ไม้ร่วมกอ (ศุภร บุนนาค)

"...การเป็นเศรษฐีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเครื่องป้องกันความโลภ..."
ชวนอ่านวรรณกรรม

"เธอเวทนากับเด็กที่มันเกิดมาไม่ประสีประสาเถิด แม่มันก็ตายไปแล้ว พ่อมันก็ถูกจับเป็นเชลย ทรัพย์สมบัติไม่มีเหลือ เจ้าเอ๊ดเป็นคนดีที่สุดคนหนึ่งที่ฉันเคยมีเพื่อนมา มันไม่แคร์กับอะไรเลยที่ถูกรวบตัวเข้าค่ายเชลยคราวนี้ สิ่งเดียวที่มันห่วงคือเจ้าทอมมี่คนนี้..."

คุณแม่จูงเขามาจนถึงบันไดใหญ่หน้าตึกจึงทรุดตัวลงนั่งและดึงมือเขาให้นั่งลงด้วย เธอลูบผมสีทองดกหนาของเขาในขณะที่อธิบายเกี่ยวกับบิดาของเขา

"ปาป้าไม่ได้ถูกจับเพราะมีความผิด ท่านถูกนำตัวไปกักกันรวมกับคนอื่นๆอีกมากมายเทียวลูก ทอมมี่รู้เรื่องสงครามแล้วไม่ใช่หรือ ปาป้าทำงานหนังสือพิมพ์คงเคยพูดให้รู้บ้าง นั่นแหละที่มิสเตอร์สเปนเซอร์ถูกกักกันก็เพราะเป็นเรื่องของสงคราม ไม่ใช่เพราะคนไทยโกรธหรือเกลียด เมื่อเสร็จสงครามแล้ว ทอมมี่ก็คงได้พบปาป้าอีก
ถ้าทอมมี่ยังคงติดอยู่กับปาป้า ก็จะต้องถูกส่งไปอังกฤษ เมื่อไรมีเรือมารับเชลย เขาก็คงส่งไปแล้วอาจไม่ปลอดภัย ปาป้าต้องการให้หนูอยู่อย่างปลอดภัย แล้วโตขึ้นทำงานที่ปาป้าทิ้งไว้ หนูเข้าใจนะจ๊ะ"

ตาสีน้ำตาลโตใสเหมือนตากวางจ้องจับดวงหน้าอันอ่อนหวานนั้น เมื่อเธอชี้แจงจบลงน้ำตาก็ไหลรินลงมาอาบแก้มสีชมพูของทอมมี่

แล้วเด็กชาย "ทอมมี่" ก็กลายเป็นลูกชายคนโตของ "รัฐมนตรีมานิตย์" และ "คุณหญิงกัลยา" ตั้งแต่วันนั้น ทอมมี่ได้ชื่อไทยว่า "ธนศักดิ์ สเปนเซอร์ ยศธร" เขาใช้นามสกุล "ยศธร" อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีชื่อเล่นในภาษาไทยว่า "ต่อม" หรือ "คุณต่อม" ของบรรดาบริวารในบ้าน ทอมมี่เป็นที่รักของทุกคน ท่านรัฐมนตรีและคุณหญิงไม่มีลูก จึงเลี้ยงดูอบรมเขาเหมือนลูก และอบรมเขาด้วยคุณสมบัติของผู้ดีไทยและผู้ดีอังกฤษ นับว่า "ต่อม" มีความสุข มีความอบอุ่น และยังจำได้ถึงบิดามารดาที่แท้จริงของเขาเสมอ

ต่อมมาเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อกับแม่ได้ไม่นานนัก เขาก็ได้น้องชายคนหนึ่ง "น้อง" หรือ "จินตมัย" เป็นบุตรชายของท่านรัฐมนตรีมานิตย์และคุณหญิงกัลยา ทุกคนในบ้านดีใจยิ่งนักที่มีเด็กชายน่ารักเพิ่มขึ้น ต่อมรักน้องมาก และน้องก็รักเขามากเช่นกัน บ้านยศธรจึงสมบูรณ์พร้อมด้วยความมั่งคั่งมั่นคง อบอุ่นด้วยความรัก บารมีของท่านเจ้าของบ้านก็คุ้มภัยให้ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข ทั่วทั้งพระนครต่างก็ชื่นชมในความดี ความซื่อสัตย์ สุจริตของตระกูลตลอดมา

ทายาททั้งสองจึงถูกอบรม "บ่มนิสัย" ให้รู้จักความดีความชั่ว และมีหน้าที่สืบสานความดีงามที่บรรพบุรุษสร้างไว้มิให้มัวหมอง

แต่แล้ว คุณหญิงกัลยาก็ถึงแก่กรรมในขณะที่ต่อมศึกษาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ และน้องมีอายุเพียง ๑๓ ปี

"คุณนายรำไพพรรณ" จึงใช้เล่ห์มารยา "จับ" รัฐมนตรีมานิตย์จนได้ครอบครองตำแหน่งภรรยา และคุณนายก็มีลูกติดหญิงชายมาอีกสองคน

ความสงบในบ้านเริ่มไม่สงบเหมือนเดิมเสียแล้ว เพราะคุณนายรำไพพรรณหวังจะต่อยอดธุรกิจของเธอโดยอาศัยตำแหน่งของท่านรัฐมนตรีเป็นสะพาน แต่ท่านรัฐมนตรีไม่เคยยินยอม

ธนศักดิ์กับจินตมัยสองพี่น้องแห่ง "ยศธร" จะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร?

"ศุภร บุนนาค" ผู้ประพันธ์ "ไม้ร่วมกอ" นวนิยายของชีวิตและสังคมในช่วง พ.ศ.๒๕๑๓ ได้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของการใช้ชีวิตทั้งในด้านส่วนตนและส่วนรวม ผนวกกับค่านิยมหลังสงครามโลกที่นานาประเทศต่างก็ต้องปรับตัว โดยใช้มุมมองที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้งของท่าน สะท้อนให้เห็นแนวทางในการดำรงชีวิตที่ถูกต้องดีงาม ซึ่งไม่ว่าสังคมใดก็ปรารถนา แต่ทว่ากิเลสในใจของคนบางกลุ่มก็ทำให้ความวิบัติเกิดขึ้นแก่คนรอบข้างได้

"...คนดีน่ะ ลำบากรู้ไหม ทำอะไรก็มักจะติดโน่นติดนี่ เพราะความที่เป็นคนดี ช่างคิดของตัว"

ธนศักดิ์ จินตมัย มณทิรา วรรณวิลาศ ศิริศักดิ์ ไม้เล็กๆเหล่านี้ เติบโตเป็นไม้ร่วมกอ ร่วมชะตากรรมเดียวกัน เผชิญปัญหาอุปสรรคมาด้วยกัน มีทั้งดีและร้ายในบางเวลาของอารมณ์ แต่ทุกคนก็ผ่านมาได้ด้วยสติ และสำนึกดีที่พ่อแม่ได้พร่ำสอนไว้

พ่อแม่ คือครูคนแรกของลูกเสมอ!