ไอน์สไตน์ ผู้ทำนายเรื่องคลื่นจากแรงโน้มถ่วง

ยลยินอินเทอร์เน็ต

บีบีซี ในภาควิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม เสนอเรื่องไอน์สไตน์ บุรุษอัจฉริยะแห่งโลกคือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บุรุษผู้ทำนายการเกิดของคลื่นจากแรงโน้มถ่วง Albert Einstein : the man who predicted gravitational waves

คำพยากรณ์การเกิดของคลื่นจากแรงโน้มถ่วงของโลกที่ไอน์สไตน์ได้เคยพยากรณ์ไว้นานแล้ว ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เพราะมีการสืบค้นพบ "คลื่นจากแรงโน้มถ่วง" แล้ว เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สิ่งที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มนุษย์อัจฉริยะของโลกในศาสตร์ว่าด้วยวิชาฟิสิกส์ จนถึงขั้นต่อๆมาโลกได้ใช้นามสกุล "ไอน์สไตน์" เป็นการบอกขานถึง "ความเป็นอัจฉริยะ" (genius) ของ "คน" ดังนั้น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จึงเป็นผู้ที่โลกควรรู้จักให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

บีบีซีได้หามุมมองชีวิตของไอน์สไตน์ ที่แปลกแตกต่างไปจากที่เขียนไว้ในชีวประวัติของเขาที่ตีพิมพ์แพร่หลายอยู่ทั่วไป เช่น ไอน์สไตน์เป็นผู้ที่ชอบไวโอลิน และต้องการจะเรียนและเล่นไวโอลินตั้งแต่เขายังเป็นเด็กหนุ่ม และชอบมาเรื่อยๆ จนถึงแม้แต่เมื่อชราลง ทำให้แขนข้างซ้ายของเขาทำงานได้ไม่เร็วและแม่นยำอย่างที่เขาต้องการเวลาเล่นไวโอลิน เขาเล่นไวโอลินเพื่อหาเงินให้แก่การกุศลต่างๆ และเพื่อใช้เป็นเครื่องพักผ่อนสมอง เขาเป็นแฟนของโมสาร์ทและบาค นักดนตรีเอกของโลก

ไอน์สไตน์เคยบอกกับสื่อมวลชนและครอบครัวของเขาว่า เขาเรียนและพูดช้ากว่าปกติ น้องสาวของเขาคือ มาจา เคยเขียนถึงไอน์สไตน์ว่าพี่ชายของเธอเป็นบุคคลสำคัญแต่ตอนเขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ และอยู่กับแม่ที่เยอรมนี เขาเรียนพูดช้ากว่าคนอื่นทำให้ผู้คนเกรงว่าเขาจะพูดไม่ได้

ตอนเรียนหนังสือ ไอน์สไตน์มักไม่ชอบเรียนวิชามนุษยศาสตร์ เขากลายเป็นคนไม่ชอบเขียนหนังสือ บ้างก็บอกว่าเขาเป็นโรคดิสเล็กเซีย (dyslexia) หรือโรคความบกพร่องในการอ่าน อาจารย์ผู้สอนภาษากรีกให้เขาเกรงว่าเขาจะเรียนภาษาไม่สำเร็จ

เขาสอบตกในการสอบเอ็นทร้านซ์เข้ามหาวิทยาลัย แต่เขากลับเป็นคนที่เขียนและตีพิมพ์ข้อเขียนของเขาเป็นเอกสารทางวิทยาศาสตร์ได้ดี และในที่สุดได้เข้าเรียนวิชาฟิสิกส์ และในที่สุดได้ประสบผลสำเร็จในการคิดทฤษฎีรีเลติฟวิตี้ (Relativity) หรือ "ทฤษฎีสัมพัทธภาพ (ความสัมพันธ์)" ได้ และรับรางวัลโนเบล เมื่อปี ๒๕๖๔

หลังจากไอน์สไตน์สิ้นชีวิต ได้มีการวัดขนาดสมองมาชั่งน้ำหนัก เพราะผ่าสมองดูพบว่า สมองของเขามีนิวรอนมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้สมองของเขาสามารถแปรสภาพข้อมูลที่สมองนำเข้ามาได้รวดเร็วกว่าคนอื่น สมรรถนะของสมองของเขาจึงทำให้เขามีความเป็นอัจฉริยะในเรื่องการสังเกตแปรความของสิ่งที่เห็น หรือการรับรู้เชิงพื้นที่ (spatial recognition) และอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์สูงกว่าผู้อื่นโดยกำเนิด

นายแพทย์ ดร.โธมัส ฮารวีย์ แพทย์ด้านพาโธโลจิสต์ ได้เก็บสมองของไอน์สไตน์ไว้ถึง ๔๐ ปี และได้มีการเก็บสมองของเขาไว้ต่อมาที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐฯ

เมื่อตอนที่นาซีขึ้นครองอำนาจในเยอรมนี ตอนนั้นไอน์สไตน์เป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นอัจฉริยะแล้ว จึงเป็นการยากที่เขาจะใช้ชีวิตต่อไปในยุโรปที่มีการต่อต้านชาวยิว ดังนั้น ในตอนต้นปี ๒๔๗๓ ไอน์สไตน์ได้งานทำที่สหรัฐฯ เยอรมนีได้ประกาศว่าเขาเป็นผู้ทรยศต่อเยอรมนี มีการเอางานเขียนของเขาโยนเข้ากองไฟ โดยทำเป็นพิธีการต่อสาธารณะ ต่อมาเขายังปฏิเสธที่จะรับคำเชิญให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอิสราเอล

คม ชัด ลึก หนังสือพิมพ์ของไทยกล่าวถึงเรื่องแรงโน้มถ่วง แรกเริ่มหลังจากที่ไอน์สไตน์กล่าวไว้นั้น เป็นเพียงทฤษฎีของนักฟิสิกส์ ที่ปรากฏในกระดาษเท่านั้น แต่การมีอยู่ของคลื่นนั้นยากจะพิสูจน์ แต่ที่มีการพิสูจน์คราวนี้ใช้เครื่องตรวจจับ ๒ ตัว จุดหนึ่งที่มลรัฐหลุยส์เซียน่า อีกจุดหนึ่งที่เมืองแฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน และสิ่งที่พบได้คือ "คลื่นความโน้มถ่วง" และเป็นไปตามคาดการณ์ของไอน์สไตน์ ไม่ผิดเพี้ยนเลย และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ คือหลุมดำในอวกาศ ๒ หลุม เคลื่อนที่เข้าหากัน จึงเกิดความโน้มถ่วงที่สามารถตรวจจับและพิสูจน์ทราบความเป็นจริงตามทฤษฎีความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์

เดลินิวส์ เสนอเรื่องนี้ไว้เช่นกันว่า ดร.ไรเซอร์เชื่อว่า เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษของวงการวิทยาศาสตร์โลกเท่าๆกับครั้งที่กาลิเลโอพัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้โลกได้ใช้เมื่อ ๔๐๐ ปีก่อน โลโกซึ่งเป็นผู้พิสูจน์ทราบความจริงของไอน์สไตน์เป็นผู้ยืนยันให้ทั้งโลกได้ทราบการค้นพบนี้ ไอน์สไตน์กล่าวว่า "แรงโน้มถ่วงของวัตถุ คือความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างปริภูมิกับเวลา พลังงานและโมเมนตัมของสสารนั้นทั้งหมด" (ปริภูมิ เป็นศัพท์วิชาการที่ให้ความหมายว่า "เขตที่มีโครงสร้างบางอย่างอาจเป็นโครงสร้างแบบเรขาคณิต หรือโครงสร้างแบบอื่นก็ได้")

การค้นพบนี้อาจนำไปสู่การไขปริศนาการถือกำเนิดของเอกภพที่โลกเราเป็นบริวารอยู่ให้ทราบชัดแจ้งยิ่งขึ้นต่อไป!

ข้อมูล : ข่าวอินเทอร์เน็ต บีบีซี นสพ.เดลินิวส์ และคม ชัด ลึก

 

บรรยายภาพ

1อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มนุษย์อัจฉริยะ

2เมื่อถึงแก่กรรม ผู้คนพยายามศึกษาสมองของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นพิเศษว่าสมองของเขามีอะไรเป็นพิเศษที่สร้างความอัจฉริยะของเขา