ละครชีวิตของพระยาทรงสุรเดช ยอดเสนาธิการ

เสนาธิการผู้เฉียบแหลมในผู้ก่อการยุคแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕
ห้องสมุดสกุลไทย

ย้อนหลังไปในอดีต ในเช้าตรู่ของวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ได้มีเหตุการณ์ครั้งใหญ่หลวงเกิดขึ้น เหตุการณ์นั้น ทำให้มีการพลิกโฉมและเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในการปกครองของประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยมีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วยทหารและพลเรือน ซึ่งเรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร" ได้ก่อการยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย เลียนแบบกระแสประชาธิปไตยที่กำลังเบ่งบานในซีกโลกตะวันตก

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้มีเบื้องหลังซับซ้อนที่ควรศึกษาเป็นอย่างมาก ผู้เขียนจึงขอนำเหตุการณ์เฉพาะบางส่วนมาเสนอให้ผู้อ่านทราบต่อไป

กระแสประชาธิปไตย ก่อน พ.ศ.๒๔๗๕

ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประเทศสยาม หลังจากกอบกู้เอกราชจากพม่าแล้ว ความเจริญเป็นปึกแผ่นของบ้านเมืองและความมั่นคงก็เกิดขึ้นมาโดยลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากพระปรีชาสามารถแห่งองค์ปฐมกษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ ในเวลาต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือล้นเกล้า รัชกาลที่ ๒ พระองค์ท่านมีพระโอรสแก้วพระองค์หนึ่ง คือ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ หรือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลถัดมา ทรงมีพระปรีชาสามารถในการค้าขายและติดต่อกับต่างชาติเป็นอย่างมาก ทำให้เศรษฐกิจของสยามรุ่งเรืองอย่างยิ่ง จากการค้าขายทางทะเลกับจีน ชาติตะวันตกอื่นก็เริ่มทยอยเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีและค้าขายกับกรุงสยาม ซึ่งเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากร หรือที่เรียกว่า ทรัพย์ในดินสินในน้ำมีมากมาย

ดังนั้น ความร่ำรวยก็เข้ามาสู่สยามอย่างมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ความเจริญและวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกได้แผ่ขยายเข้ามา ทำให้ประชาราษฎร์รู้ถึงความศิวิไลซ์ของชาติตะวันตกในเวลาต่อๆมา

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ส่ง นายฉุน ไปศึกษาต่อวิชาเดินเรือที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา ๒ ปี "เมื่อกลับมาก็ได้รับราชการในกรมคลอง โดยมียศและบรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้าย คือ พระยาชลธารวินิจฉัย" นับเป็นนักเรียนนอกคนแรกของสยาม

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ได้มีการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ