เศรษฐีพันล้านแปรสภาพเป็นยาจก

สำรับโลก

การที่มหาเศรษฐีพันล้านไต่เต้าจากการสร้างตนเอง สามารถล้มละลาย หมดเนื้อ หมดตัวได้ในเวลา ๕ ปี เป็นเรื่องน่าตื่นใจและน่าศึกษาเพื่อให้คนที่รวยน้อยกว่านั้นมากไม่เจริญรอยตามหนุ่มอายุ ๔๐ ปี ชาวออสเตรเลียผู้นี้มีอะไรพิเศษหรือจึงทำอะไรที่น่าจะยากขนาดนั้นได้

ชื่อของเขาคือ นาธาน ทิงค์เลอร์ บ้านเกิดอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เขาเรียนไม่จบมัธยมปลายและเคยเรียนบางวิชาในวิทยาลัยเทคนิค (ในสมัยนั้นเรียกว่า TAFE) เริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นช่างไฟฟ้า และทำงานในเหมืองถ่านหินบริเวณนั้นพักหนึ่ง ในช่วงเวลานี้เขามีชื่อเสียงว่ามีหนี้สินแยะและไม่ยอมชำระหนี้ อย่างไรก็ดีเมื่ออายุได้ ๒๖ ปี เขาก็ตั้งบริษัทรับจ้างดูแลรักษาเครื่องจักร

ดวงชะตาของเขาพลิกผัน ในปี ๒๐๐๖ เมื่อเขากู้เงินได้ ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญก็นำไปซื้อเหมืองถ่านหินในรัฐควีนส์แลนด์ มูลค่า ๑๑.๕ ล้านเหรียญออสเตรเลีย (หน่วยเงินที่ระบุต่อไปจะเป็นสกุลนี้) แต่ในปลายปี ๒๐๐๗ เขาสามารถขาย ร้อยละ ๗๐ ของหุ้นบริษัทให้บริษัทแมคคาเธอร์ โคล ในราคา ๕๗ ล้านเหรียญโดยรับเป็นเงินสดบวกกับอีก ๑๘๔ ล้านเหรียญในรูปของหุ้น

หลังจากนั้นเขาก็สามารถหาสมัครพรรคพวกระดมทุนซื้อหุ้นของบริษัทแมคคาเธอร์ โคล ที่เขาขายเหมืองถ่านหินให้ไป ปรากฏว่าหุ้นมีราคาเพิ่มขึ้น ๑ เท่าตัว ทิงค์เลอร์ เห็นช่องทางรวยจริงไม่ใช่บนกระดาษ ดังนั้น ในเดือนพฤษภาคม ๒๐๐๘ เขาจึงขายหุ้นทั้งหมดของเขาในแมคคาเธอร์ โคล ไปในราคา ๔๒๒ ล้านเหรียญ

ในปี ๒๐๐๘ ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในบรรดาเศรษฐีอายุน้อยสุดของออสเตรเลีย โดยมีสินทรัพย์สุทธิประมาณ ๔๔๑ ล้านเหรียญ เป็นคนรวยที่สุดอันดับสองของประเทศในวัยต่ำกว่า ๔๐ ปี

หลังจากนั้นเขาก็ทำธุรกิจการเงินในการซื้อขายหุ้นของบริษัทถ่านหิน จนรวยขึ้นอีกมาก และในปี ๒๐๑๒ เขาก็ขายบ้านช่อง อพยพไปอยู่สิงคโปร์

เงินนั้นมันต่อเงิน เมื่อมีเงินมากในธุรกิจค้าขายถ่านหินซึ่งราคาถีบตัวสูงขึ้นทุกวัน เขาก็ยิ่งรวยยิ่งขึ้นนับพันล้านเหรียญ การรวยขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นทำให้เกิดวิบากกรรมคือ การต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานะใหม่ของเขา

เขาและครอบครัวล้มเหลวในเรื่องนี้ เพราะใช้จ่ายเงินกันอย่างสนุกมือ ในปี ๒๐๑๐ เขาซื้อทีมออสเตรเลียฟุตบอล ชื่อ นิวคาสเซิล เจ็ทซึ่งอยู่ในลีค ชั้น A ในราคาหลายล้านเหรียญ แค่นี้ยังไม่พอ เขาซื้อทีมรักบี้ ชื่อ นิวคาสเซิล ไนท์ส ในราคาที่สูงด้วย นอกจากนี้ ยังซื้อคฤหาสน์ในฮาวาย ทรัพย์สินในที่ต่างๆหลายแห่ง ตลอดจนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ม้าแข่งราคาแพง รถสปอร์ต ฯลฯ

ในปี ๒๐๑๒ ตัวเขามีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ ๑,๑๘๐ ล้านเหรียญ แต่ในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน มูลค่าดังกล่าวเหลือเพียง ๖๓๐ ล้านเหรียญ เนื่องจากราคาของถ่านหินตกลงอย่างน่ากลัว สาเหตุของการตกก็คือความต้องการที่ลดน้อยลงมาก อันเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง

หลายบริษัทของเขา ประสบปัญหาการเงินทันที ม้าแข่งชั้นยอดของเขาที่ต้องมีการดูแลอย่างดีขาดเงินจนต้องขายไปตอนกลางปี ๒๐๑๓ ในปลายปี ๒๐๑๒ และต้นปี ๒๐๑๓ การเงินก็ตึงตัวมาก ไม่มีเงินเดือนจ่ายพนักงานหลายบริษัท เจ้าหนี้ตามไล่หนี้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของตัวเขาตกลงเหลือ ๒๓๕ ล้านเหรียญ

ตลอดปี ๒๐๑๔ เขาต้องใช้หนี้ด้วยการขายหุ้นและทรัพย์สิน ตลอดจนไร่ส่วนตัว แต่ก็ไม่พอกับหนี้ที่ค้างอยู่ ในเดือนกรกฎาคม ๒๐๑๕ ศาลออกหมายจับเขาเมื่อไม่ไปปรากฏตัวต่อหน้าศาลในคดีขายฟาร์มเลี้ยงม้า

ทางการทวงหนี้ภาษีที่ค้างชำระอยู่ ๖.๔ ล้านเหรียญ และเริ่มกระบวนการล้มละลายเนื่องจากมีหนี้สินล้นพ้นตัว แค่นี้ยังไม่พอ เขาถูกสอบสวนในเรื่องคอร์รัปชันโดยจ่ายเงินติดสินบนนักการเมืองของรัฐ New South Wales เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทเขา

ในต้นเดือนมีนาคม ๒๐๑๖ ศาลตัดสินให้เขาเป็นบุคคลล้มละลายอันเนื่องมาจากหนี้มูลค่า ๒.๒๕ ล้านเหรียญที่ค้างจากการซื้อเครื่องบินเจ็ท ซึ่งเขาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้หลังจากชำระหนี้ไปบ้างแล้วของหลายบริษัทในจำนวนทั้งหมด ๕๐ กว่าบริษัท

อย่างไรก็ดี สื่อรายงานว่าเขาอาจเล่นกล แอบซ่อนทรัพย์สมบัติไว้อีกมาก ("ล้มบนฟูก" ในขอบเขตหนึ่ง) เพราะคฤหาสน์ที่ฮาวายในชื่อของภรรยาเขา ตลอดจนสมบัติอีกหลายชิ้นก็ยังคงอยู่ ทรัพย์สินแอบซ่อนมีอยู่จริงหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องสืบหาและฟ้องร้องกันตามกฎหมาย แต่ที่แน่นอนก็คือเขามีเงินน้อยกว่าเก่ามากมาย ความมั่งคั่งสูญหายไปเกือบทั้งหมด ไม่นับชื่อเสียงที่แทบไม่มีอะไรเหลือ

คำถามก็คือเศรษฐีพันล้านตกสวรรค์ได้อย่างไรในเวลาไม่กี่ปี คำตอบอาจเป็นว่า (ก) ความโลภที่ไม่สิ้นสุดโดยกล้าเสี่ยงเพื่อรวยยิ่งขึ้นต่อไป (ข) ใช้จ่ายอย่างไม่ระมัดระวัง และ (ค) ประมาทโดยไม่เชื่อว่าถ่านหินจะมีราคาตกลงมาก

ถ้าแม้นเขาไม่สุ่มเสี่ยงมากเกินไปหลังจากที่รวยขึ้นมากแล้วโดยขยายธุรกิจอย่างเหมาะสม (เขาผู้ไม่ใช้หลักคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" คงบอกว่าเหมาะสมแล้ว) ถึงแม้ราคาจะผันผวนก็คงไม่กระทบเขามากมาย และถ้าเขาไม่ใช้จ่ายเงินอย่างสนุกสนานเกินไปแล้ว ยอดหนี้และรายจ่ายก็คงไม่สูงเกินไป และอาจรับมือกับการตกของราคาถ่านหินได้ แต่เมื่อสุดสวิงไปทั้งสองทางคือการพยายามหารายได้เพิ่มขึ้นและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดการสะดุดขึ้นก็ขาดเงินสดและนำไปสู่ปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย

"ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย" เป็นจริงเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประมาทในเรื่องเงินทองซึ่งมองเห็นไม่ชัดเหมือนขับรถเร็วแล้ว ความพินาศก็สามารถมาเยือนได้เร็วกว่าที่คาดคิด