นักธุรกิจวัยรุ่นอียิปต์เสก "ขยะ" ให้เป็น "ทอง"

ยลยินอินเทอร์เน็ต

ในยุคโลกบริโภคนิยมของผู้คนในปัจจุบัน "ขยะ" ได้กลายเป็น "วัตถุดิบ" ในธุรกิจแปลกใหม่ กล่าวคือ เมื่อขยะเป็นที่ต้องการ ขยะจึงกลายเป็น "ทอง" ไปได้ เพราะมีทางพัฒนาให้เป็นธุรกิจที่ทำเงินให้การดำเนินงานเกี่ยวกับ "ขยะ" กลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินให้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ สมตามการจ่าหัวข้อข่าวของบีบีซี ที่ว่า Turning rubbish into gold หรือเปลี่ยน "ขยะ" ให้เป็น "ทอง" วาเล็นทินา พริมโม ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงไคโร คือผู้เขียนข่าวนี้

โมสตาฟา เฮ็มดาน หนุ่มอียิปต์วัย ๒๕ ปี คิดอ่านอยากทำธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร และได้ร่วมกับเพื่อนในมหาวิทยาลัยอีก ๑๙ คน ก่อตั้งบริษัทขึ้น คือบริษัทรีไซโคลบีเกีย (Recyclobekia) เพื่อเปลี่ยนขยะที่ผู้คนเอาไปทิ้งให้กลายเป็นเงินทองและสิ่งมีค่า เนื่องจากของเหล่านั้นมีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์รวมอยู่ด้วยและมันกองเป็นภูเขาเลากาอยู่ ขยะเหล่านี้จึงเป็นวัตถุดิบที่เฮ็มดานจะไปตามเก็บเอามา แล้วดูดเอาโลหะมีค่าและมีสิ่งมีค่าต่างๆ จากแผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ออกไปขาย ซึ่งมีแหล่งรับซื้อไม่อั้น เป็นการช่วยกำจัด "ขยะที่เป็นอันตราย" ได้ หากไม่มีการปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้อย่างถูกต้อง

เฮ็มดานเป็นตัวอย่างวัยรุ่นวัยแรงที่มองหาช่องทางจะเริ่มธุรกิจขนาดจิ๋วลงทุนน้อย แต่ใช้พละกำลังของวัยรุ่นที่เป็นการช่วยชาติ ชุมชนและเศรษฐกิจเป็นอย่างดี ไม่ให้ได้ชื่อว่าวัยรุ่นเอาแต่สร้างปัญหาให้แก่สังคมอย่างที่วัยรุ่นบางประเทศมักเป็นอยู่เสมอ เฮ็มดานเริ่มธุรกิจแปลกไม่เหมือนใครนี้ขึ้นเมื่อ ๕ ปีก่อน โดยยึดเอาโรงจอดรถยนต์มาทำเป็นโรงงานที่เมืองตันตา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงไคโร ๙๐ กิโลเมตร

เมื่อตอนจะเริ่มธุรกิจนี้ เฮ็มดานเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ เขาชวนสมัครพรรคพวกเพื่อนนักศึกษาคิดอ่านทำกิจกรรมดีเป็นประโยชน์โดยพากันไปสมัครเข้าแข่งขันเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ (entrepreneurship competition) ในโครงการเป็นภาษาอียิปต์ว่า "อินจาซอียิปต์" (Injaz Egypt) ซึ่งมีการตกรางวัลให้ถึง ๑๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ เพื่อใช้สานฝันในการเริ่มธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดย่อม (start-up) ที่นั่นเฮ็มดานพบกับด่านแรกที่ท้าทายคือต้องจัดทำข้อเสนอ (business proposal) ของเขาส่งให้กรรมการคัดเลือกเขาได้ความคิดจากการดูโทรทัศน์เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อเรื่องนี้ผ่านสายตาของเขา เขาก็มองเห็นเป้าหมายในการสกัดเอาโลหะต่างๆที่โลกต้องการจากชิ้นส่วนขยะเหล่านี้ทันที มันช่วยวาดฝันของเขาให้เป็นโครงการเพื่อนำไปยื่นเสนอแข่งขัน

เฮ็มดานกล่าวว่า

​ "ธุรกิจแบบนี้ตั้งขึ้นเป็นดอกเห็ดในทวีปยุโรปและที่สหรัฐฯ แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครริเริ่มขึ้นในตะวันออกกลาง"

ดังนั้น ความคิดเบื้องต้นเฮ็มดานจึงมาถูกทางตั้งแต่ตัดสินใจทำเรื่องนี้เสนอเข้าแข่ง เฮ็มดานถือว่ารีไซโคลบีเกียเกิดขึ้นแล้วจากความคิดพื้นฐานของโครงการนี้ และได้ถือกำเนิดขึ้นในตะวันออกกลางจากความคิดริเริ่มของเขา ซึ่งทำให้เขาผ่านเข้าหลักชัยในการแข่งนี้อย่างสบาย

ชื่อบริษัทของเขาเป็นภาษาอียิปต์อาหรับ (Egyptian Arabic) จากคำในภาษาอียิปต์ว่า โรบา บีกายา (Roba bekya) ที่มีความหมายว่า "ของข้าวที่เก่าแก่" (old stuff) ส่วนชาวกรุงไคโร จะแปลว่า rag and bone หรือผ้าขี้ริ้วกับกระดูก ซึ่งเป็นสำนวนที่หมายถึง "ข้าวของในบ้านที่ไม่ต้องการ" แล้ว

เฮ็มดานย้อนประวัติตอนก่อตั้งบริษัทเมื่อปี ๒๕๕๔ ว่า เป็นช่วงที่อียิปต์กำลังมีปัญหากับ "อาหรับสปริง" (Arab spring) หรือช่วงยุ่งเหยิงทางการเมืองในตะวันออกกลางและตัวเขาได้ใช้สื่อทางอะลีบาบา ที่เป็นตลาดอิเล็กทรอนิกส์ค้าขายกันบนเว็บ ปรากฏว่ารีไซโคลบีเกีย ได้รับคำสั่งซื้ออย่างล้นหลามจากฮ่องกงสูงถึง ๑๐ ตันของฮาร์ดดิสก์

เพื่อให้การหาวัตถุดิบมาทำรีไซเคิลสกัดเอาโลหะได้ง่ายและสะดวกขึ้น เขาจึงย้ายกิจการเข้าสู่กรุงไคโร ซึ่งคำนวณตลาดแล้วเห็นว่า กรุงไคโรมีประชากร ๑๗ ล้านคน จะมีกากเศษอิเล็กทรอนิกส์เหลือทิ้งถึง ๑๕,๐๐๐ ตัน ซึ่งจะพอรับกับคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างท่วมท้นได้ เมื่อเขาได้รับคำสั่งซื้อที่ท้าทายมาก เขาจำเป็นต้องหาเงินสด ๑๕,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ มาเป็นทุนดำเนินการให้ได้ ซึ่งปรากฏว่ากิจการของเขาได้รับความเลื่อมใสจากนายทุนอียิปต์ ๒ คน ซึ่งสนองความต้องการของเขาโดยเข้ามาร่วมทุน และต่อมานายทุนเหล่านั้นเป็นกำลังสำคัญในคณะกรรมการบริษัทของเขา

สิ่งที่เป็นปัญหาเบื้องต้นในการเริ่มธุรกิจแปลกๆของเฮ็มดานก็คือ การหาสิ่งปฏิกูลหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อมารีไซเคิลให้ได้พอเพียงตามคำสั่งซื้อ เฮ็มดาน จึงต้องกลับไปศึกษาหาความรู้เพื่อประกอบธุรกิจให้เป็นผล เขาเดินทางไปเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ที่ฮ่องกง ซึ่งก็ทำให้เขาได้ตลาดจากฮ่องกงอีกมาก ทำให้เขาต้องลดหน้าที่ของเขาลง โดยมอบหน้าที่รับคำสั่งซื้อจากฮ่องกงไปให้ผู้อื่นทำ ส่วนเขาจะมีหน้าที่เพียงแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์

แต่ไม่ช้าต่อมา เขาจำเป็นต้องขจัดคนกลางออกไป โดยเปลี่ยนมาทำสัญญากับผู้ผลิตทางประเทศเยอรมนีแทน โดยมอบให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูดเอาโลหะและสิ่งที่ต้องการออกจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บรวบรวมและแยกประเภทได้ ซึ่งเขาสามารถลงนามทำธุรกิจกับผู้ร่วมทุนในเยอรมนีเมื่อปี ๒๕๕๖

ขณะนี้กิจการของเขาไปได้สวย กิจการของเขาเตรียมขยายงานธุรกิจออกไปให้ครอบคลุมทั้งตะวันออกกลาง เขาจึงเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่เต็มไปด้วยพลังในการเริ่มกิจการขนาดย่อม ซึ่งถึงบัดนี้กิจการของเขาเจริญเติบโตเป็นกิจการแห่งภูมิภาคแล้ว

หวังว่าเรื่องที่ท่านผู้อ่านได้ติดตามมานี้ จะเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในอาเซียนเช่นกัน น่าจะมีนักธุรกิจที่สามารถจุดเทียนแห่งความฝันให้สว่างได้เหมือนอย่างเฮ็มดาน!!

ข้อมูลและภาพ : ข่าวอินเทอร์เน็ต บีบีซี