"แพทย์ทางเลือกสายธรรมชาติบำบัด และการปฏิบัติธรรม"

คุยข้างครัว

(ต่อจากฉบับที่แล้ว)

2. อารมณ์ สาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนั้นเกิดจากกิเลสในใจของเรา เช่น ความโลภ ทำให้รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่มีประโยชน์ เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของอาหาร ส่วนความโกรธหรือความเกลียดก็ส่งผลร้ายต่อร่างกายเช่นเดียวกับความเครียด กล่าวคือจะส่งผลทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนอะดรีนาลิน ทำให้ภาวะความเป็นกรดในเลือดสูงขึ้น เกิดผลกระทบต่อระบบประสาท ตลอดจนกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งสภาพจิตใจและอารมณ์มีผลกระทบโดยตรงกับการเกิดโรคต่างๆ ทั้งทางกายและทางจิตใจ ดังนั้น เราต้องปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้ปกติ ลดความโลภ ความโกรธ ความหลง

3. อากาศ เราควรอยู่ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ปลอดมลพิษ อยู่ในที่ที่มีปริมาณโอโซนในชั้นอากาศที่ทำให้ปลอดเชื้อโรค โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนั้นเกิดจากการหายใจไม่ถูกต้อง กล่าวคือคนส่วนมากมักจะหายใจสั้นและเร็ว ทำให้ปอดไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เมื่อปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดความเสื่อมไปถึงความผิดปกติต่อระบบอื่นๆของร่างกาย

4. การหายใจ การทำงานของร่างกายมนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องมีการหายใจ เพราะมันสัมพันธ์กับทุกส่วนของร่างกาย โดยการหายใจเป็นการขับเคลื่อนส่วนเกินของความร้อนในร่างกายออกไป และเพิ่มปริมาณของออกซิเจนในเลือด ซึ่งถ้าเราหายใจอย่างถูกต้อง กล่าวคือการสูดลมหายใจเข้าลึกและยาวจะช่วยให้ปอดสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และร่างกายนำออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเวลาที่หายใจออกร่างกายจะขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน และของเสียอื่นๆออกมา เมื่อเราหายใจได้อย่างถูกต้องแล้ว ระบบการขับถ่าย การย่อยอาหารและการดูดซึมก็จะทำงานได้ดีขึ้น ตลอดจนระบบกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายจะได้รับการชะล้างไขมันส่วนเกิน เพื่อเปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน ส่งผลให้ผิวพรรณสามารถระบายความร้อนได้ดี ทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกาย

5. การออกกำลังกาย เวลาที่เหมาะสมตามหลักของแพทย์ทางเลือกในการออกกำลังกายควรเป็นช่วงเช้าเวลาประมาณ 05.00-07.00 น. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่และไตขับของเสียออกให้หมด และพร้อมที่จะขับถ่ายก่อนเจ็ดโมง และรับอาหารใหม่หลังจากขับถ่ายแล้ว

6. อุจจาระ การขับถ่ายเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงสุขภาพของร่างกายคนเราว่า อยู่ในสภาวะปกติหรือไม่ การขับถ่ายควรทำให้เป็นปกติทุกวันก่อนเจ็ดโมงเช้า ถ้าเราปล่อยให้เกิดอาการท้องผูกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆได้ เช่น ภูมิแพ้ เนื้องอก มะเร็ง อัมพาต หอบหืด นอนไม่หลับ เป็นต้น

7. การนอน ตามแนวทางแพทย์ทางเลือกนั้น มองว่าเวลาพักผ่อนที่เหมาะสมคือช่วงเวลาสามทุ่มถึงตีสาม โดยจะตื่นหลังตีสามก็ได้ แต่ไม่ควรเข้านอนเกินสามทุ่ม เพราะพลังงานของร่างกายเราจะสร้างในช่วงเวลาสามทุ่มถึงห้าทุ่ม การนอนดึกจะทำให้อวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆในทุกระบบของร่างกาย เนื่องจากทุกอวัยวะต้องได้รับสารอาหารจากการไหลเวียนตลอดเวลา การมีของเสียตกค้างระดับเซลล์ ทำให้มีอาการทางผิวหนัง แพ้ง่าย เป็นฝ้า กระ

อาการพื้นฐานสำหรับผู้เข้าสู่แพทย์ทางเลือกสายธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่เข้าสู่สายธรรมชาติแล้วอาการต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าคนที่มีจิตใจไม่ยึดมั่นพอ และไม่เข้าใจถึงกลไกต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจ และยอมรับมักจะเกิดอาการตกใจ อาการต่างๆที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง นั่นเพราะขณะที่เกิดอาการเหล่านี้ ถ้าในแนวทางธรรมชาติบำบัดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะระหว่างที่เกิดอาการต่างๆขึ้นนั้น แสดงว่าร่างกายเริ่มมีการฟื้นฟู และซ่อมแซมในตัวเองอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ถ้าหากท่านเข้าสู่สายธรรมชาติบำบัด หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น (โดยเฉพาะผู้ที่ทานน้ำผักปั่นและควบคุมอาหาร) พึงให้ท่านเรียนรู้ว่า

อาการท้องเดิน มีการทำความสะอาดลำไส้

อาการอาเจียน มีการทำความสะอาดกระเพาะอาหาร

อาการไข้สูง มีเหงื่อและปัสสาวะ ทำความสะอาดเลือด

หายใจเหม็นและมีเมือกต่างๆ ทำความสะอาดปอด

ปวดเมื่อยทั้งตัว ร่างกายเริ่มขับของเสียทิ้ง เซลล์ของคุณที่ไม่มีชีวิตกำลังมีชีวิต

เมื่อเกิดอาการดังที่กล่าวมา ควรใจเย็นและมั่นคงอย่าตกใจที่จะควบคุมในสิ่งที่ทำต่อไป อาการที่เกิดขึ้นจะค่อยๆหายไปเอง (สังเกตด้วยว่าถ้าเกิดมากหรือนานผิดปกติควรไปพบแพทย์ปัจจุบัน)

การปฏิบัติธรรมก็คือสร้างธรรมะให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ

การปฏิบัติธรรมก็คือการสร้างธรรมะให้เกิดขึ้นภายในจิตใจด้วยวิธีการสองอย่าง คือการเจริญสมาธิก็เพื่อให้จิตสงบ และการเจริญวิปัสสนาก็เพื่อให้เกิดการปล่อยวาง เนื่องด้วยเพราะเกิดปัญญารู้เข้าใจตามความเป็นจริง จากข้อความเบื้องต้นได้กล่าวถึงผลกระทบของความเครียดที่มีผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจ ในการเฝ้าสังเกตตามดูมาถึงเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียดนั้นทำให้พอที่จะเข้าใจได้ว่า ความเครียดนั้นน่าจะมาจากเหตุสองประการ นั่นก็คือ

1. ความเครียดที่เกิดขึ้นโดยได้รับผลกระทบมาจากภายใน ก็คือความคิดในแง่ลบของตัวเองที่มัวแต่เฝ้าคิดปรุงแต่งไปต่างๆนานา จนกระทั่งคิดย้ำจับจดอยู่กับเรื่องที่ไม่สบายใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และไม่สามารถปล่อยวางมันลงได้ ก่อให้เกิดเป็นสภาวะจิตวิตกกังวลที่นำมาซึ่งความเครียด จึงส่งผลทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง

2. ความเครียดที่เกิดขึ้นโดยได้รับผลกระทบมาจากภายนอก เช่น สภาพแวดล้อมในเรื่องของความแออัดในชุมชน อากาศร้อนอบอ้าว เสียงดังรบกวน หรือมลพิษต่างๆที่มีอยู่ในอากาศเหล่านี้เป็นต้น และด้วยเหตุทั้งสองประการที่ยกขึ้นมาล้วนแล้วแต่ทำให้คนเราเกิดความเครียดได้

สมาธิ คือการมีจิตใจที่สงบ โดยปราศจากความคิดต่างๆเข้ามาแทรกแซง เป็นการระงับความคิดปรุงแต่งที่เป็นเหตุให้เกิดความไม่สบายใจ จนกลายเป็นความวิตกกังวลจึงช่วยลดปัญหาภาวะความเครียดที่จะเกิดขึ้นได้

เมื่อไหร่ที่จิตรวมเป็นหนึ่งและตั้งมั่นอยู่ ผู้ปฏิบัติก็จะได้สัมผัสถึงความสุขที่เกิดจากความสงบในการทำสมาธิ ซึ่งสภาวธรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการทำสมาธินั้น ยกตัวอย่างเช่น ปีติ คือความอิ่มใจ ความรู้สึกเบาสบายเป็นสุข สภาวธรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด หรือถ้ามีความเครียดอยู่แล้วก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนดับและหายไปได้เอง ด้วยความรู้สึกอิ่มใจ เบาสบายใจเป็นสุขนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ทีเซลล์หรือเซลล์ภูมิต้านทานเกิดและเพิ่มจำนวนขึ้น ส่งผลให้สิ่งแปลกปลอมภายในร่างกายถูกทำลายลง

แต่การปฏิบัติธรรมหรือที่เรียกว่ากรรมฐานนั้นในแง่ของสมาธิก็จัดเป็นหนึ่งในสองของวิธีการเจริญกรรมฐาน กล่าวอีกชื่อก็คือสมถกรรมฐานนั่นเอง ซึ่งเป็นอุบายวิธีการกระทำใจของบุคคลให้สงบ ส่วนอีกวิธีหนึ่งนั้นเรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน เป็นอุบายเรื่องปัญญา เหตุเพราะได้อัญเชิญสติที่ถูกทอดทิ้งขึ้นมานั่งบัลลังก์ของชีวิต เมื่อสติขึ้นมานั่งสู่บัลลังก์แล้วจิตก็จะคลานเข้ามาหมอบถวายบังคมอยู่เบื้องหน้าสติ สติจะควบคุมจิตมิให้แส่ออกไปคบหาอารมณ์ต่างๆภายนอก ในที่สุดจิตก็จะค่อยคุ้นเคยกับการสงบอยู่กับอารมณ์เดียว เมื่อจิตสงบตั้งมั่นดีแล้ว การรู้ตามความเป็นจริงก็เป็นผลติดตามมา เช่น รู้ว่าสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบกายและใจจนเกิดเป็นอารมณ์ ความรู้สึก สุขทุกข์ หรือเฉยๆนั้น ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยง เกิดขึ้นมา ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปในที่สุด ซึ่งสิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นทุกข์ และเราก็ไม่สามารถบังคับควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาเหล่านั้นให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ เมื่อเกิดปัญญารู้เท่าทันตามความเป็นจริงเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดการปล่อยวางอารมณ์ต่างๆได้ง่าย ทำให้เกิดความเบาสบายทางจิตใจ ไม่วิตกกังวลจนเครียด ช่วยให้เกิดสุขภาพจิตใจที่ดี เมื่อจิตใจดีมีสุข ภูมิต้านทานของร่างกายก็แข็งแรง ระบบต่างๆภายในร่างกายก็ทำงานได้อย่างปกติ และมีประสิทธิภาพตามไปด้วย

เมื่อบุคคลใดสามารถปฏิบัติธรรม คือการเจริญกรรมฐาน ทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน จนเกิดความรู้ความเข้าใจธรรมชาติทางด้านอารมณ์ ที่เกิดขึ้นมาและไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรือเฉยๆก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะแห่งความไม่เที่ยงในอารมณ์นั้น และไม่สามารถควบคุมหรือบังคับบัญชาการใดๆให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ด้วยความเข้าใจเช่นนี้โดยปราศจากการคิดนึกปรุงแต่งเอาเอง ก็เท่ากับบุคคลผู้นั้นเกิดมีธรรมะขึ้นในจิตใจของเขาแล้ว และด้วยธรรมะที่เกิดขึ้นในจิตใจนี้เอง จะช่วยสร้างความเข้าใจในเรื่องของธรรมชาติ ทั้งจากภายในและภายนอกตัวของเราทั้งหลายว่าไม่มีผู้ใดหรือใครผู้หนึ่งเป็นผู้กระทำ แต่เพราะมีเหตุปัจจัยที่มากระทบอารมณ์ความรู้สึกต่างๆจึงเกิด เมื่อหมดเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกนั้นขึ้น มันก็ดับของมันไปเอง ไม่มีผู้ใดหรือใครเป็นผู้ทำ เป็นของมันเองโดยธรรมชาติอย่างนี้ อุปาทานความยึดมั่นในอารมณ์ต่างๆก็จะถูกปล่อยวางได้ง่าย ความวิตกกังวลจนเครียดที่ส่งผลให้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง จนกระทั่งป่วยเป็นโรคนั้นก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หรือหากเกิดขึ้นมาก็สามารถสลายอารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นออกไปจากจิตใจได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก หนังสือกำหนดจิต พิชิตโรค วัดอัมพวัน ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี