เสด็จฯไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกา

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เสด็จฯไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา ได้เสด็จไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาในระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน - 14 กรฎาคม พ..2503 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีดไวต์ ดี ไอเซนฮาวร์แห่งสหรัฐอเมริกา

ทุกพระองค์ได้เสด็จฯ เยือนเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย นครลอสแอนเจลิส กรุงวอชิงตัน นครนิวยอร์ก เมืองเคมบริดจ์ นครบอสตัน มลรัฐแมสซาซูเซตส์ นครซานฟรานซิสโก ก่อนเสด็จฯ ประพาสยุโรป

ในระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในครั้งนั้น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2503 ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์เฝ้ารับเสด็จฯ และถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ โดยได้กล่าวคำอวยพรถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสรุปความตอนหนึ่งว่า " ...รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับอเมริกันชนที่ได้ถวายการต้อนรับพระองค์ ในฐานะมิตรประเทศที่แท้จริงของสหรัฐฯ..."

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบ ความตอนหนึ่งว่า

"...เป็นเพราะท่านประธานาธิบดีได้เชิญให้เรามาที่นี่ เราจึงสามารถทำให้ลูกๆ ของเราได้รู้ว่า สหรัฐฯ นั้นใหญ่หลวงเพียงใด และประชาชนมีไมตรีจิตทุกคน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องสอนให้ลูกๆ ของเราทราบไว้คือว่า โลกใหญ่โตมโหฬารและทุกคนจะมีไมตรีจิต ถ้าเรามีไมตรีจิตต่อเขา..."

การเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาในครั้งนั้น ประสบผลสำเร็จด้วยดีและทำให้ชาวอเมริกันได้รู้จักพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงพระปรีชาสามารถ ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมากคือพระราชดำรัสในสภาฯนั้นต่อรัฐสภาอเมริกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ก่อให้เกิดความชื่นชมยินดีต่อผู้รับฟังเป็นอย่างยิ่ง เพราะระหว่างมีพระราชดำรัสนั้นมีสมาชิกรัฐสภาและประชาชนที่เข้าไปฟังได้ปรบมือ หรือหัวเราะโห่ร้อง แสดงความยินดีในถ้อยคำแห่งพระราชดำรัสถึง ๑๗ ครั้งด้วยกัน โดยพระราชดำรัสอัน ประทับใจชาวอเมริกันที่ได้ปรบมือกันกราวใหญ่ในช่วงแรก คือ

สิ่งที่ถ่วงประเทศต่าง ๆ   ในภาคของเราให้ล้าหลังอยู่ก็คือการขาดเงินทุนและความรู้ทางหลักวิชาการ     ด้วยประการนี้เองที่สหรัฐได้มีน้ำใจเผื่อแผ่     และให้ความช่วยเหลือแก่เรา    ณ   ที่นี้ข้าพเจ้าใคร่จะขออ้างถึงข้อตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ    ระหว่างรัฐบาลของเราตามลำดับคำแถลงเบื้องต้นในข้อตกลงนี้มีอยู่ว่า    อิสรภาพและเอกราชย่อมขึ้นอยู่กับภาวะทางเศรษฐกิจอันดีเป็นส่วนมาก   และมีข้อความต่อไปว่า  “รัฐสภาแห่งอเมริกาได้ตรารัฐบัญญัติขึ้น    เพื่อให้สหรัฐอเมริกาสามารถจะให้ความช่วยเหลือเพื่อรัฐบาลแห่งประเทศไทยจะได้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว     ด้วยการใช้ความพากเพียรของตนเองเป็นเอกเทศ”

                         ในคำแถลงเบื้องต้น    มีหลักการอยู่ประการหนึ่งที่จำเป็นจะต้องเน้นหนัก    นั่นคือ   การช่วยเหลือของอเมริกานั้นเป็นการช่วยให้ไทยได้บรรลุผลตามความมุ่งหมาย   ด้วยความพากเพียรของตนเอง    ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องกล่าวว่าหลักการอันนี้      เป็นสิ่งที่เราเห็นด้วยความจริงจังความจริงในพระพุทธโอวาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็มีอยู่แล้วว่า   ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตน    เราขอขอบพระคุณในความช่วยเหลือของอเมริกา    แต่เราตั้งใจไว้ว่าเราคงจะทำได้เองโดยไม่ต้องใช้ความช่วยเหลือนี้”