ในเวิ้งฟ้าอันไพศาล (ชมัยภร แสงกระจ่าง)

"พรุ่งนี้กับความตาย ไม่รู้อะไรจะมาถึงก่อนกัน..."
ชวนอ่านวรรณกรรม

"ไปดูหนังสือด้วยกันสักเล่มนะครับ"

จันทรจำได้ว่าเธอตอบเขาไปว่า "ไปดูคนเดียวก็ได้ ทำไมฉันจะต้องไปดูด้วย"

"ถ้าไปดูด้วยกัน ก็จะได้อ่านสองคนไงครับ...เราจะเลือกหนังสือเล่มที่เราชอบด้วยกัน"

หนึ่งในความทรงจำของ "จันทร" ที่มีต่อ "อาทิจจ์" สามีผู้จากไปของเธอ

จู่ๆอาทิจจ์ก็ตาย!

จันทรนึกไม่ออกเลยว่า ทำไมคนเราจะตายได้ง่ายดายอย่างนั้น?

จันทรกับอาทิจจ์ร่วมชีวิตคู่กันมายาวนานนับแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน สร้างตัวครองคู่ อบอุ่น มาด้วยกัน จนมั่นคงในบั้นปลายของชีวิต "พอเพลิน พอพงศ์ พอพล" ลูกสาวลูกชายเรียนจบทำงานจนเกือบจะไม่มีอะไรต้องห่วง อาทิจจ์เกษียณราชการในตำแหน่งที่มีบารมี และจันทรก็จะดูแลเขาได้เต็มที่เต็มเวลา

จู่ๆอาทิจจ์ก็ตาย!

จันทรวิ่งวนกับความคิด วุ่นวายกับการกระทำทุกอย่างและหลายอย่างเพื่ออาทิจจ์

เธอยังจัดอาหารเช้าให้เขา พูดคุยกับเขา และแมวของเขา เหมือนเขายังอยู่กับเธอ...ทุกวัน

โลกของจันทรย้อนเวลากลับไปกลับมา ความทุกข์อันซับซ้อนในจิตใจที่ซุกซ่อนอยู่ เยี่ยมหน้ามาทักทาย จันทรให้เธอได้รับรู้ ได้เจ็บปวด ได้จดจำ แม้จะอยากลืม

จันทรอยากหนีจากความทรงจำ แต่เมื่อเธอวิ่งหนีมันก็วิ่งไล่ตามเธอ หากเธอหันหน้ามาสู้กับมัน มันก็ยั่วเยาะเธอให้หงุดหงิด หวาดระแวง ภาพของอาทิจจ์ที่มีอะไรบางอย่างปิดบังเธอ ย้อนกลับมาให้เธองุนงงสงสัย ภาพของลูกชายที่พาคนรักเข้าบ้าน ภาพของลูกสาวที่มีแววตาอมทุกข์ ภาพเหล่านี้วิ่งผ่านการรับรู้ของจันทร จนเธอไม่อยากรับรู้ หากเมื่อเธอค้นหา เธอก็พบความจริงอันเจ็บปวด

เธออยากปฏิเสธความจริง

ความจริงที่เธอคิดว่ามันโหดร้ายและคุกคามเธอ

ตลอดเวลา...

"ในเวิ้งฟ้าอันไพศาล" บทประพันธ์อันลึกล้ำของจิตใจ จากฝีมือของ "ชมัยภร แสงกระจ่าง" ทำให้เราได้พบกับ "จันทร" ผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าสงสาร ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความยึดมั่นถือมั่นในทุกสิ่ง ทุกชีวิต ที่เป็น "ของฉัน" แต่เพียงผู้เดียว

ความเป็นจริงของชีวิต ชีวิตมิได้เป็นของใคร หากชีวิตเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เรามีอำนาจที่จะจัดการให้ดำเนินไปอย่างไร หรือจะคงอยู่อย่างไรก็ได้ กระนั้นหรือ?

และความเป็นจริงของชีวิตอีกเช่นกันที่บอกเราว่า เรานั้นมิได้อยู่เพียงลำพัง ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา เรามีอีกหลายชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้อง ผูกพัน และดำรงอยู่ด้วยกัน

ทุกอย่างอาจราบรื่นหรือขรุขระ อาจอบอุ่นหรือร้อนรน อาจทุกข์ทรมานหรือเป็นสุข อยู่ที่เราจะเลือกเก็บและกอดสิ่งใดไว้กับตัว คำถามมากมายในชีวิตที่เรามิอาจตอบได้ว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ และแม้กระทั่งคำถามที่สำคัญ

"พรุ่งนี้หรือความตาย ไม่รู้อะไรจะมาถึงก่อนกัน?"

คำถามที่ท้าทายและมิอาจตอบได้ ชวนให้แสวงหาความหมายยิ่งนัก บางคนอาจหวาดระแวง บางคนอาจฉุกใจคิด บางคนอาจสงสัย และบางคนอาจตระหนกหวั่นกลัว

หากเราหยุดพิจารณาอย่างเงียบสงบ กำกับใจด้วยสติแม้เพียงครู่เดียวก็ได้ ไม่พยายามปฏิเสธ "ความจริง" เราก็จะได้คำตอบว่า เราทุกคนล้วนกำลังเดินทางไปสู่จุดหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ปลายทางของบางคนอาจงดงาม สงบอบอุ่น ปลายทางของบางคนอาจมืดคลุ้มร้อนแล้ง ขึ้นอยู่กับเราที่จะกระทำให้เป็นไป

เหมือนที่จันทรได้เลือกแล้ว แม้ในวันที่โหดร้ายของชีวิตอีกครั้ง!

ขอบคุณ "ชมัยภร แสงกระจ่าง" ที่พาจันทรก้าวผ่านชีวิตด้วยหัวใจเข้มแข็งสู่เวิ้งฟ้าอันไพศาล