหน้าตาท่านก็ผ่องใส แววตาท่านเป็นประกาย เหมือนคนที่มีความสุข เรื่องของการปฏิบัติธรรม เจริญสติสมาธิภาวนา เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจของเราผ่องใส แล้วมันจะส่งผลออกมาทางร่างกายของเรา ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาก็สอนให้รู้ว่าถ้าเราปฏิบัติตัวตามคำสอนของพระพุทธเจ้าตามครูบาอาจารย์สอน ใช้ชีวิตเรียบง่าย มันก็ทำให้กายใจเรามีความสุข แล้วมันก็ทำให้เราอ่อนเยาว์สมวัย"

เธอตั้งเป้าหมายทางการแสดงไว้ที่การยินดีรับทุกสิ่งที่เข้ามา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และทำให้ดีที่สุดในทุกโอกาสที่ได้รับ ขณะที่เป้าหมายด้านการปฏิบัติธรรมคือการได้ทำจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

 

"วันนี้ถามว่าให้เอาเงินแสนล้านมากองไว้ตรงหน้าแล้วบอกให้คุณเลิกปฏิบัติธรรม กิ๊กทำไม่ได้ กิ๊กบอกเลย เพราะเงินมันไม่ได้เป็นคำตอบของชีวิตกิ๊กอีกต่อไปแล้ว ความสุขในชีวิตของกิ๊กคือการปฏิบัติธรรมที่ยิ่งๆขึ้นไป กิ๊กก็วางแพลนไว้ว่าหลังจากเป็นต่อเลิก ไม่ทราบว่าอีกกี่ปี ก็บอกทีมเป็นต่อไว้ว่ากิ๊กจะบวช จะโกนหัวบวชเลย แล้วก็จะหลีกหนีไปอยู่พม่า ไปปฏิบัติธรรมสัก ๗ เดือน หลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่ แต่ก็คิดว่าคงไม่ได้บวชจนไม่สึกขนาดนั้นนะ แต่อะไรก็ไม่เที่ยงเนอะ ยังไงก็คืออยากปฏิบัติธรรมให้รู้สึกว่าเราอิ่มแล้วก็ออกมาทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้คนให้ได้ปฏิบัติยิ่งๆ ขึ้นไป"

ในจอ กิ๊ก-มยุริญ อาจเป็นนางร้าย แต่นอกจอ ธรรมะได้ทำให้สำหรับทุกคนแล้ว เธอคือ "ที่รัก"