๑๐ เทคโนโลยีสุดดังในโลก ปี ๒๕๕๘

ยลยินอินเทอร์เน็ต

ปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยีครองโลก เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (World Economic Forum) ก็ได้ประมวลยอดเทคโนโลยี ๑๐ ด้านมาเผยแพร่ รจนโรจน์จึงขอหยิบยกเรื่องนี้มานำเสนอ เพราะผู้ที่ไม่สนใจเรื่องเทคโนโลยีย่อมไม่สามารถแข่งขันได้ในโลกที่ความเจริญหรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าปราศจากปัจจัยเรื่องเทคโนโลยี ดังนั้น ปี ๒๕๕๘ ที่ผ่านไป องค์การระดับโลก เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ซึ่งดูแลการพัฒนาเศรษฐกิจของโลก จึงได้สรุปให้เห็นว่า พลโลกให้ความสำคัญแก่เทคโนโลยีอะไรมากที่สุด ซึ่งในคอลัมน์นี้ขอนำเทคโนโลยี ๑๐ ด้าน ที่ถือเป็นดาวเด่นของปี ๒๕๕๘ ความดังโดดเด่นยังคงมองเห็นได้ต่อมาถึงปีนี้ด้วยเป็นส่วนใหญ่

๑. เทคโนโลยีของยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยฟูเอลเซลล์ (Fuel cell vehicles)

จากการที่โลกได้แต่พึ่งเชื้อเพลิงจากฟอสซิล หรือน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้เติมให้แก่รถยนต์ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งได้สร้างภาวะโลกร้อนตลอดมา ในบรรดาเชื้อเพลิงทางเลือกที่ช่วยให้โลกสะอาดไร้มลพิษ คือเทคโนโลยีที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีปัญหาน้อยกว่าการใช้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ จึงมีการค้นคิดหาทางออกในเรื่องนี้และต่อมาได้มีการคิดประดิษฐ์รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยฟูเอลเซลล์แล้ว ผลิตออกสู่ท้องตลาดปีที่แล้วเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗ เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ดังมาก เพราะได้มีการพัฒนาขึ้น เริ่มนำออกเสนอให้ประชาชนใช้ในท้องถนน เมื่อแรกนำออกสู่มือผู้ใช้ ได้มีการเสนอราคา ๗๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๒.๔๕ ล้านบาท แต่ต่อๆมาราคาได้ลดลงเรื่อยๆ เมื่อมีปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นตามลำดับ

๒. เทคโนโลยีผลิตหุ่นยนต์สำหรับคนรุ่นใหม่ (Next generation robotics)

ความคิดใฝ่ฝันของมนุษย์ที่ผู้คนพากันมองไว้ล่วงหน้าคือ หุ่นยนต์น่าจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในการทำภารกิจหลายๆเรื่อง แต่จนถึงปัจจุบันวิถีการพัฒนาชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อ "หุ่นยนต์" เริ่มเข้ามาแทนที่มนุษย์อยู่เรื่อยๆ ในบางประเทศมีการสั่งซื้อหุ่นยนต์เข้าไปทำงานแทนมนุษย์อย่างเอาจริงเอาจังมากขึ้น การออกแบบหุ่นยนต์ก็แยบยลมากขึ้น โดยสามารถปรับตัวหุ่นยนต์ให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมต่างๆได้มากและกว้างขวางขึ้น ส่วนกลไกบังคับให้นิ้วทำงานก็เหมือนมือมนุษย์มากขึ้น ยิ่งกว่านั้นยังมีการสร้างความสามารถให้หุ่นยนต์ทำงานเชื่อมโยงกันได้ (ดีกว่าที่มนุษย์ประสานงานกัน) สามารถรับคำสั่งมาจากสถานที่ห่างไกลได้อย่างสะดวก เมื่อนำไปประสานกับเทคโนโลยีดาวเทียม ทำให้สามารถควบคุมหุ่นยนต์ได้ในระยะไกล อาจปรับใช้เข้ากับการทำเกษตร กสิกรรม ต่อไปหุ่นยนต์คงช่วยผ่อนบรรเทางานยากๆที่มนุษย์เบื่อหรือไม่อยากทำได้มากขึ้น

๓. เทคโนโลยีการผลิต "พลาสติก" วิวัฒนาการเกิดขึ้นมาก

ในปัจจุบัน มนุษย์เริ่มคิดถึงพลาสติกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือเป็นภาระในการกำจัด จึงมีการทำให้สามารถใช้พลาสติกซ้ำแล้วซ้ำอีก มีการนำไปใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิลได้ ซึ่งเรียกว่า Recyclable thermoset plastics พลาสติกประเภทนี้จะช่วยลดการนำพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วไปทิ้งถมในดิน ซึ่งพลาสติกเหล่านี้ต้องใช้เวลานานมากในการย่อยสลายลงไปในดิน จึงก่อให้เกิดมลพิษไปทั่ว และกระทบกับวงจรสิ่งมีชีวิตและอาหารด้วย ดังนั้น โลกจึงต้องการวิวัฒนาการด้านพลาสติกเทคโนโลยีอีกมาก

๔. เทคโนโลยีเกี่ยวกับวิศวกรรมเจเนติกส์ หรือเทคนิคพันธุกรรมวิศวการ ที่มีความแม่นยำเป็นพิเศษ หรือ Precise genetic engineering techniques

เทคโนโลยีด้านวิศวพันธุกรรม คือการพยายามเปลี่ยนหรือจัดเรียงเซลล์พันธุกรรม เป็นเทคโนโลยีที่การเข้าถึงจะต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ล่วงล้ำกลายเป็นความขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพที่จะผลิตสิ่งที่ผิดเพี้ยนจากสิ่งที่ธรรมชาติสร้างจนเกินเหตุ โดยเฉพาะกับพืชพันธุ์ทางเกษตรและกสิกรรม การศึกษาวิจัยในด้านนี้เกิดขึ้นมาก และจะยังคงดำเนินต่อไป เช่น ในด้านแอกโกรแบคทีเรียม (agrobacterium) มีเทคโนโลยีในการแก้ไขเซลล์จีโนม หรือ genome editing techniques

๕. เทคโนโลยีในการผลิตสารเสริมแต่งเติมเป็นส่วนเพิ่มในสรรพสิ่งเรียกว่า additive manu-facturing technology

เทคโนโลยีด้านนี้ได้ก้าวหน้าไปไกลมาก สิ่งที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคต เช่น ความสามารถของมนุษย์ในการผลิตอวัยวะต่างๆ ด้วยการพิมพ์สามมิติ กลายเป็นชิ้นส่วนอวัยวะที่สามารถสร้างขึ้นเพื่อนำไปเปลี่ยนชิ้นส่วนอวัยวะของร่างกายที่เสื่อมโทรม หรือการประดิษฐ์โดยอาศัยเทคโนโลยี ทำให้เกิดการผลิตเสื้อผ้าอัจฉริยะ เมื่อสวมใส่แล้วสามารถทำงานเป็นเครื่องวัดต่างๆได้ด้วย เป็นต้น

๖. เทคโนโลยีสร้าง "ปัญญาประดิษฐ์" หรือ artificial intelligence

"ปัญญาประดิษฐ์" หรือ Al Artificial Intelligenee เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งในการเสกสรรสิ่งต่างๆขึ้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากปัญญาของมนุษย์สามารถผลิตสิ่งที่มนุษย์สร้าง ซึ่งพลังสมองของเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่เสมือนหนึ่งสมองมนุษย์ เช่น ยานบินไร้คนขับที่สามารถนำมาใช้งานมีความสามารถเสมือนการทำงานของมนุษย์ ซึ่งสามารถเข้าไปถึงได้ทุกที่ และทำหน้าที่เสมือนทำจากฝีมือมนุษย์ นับว่าเทคโนโลยีจะก้าวต่อไปเรื่อยๆ และเป็นที่ต้องการของมนุษย์

๗. เทคโนโลยีการกระจายสิ่งที่มนุษย์ต้องการส่งต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านทางออนไลน์อย่างที่ทำกันอย่างแพร่หลาย เช่น การสื่อกันทางสังคม "ไลน์" (Line) เทคโนโลยีเมื่อมาถึงยุคนี้ แทบจะไม่มีใครปฏิเสธไม่รู้และไม่ได้ใช้

๘. เทคโนโลยีที่ผลิตโดรนเพื่อใช้ในการทหาร ซึ่งได้แก่ "หุ่นยนต์ชนิดบินได้" ในยุคนี้อาจกลายเป็นเครื่องบินไร้คนขับ ที่อาจมาทำหน้าที่รบแทนทหารที่มีชีวิต หรือทำงานที่ต้องฝ่าและเสี่ยงอันตราย หรืองานที่มนุษย์ทำได้ไม่ดีเท่ากับเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นการลดการที่มนุษย์ต้องเสี่ยงกับการสูญเสียชีวิตซึ่งในยุคต่อไปอาจมีความสามารถในการมีความไวต่อสถานการณ์ ทำอะไรได้ดีกว่าการใช้เครื่องบินหรือเครื่องมืออื่นๆ

๙. เทคโนโลยีที่ทำหน้าที่ได้เหมือนสมองมนุษย์ มีประสาทความรู้สึก เรียกว่า "นิวโรมอร์ฟิค" (Neuromorphic Technology) โดยนักวิทยาศาสตร์สามารถเอาชิพของเครื่องคอมพิวเตอร์มาประสานรวมกันทำงานให้มนุษย์ได้เสมือนการกระทำนั้นทำมาจาก "สมองมนุษย์" ซึ่งเครื่องประดิษฐ์นี้มีเทคโนโลยีเป็นศูนย์รวมของความรู้สึกศูนย์กลาง สามารถคิดได้ และตอบสนองได้

๑๐. เทคโนโลยีผลิตจีโนมแบบดิจิทัล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีก้าวล้ำหน้า และทั้งเด่นและดังเป็นที่แพร่หลาย สามารถนำจีโนม หรือเซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์มาจัดเรียงให้ได้ตามประสงค์ และที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุด คือนำหลักการของ "ดิจิทัล" มาใช้ด้วย จึงกลายเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำอะไรได้อีกมากจากการเอาดิจิทัลมาประยุกษ์ใช้ สามารถนำไปบรรจุไว้ในยูเอสบีที่สามารถใส่กระเป๋าคอยรับใช้งานจากมนุษย์หรือนำไป "แชร์" กันบนอินเทอร์เน็ต

ข้อมูล : เว็บไซต์ของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม