ต้มขาหมูถั่วลิสง อาหารง่ายๆแต่ใช้เวลา

อาหาร ค(รอบ)ครัว

การที่ในบ้านมีทั้งพ่อและแม่ในวัยชรา จึงทำให้การทำอาหารของครอบครัวเรา จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะคะ เพราะความต้องการกินอาหารของคนในวัยเช่นนี้ บางครั้งรสชาติก็ต้องแปรไปจากความชอบหรือความคุ้นลิ้นแบบเดิมๆ เช่น เคยทำอาหารรสเข้มข้น จัดจ้าน ก็ต้องลดทอนความจัดจ้านลง หรือหลีกเลี่ยงเครื่องปรุงบางอย่างอันจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพของคนชรา

เรื่องราวทุกเรื่องในการกิน การอยู่ กลายเป็นความละเอียดอ่อนประณีตที่ต้องเอาใจใส่อย่างจริงจัง จนบางวันก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องขบคิด หาเมนูอาหารไม่ให้เกิดความจำเจ ซ้ำซาก หรือบางครั้งก็ต้องพยายามพูดคุยซักถามวิธีการทำอาหารบางอย่าง รวมทั้งรสชาติแบบดั้งเดิมจากความทรงจำของคุณตาคุณยาย แล้วค่อยๆปะติดปะต่อ และลงมือทำให้ถูกอกถูกใจ

อย่างวันนี้ เมื่อคุณตากับคุณยายตกลงกันว่า อยากจะกินขาหมูต้มถั่วลิสง อาหารซึ่งคุณยายพูดให้ฟังเสมอๆว่า แม่ของคุณยายชอบทำให้ลูกๆ หมายถึงคุณยายและน้องๆกินตั้งแต่เด็กๆ และคุณยายก็จดจำมาทำให้ทุกคนในครอบครัวตัวเองรับประทาน ซึ่งฉันก็จำรสชาติได้เป็นอย่างดี แต่วันนี้ทั้งคุณตาและคุณยายต่างไม่ได้ทำอาหารด้วยตัวเองอีกต่อไป อย่างดีก็แค่นั่งปอกหอมปอกกระเทียม หรือบอกวิธีทำให้แก่แม่บ้านและฉัน

เมนูนี้ไม่ยากเลยค่ะ เครื่องปรุงก็ไม่กี่อย่าง แต่เรื่องสำคัญที่นอกเหนือจากรสชาติแล้ว เราต้องให้ "เวลา" ค่ะ แล้ววันนี้คุณยายพยายามเป็นผู้ช่วยที่ดีด้วยการบอกเล่าขั้นตอนและเครื่องปรุงหลักๆซึ่งมี ถั่วลิสงสัก ๑ ถ้วยใหญ่ ขาหมู ๑ ขา รากผักชี พริกไทย กระเทียม เกลือ น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปึกก้อนเล็กๆ ๑ ก้อน

นอกจากนี้ยังเตรียมกระเทียม พริกขี้หนูสวน มะนาว น้ำตาลและน้ำปลา เอาไว้สำหรับทำน้ำจิ้ม ๓ รส เพื่อกินกับอาหารจานนี้ด้วย ทุกอย่างเตรียมพร้อม ขาหมูที่ได้มาต้องสำรวจให้ดีว่ายังมีขนอ่อนๆติดอยู่บ้างไหม? ถ้ามีต้องเอาไปย่างหรือลนไฟจนเกลี้ยงเกลาแล้วสับเป็นชิ้นใหญ่ๆ โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม ให้เข้ากัน ล้างถั่วลิสงด้วยการผ่านน้ำให้สะอาด พักทิ้งไว้ จากนั้นเอาน้ำใส่หม้อ คะเนพอให้ท่วมขาหมูทั้งหมด ตั้งไฟรอให้น้ำเดือดจึงใส่ทุกอย่างลงไปพร้อมๆกัน ใส่เกลือสักครึ่งช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่เค็มค่อยเติมทีหลัง) จากนั้นรอให้เดือดอีกครั้ง แล้วคอยช้อนฟองออกเพื่อให้น้ำใสน่ากินค่ะ ใส่น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปึก ๑ ก้อนเล็กๆ (ต้องระวังอย่าให้หวานเกินไป) เพื่อตัดรสเค็มให้กลมกล่อม จากนั้นใช้ไฟกลาง เคี่ยวไปอีกสัก ๑ ชั่วโมงถึง ๑ ชั่วโมงครึ่ง

ระหว่างที่เคี่ยวก็ช้อนฟองไปด้วย ถ้าน้ำงวดลงไปมากก็ค่อยๆเติมน้ำ หรือบางคนชอบให้มีน้ำมากหน่อยก็เติมตามต้องการค่ะ เวลาร่วมชั่วโมงครึ่ง กลิ่นหอมๆของการเคี่ยวลอยลมออกจากหม้อตลอดเวลา และระหว่างการรอทุกอย่างได้ที่ เราก็ทำน้ำจิ้ม ๓ รส ไว้คอยท่าด้วยการ โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียม แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายหยิบมือ น้ำปลา มะนาว แค่นี้ก็เสร็จค่ะ ผ่านเวลานับชั่วโมง ขาหมู กับถั่วลิสง และเครื่องปรุงทั้งหมดที่ผ่านการเคี่ยวจะหวานเป็นธรรมชาติ และออกรสเค็มนำ ดังนั้น เมื่อกินกับน้ำจิ้ม ๓ รสจึงเข้ากันได้เป็นอย่างดี คุณยายยังบอกด้วยว่า บางครั้งเวลากินขาหมูถั่วลิสงก็แค่บีบมะนาวใส่ลงไปด้วย

แค่นี้ก็อร่อยมากแล้ว มื้อกลางวันวันนี้กลายเป็นมื้อที่ได้ดั่งใจและไม่ผิดหวัง เพราะทุกอย่างอร่อยกลมกล่อมสมกับการรอคอยของสองตายายอย่างที่สุดค่ะ