10 วิธีขับรถปลอดภัยช่วงวันหยุดยาว

ปลอดภัยไว้ก่อน

ช่วงวันหยุดยาวๆหลายวัน สภาพอากาศก็เป็นใจ อีกทั้งยังเพิ่งรับโบนัสมาไม่นาน หลายคนเตรียมวางแผนเดินทางไกล เพื่อเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง

หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดปี สำหรับผู้ที่ชอบขับรถเดินทางไกลๆ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างมาก คือ การตรวจสอบเส้นทางการสัญจร และเตรียมความพร้อมของรถคู่กาย หลังจากเตรียมความพร้อมทุกอย่างแล้ว อย่าละเลยสิ่งง่ายๆที่ไม่ควรมองข้าม อย่างวิธีการขับขี่อย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งทาง ฟอร์ด ประเทศไทย มี 10 เคล็ดลับง่ายๆมาร่วมแบ่งปัน เพื่อให้ทุกการเดินทางในวันหยุดยาว เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

1. เช็มขัดนิรภัยถือว่าเป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด การคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธีนั้น ควรคาดเข็มขัดให้อยู่รอบสะโพก ไม่ให้เข็มขัดนิรภัยพาดบริเวณหน้าท้อง และไม่ควรรัดเข็มขัดนิรภัยจากด้านหลังหรือใต้แขน เนื่องจากจะทำให้การเคลื่อนไหวไม่สะดวก
2. สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ควรใช้ที่นั่งสำหรับเด็กและคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยควรจัดวางไว้ที่เบาะหลัง แล้วหันหน้าไปทางด้านหลังรถ ส่วนเด็กอายุ 1-3 ปีนั้น ควรนั่งที่นั่งสำหรับเด็กเช่นกัน แต่สามารถหันหน้าไปทางหน้ารถได้ สำหรับเด็กอายุ 4 -7 ปี ซึ่งโตเกินกว่าที่จะนั่งเก้าอี้นิรภัย เข็มขัดนิรภัยที่มากับที่นั่งปกติของผู้ใหญ่ ก็ยังไม่พอดีกับตัว ควรใช้ที่นั่งเสริม (booster seat) แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยของที่นั่งปกติ เพื่อยึดเก้าอี้เสริมให้ติดกับเบาะรถ ทั้งนี้ควรให้เด็กเล็ก นั่งบริเวณเบาะหลังของรถ เพราะการทำงานของถุงลมนิรภัย อาจทำอันตรายต่อเด็กเล็กได้ อีกทั้งบริเวณประตูหลังของรถ ยังตั้งไม่ให้เปิดจากภายในรถได้ ซึ่งลดความเสี่ยงจากความซุกซนของเด็กได้อีกชั้น
3. ควรปรับที่วางศีรษะให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และผู้นั่งรู้สึกสบายมากที่สุด 
4. ไม่ควรวางสิ่งของด้านบนหรือรอบๆที่เก็บถุงลมนิรภัย มิฉะนั้นอาจทำให้ถุงลมนิรภัย ไม่ทำงานเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จนทำให้ผู้ที่อยู่ในรถบาดเจ็บร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้ นอกจากนี้บริเวณที่เป็นลิ้นชักเก็บของหน้ารถ ก็ไม่ควรเหน็บสิ่งของไว้ที่ฝาลิ้นชัก เพราะสิ่งของที่เหน็บไว้อาจพุ่งใส่ผู้นั่ง เมื่อต้องเหยียบเบรคกระทันหัน
5. ผู้ขับขี่ควรทำความรู้จักและความคุ้นเคยกับรถและอุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัยก่อนออกเดินทาง นอกจากนี้ควรตรวจตราและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ควรตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง คือ เกจ์วัดความลึกของดอกยาง ความดันลมยาง รวมถึงระดับของน้ำมันเครื่อง และน้ำในหม้อน้ำ ว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่
6. ขับรถอย่างมีความรับผิดชอบ เคารพกฏหมาย และมีความรู้เรื่องระดับความเร็วของแต่ละสถานที่ นอกจากนี้ควรพกใบขับขี่ และรายละเอียดของประกันติดรถไว้เสมอ
7. วางแผนล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยประมาณระยะเวลาที่เหมาะสม ของแต่ละจุดหมายปลายทาง รวมถึงขับรถตามความเร็วที่เหมาะสม ตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ และเว้นช่องว่างกับรถที่อยู่ด้านหน้าอย่างน้อย 3 วินาที เพราะความปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าเบรกอย่างกระทันหัน
8. จัดสิ่งของหรือกระเป๋าที่หนักที่สุดให้อยู่ใต้สุด เพื่อให้สิ่งของนั้นไม่เคลื่อนมากระแทกโดนผู้โดยสาร เมื่อต้องหยุดกะทันหันหรือเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
9. ถึงแม้ว่าช่วงหยุดยาวๆ จะเป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลองก็ตาม แต่กฎทองที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรจำไว้คือ “อย่าขับรถในขณะเมาเหล้า”
10. หากรู้สึกเหนื่อยให้หยุดพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดินทางในระยะทางไกล อาจต้องการแวะพักบ่อยขึ้น เพื่อช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น

นอกจากคำแนะนำทั้ง 10 ข้อ การเลือกใช้รถสักคัน ที่ได้ติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอย่างครบครัน ก็ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น อาทิเช่น
*  Advance Trac ตรวจจับการทำงานของแกนและตัวหมุน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทรงตัวของรถได้อย่างดี
* ระบบเตือนเข็มขัดนิรภัย (Belt-Minder Technology) จะช่วยเตือนให้ผู้โดยสารด้านหน้าคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เสมอ
* เทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Control) ที่ควบคุมการติดต่อสื่อสาร และระบบความบันเทิงภายในรถ โดยที่มือไม่ต้องละจากพวงมาลัย
* ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Program : ESP) จะช่วยควบคุมการทรงตัวของรถในทุกสภาพถนน
* ระบบตรวจจับภาพในส่วนที่เป็นจุดบอด (Blind-Spot Monitoring System) จะจับภาพและส่งสัญญาณเตือน หากมีรถอีกคันเข้ามาใกล้ ในส่วนที่เป็นจุดบอด

ถึงแม้ว่ารถในปัจจุบัน จะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อความปลอดภัย ช่วยลดความเครียด ของผู้ขับขี่สักเพียงใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญ คือ ความพร้อมของผู้ขับขี่ ที่ควรขับขี่อย่างมีสติและใจเย็น ซึ่งจะทำให้การเดินทางช่วงหยุดยาวๆ เป็นทริปที่น่าจดจำที่สุดครับ