"วิชัยกุล เครื่องเขิน"

จากวิถีดั้งเดิม สู่งานร่วมสมัย
สถานีศูนย์วัฒนธรรม

 "อย่าไปมองว่างานหัตถกรรมไทยเชย หรือโบราณ มันทันสมัยได้อยู่ที่ว่าเราจะเล่าให้เขาฟังอย่างไร" ชาคริต สุวรรณชมภู ทายาทผู้รับช่วงต่อกิจการทำเครื่องเขิน งานหัตถศิลป์ที่มีประวัติมายาวนานเคียงคู่จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ "วิชัยกุล เครื่องเขิน" ได้ทำหน้าที่อนุรักษ์ภูมิปัญญาโบราณให้คงอยู่ พร้อมกับพัฒนาให้งานศิลป์แขนงนี้สามารถยืนอยู่ในยุคปัจจุบันอย่างร่วมสมัย ด้วยการนำเครื่องเขินโบราณ สู่งานเคสโทรศัพท์มือถือเครื่องเขิน

ย้อนหลังกลับไป เครื่องเขินถือกำเนิดขึ้นโดยชาวไทยเขินทางเชียงตุง ซึ่งเป็นเชลยที่ถูกกวาดต้อนมาเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีก่อนในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ โดยตั้งรกรากที่จังหวัดเชียงใหม่ และได้ถ่ายทอดวิชาการทำเครื่องเขินให้แก่ชาวเมืองเชียงใหม่ต่อมาในสมัยพระยากาวิละ ได้ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ โดยอพยพคนตามป่าเขาให้มาตั้งถิ่นฐานในตัวเมือง เรียกช่วงเวลานี้ว่า ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง เหล่าช่างทำเครื่องเขินได้อพยพย้ายมาอาศัยบริเวณด้านใต้ประตูเมืองเชียงใหม่ ถนนนันทาราม เกิดเป็นชุมชนบ้านเขิน นันทาราม แหล่งผลิตเครื่องเขินที่สำคัญจนถึงปัจจุบัน แม่อุ๊ย จันทร์เป็ง วิชัยกุล เป็นชาวชุมชนบ้านเขิน นันทาราม สืบทอดวิชาความรู้การทำเครื่องเขินมาจากปู่ย่า ตายาย ต่อมาได้สร้างโรงงาน ถือกำเนิด วิชัยกุล เครื่องเขิน ขึ้น

"ตัวผมถือเป็นรุ่นที่ ๗ ส่วนคุณแม่ (พัชรา ศิริจันทร์ชื่น) เป็นรุ่นที่ ๖ ช่วงรอยต่อรุ่นคุณแม่ รุ่นที่ ๕ เขาเริ่มปล่อยมือไม่ทำกันแล้ว เพราะเป็นยุคฟองสบู่แตก แต่คุณแม่ตั้งใจจะสืบสานไว้เพราะถ้าเราไม่ทำ มันจะไม่เหลือแล้ว คุณแม่เลยลาออกจากงานประจำเพื่อมาชุบงานหัตถกรรมนี้ให้คงอยู่ ช่วงยุคฟองสบู่แตก วัตถุดิบต่างๆเริ่มหายไป ยางรักเขาใช้เป็นสารเคมีแทน ซึ่งพอใช้ไปนานๆจะทำให้เครื่องเขินชำรุดแตกหักง่าย คนเลยรู้สึกว่าเครื่องเขินไม่ได้ทนเหมือนในอดีต คุณแม่มองว่าเราต้องกลับมาใช้ยางรักจริงๆทำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใหม่อีกครั้งว่า เครื่องเขินนั้นทน เกิดเป็นความตั้งใจแน่วแน่ที่จะฟื้นฟู ส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ประยุกต์ใหม่ เช่น เคสโทรศัพท์มือถือ แฟลชไดร๊ฟ มาจากที่ผมจบสาขาออกแบบบรรจุภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เรามองว่าจะทำอย่างไรให้เครื่องเขินโบราณที่เป็นเหมือนงานตั้งโชว์ สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยที่ยังใช้ยางรักแท้ ใช้ทองแท้ และยังเป็นงานทำมืออยู่ ผมเลยใส่ดีไซน์เข้าไปให้คนรุ่นใหม่จับต้องได้ง่ายขึ้น ในอดีตเครื่องเขินอาจจะใช้ยาก ด้วยขนาด ด้วยราคา เราเลยตั้งโจทย์จะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ใช้ ถ้าเขาใช้ เครื่องเขินจะสามารถไปต่อได้อีก จึงเกิดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผมเรียกว่า Product Lifestyle ซึ่งเริ่มจากแฟลชไดร๊ฟ สู่เครื่องประดับ สร้อยคอ ตุ้มหู แต่เรายังคิดว่าสินค้าเหล่านี้คนใช้ยังเฉพาะกลุ่มอยู่ เลยคิดถึงสิ่งที่คนใช้กันอยู่ทั่วไป คือโทรศัพท์มือถือ

จึงเกิดเป็นการพัฒนาสู่การทำเคสโทรศัพท์มือถือขึ้นมาครับ" แม้จะมีดีไซน์ทันสมัย แต่เกือบทั้งหมดของสินค้ากลุ่ม Product Lifestyle ยังคงผลิตด้วยวิธีการดั้งเดิม คือวัสดุที่ใช้เป็นไม้ เช่นไม้ไผ่ นำมาสานขึ้นรูปตามต้องการ จากนั้นลงรัก ๑๖ ขั้นตอน โดยแบ่งหลักๆได้ ๓ ระดับ ลงรักพื้นจะเป็นการโป๊ผิว ลงรักกลางคือการปรับผิวให้เรียบและหนา และลงรักเงาคือทำให้ขึ้นเงา จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการวาด โดยใช้หอระดาน แล้วปิดทองคำเปลว ซึ่งยางรักมีคุณสมบัติเป็นกาวธรรมชาติผสานเนื้อทองกับผิว เมื่อลงทองเสร็จแล้วนำมาล้างน้ำ และได้ออกมาเป็นลวดลายที่เสร็จสมบูรณ์

อีกวิธีการหนึ่ง นอกจากการลงสี ยังมีการขูด ใช้เหล็กแหลมขูดเป็นลวดลายขึ้นมา แล้วทำการเช็ด เศษทองจะลงไปตามร่องที่ขูด แต่สำหรับเคสโทรศัพท์มือถือนั้น จะใช้วัสดุและวิธีที่ต่างไปจากแบบดั้งเดิม "เคสโทรศัพท์เราใช้โพลิเมอร์แทนไม้ ตอนแรกเราลองทำแบบไม้ แต่พอใช้ไปนานๆมันจะหลวม เลยต้องหาวัสดุอื่นทดแทน ซึ่งโพลิเมอร์มีการยืดหยุ่นที่ดีกว่า น้ำหนักเบา และใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง ส่วนการลงสีใช้วิธีแบบเดิม แต่มีปรับกับครูช่างนิดหน่อย เพราะชิ้นงานเล็กลงกว่างานดั้งเดิมที่เคยทำ ต้องค่อยๆมาจูนกัน จากนั้นต้องมีเคลือบ เพราะช่วงแรกที่ทดลองดูว่างานเครื่องเขินโบราณทนทานสามารถใช้ได้ทุกวันหรือไม่ ปรากฏว่าเครื่องเขินโบราณถ้าเราจับบ่อยๆลวดลายจะหลุดลอกหายไป เราจะทำอย่างไร ทดลองทำหลายอย่าง ลองใช้น้ำยาหลายชนิด สาหัสมากกว่าจะเจอ ใช้เวลา ๒ ปีทำวิจัยร่วมกับสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ จนมาลงตัวได้น้ำยาเคลือบอันนี้ ปกป้องลวดลายได้ และป้องกันพวกเหรียญหรือของมีคมขูดลายหลุดด้วย"

พัฒนาสินค้าจนมีความทันสมัยและได้คุณภาพ แต่ทายาทวิชัยกุลเครื่องเขินกลับตั้งใจเน้นขายคนไทยเป็นหลักมากกว่าการส่งขายต่างประเทศ

ชาคริต: ถ้าเรากระโดดไปเน้นขายต่างชาติเลย คนไทยก็ไม่ได้ใช้ อย่างแบรนด์อินเตอร์หลายๆแบรนด์คนไทยยังไม่รู้เลยว่าเป็นของคนไทย สิ่งที่เรามองคืออยากให้คนไทยได้ใช้ก่อน จะไปต่างชาติให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ถ้ามีคนไทยที่นำไปเผยแพร่ต่อให้ต่างชาติ แล้วเราเป็นตัวตั้งต้นให้เขา ผมยินดีเลย เราไม่จำเป็นต้องไปเองก็ได้ ให้คนที่ชอบงานหัตถกรรมต่อยอดเอง เหมือนเราสร้างอาชีพหนึ่งให้เขา

พัชรา (คุณแม่): งานหัตถศิลป์ไทยเป็นสมบัติของแผ่นดินไทย เมื่อครั้งที่เราสองแม่ลูกได้ทำงานถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านมีพระดำรัสว่าให้ช่วยกันรักษาเพื่อให้อยู่คู่บ้านเมืองต่อไป ครอบครัวเราก็ทำตามพระประสงค์เรื่อยมา"

ชาคริตวางแผนอนาคตให้ วิชัยกุล เครื่องเขิน จะไม่หยุดแค่เพียงทำเคสโทรศัพท์มือถือ แต่จะพัฒนาสู่สินค้าตัวอื่น พร้อมๆกับการอนุรักษ์งานโบราณไว้

"เราวิ่งไปด้วยกัน ๒ ทาง อนุรักษ์แบบดั้งเดิม พร้อมกับทำงานร่วมสมัยไปด้วย เพราะถ้าเราทิ้งงานดั้งเดิมทำแต่งานร่วมสมัย สุดท้ายแล้วคนรุ่นใหม่จะไม่รู้ว่าดั้งเดิมแท้ๆ รากของมันคืออะไร แต่ตลาดงานดั้งเดิมจะหนักหน่อย เพราะว่าคนรุ่นใหม่เขาไม่อิน แต่ยังมีกลุ่มหนึ่งที่สามารถซื้อได้เลย เขาจะสะสม ค่อนข้างเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม จำนวนน้อยแต่เขาจะชอบมาก ซึ่งกว่าจะหาเขาเจอค่อนข้างลำบากหน่อย ส่วนตลาดงานดีไซน์ใหม่ ผมมองว่าจะไปได้ไกลหลายปี ซึ่งผมคงไม่หยุดแค่การทำเคสโทรศัพท์เท่านั้น นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นมากกว่า ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเครื่องเขินยังไปได้อีก เพียงแค่เราต้องปั้นให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง แค่นั้นเอง"

ในฐานะลูกหลานผู้สืบทอดวิชาช่าง และเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้งานหัตถกรรมไทยยังคงมีลมหายใจต่อไปได้ ชาคริตได้ฝากมุมมองต่องานหัตถกรรมไทยแก่คนรุ่นใหม่ไว้

"ผมโตมากับเครื่องเขิน เมื่อก่อนผมเอียนมาก ตื่นเช้ามาก็เจอ มันจำเจน่าเบื่อมากเลยครับ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เราเจอทุกวันไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อ เพียงแค่เราชิน แท้จริงงานเหล่านี้น่าสนใจ เพียงแต่เราเห็นทุกวันแค่นั้นเอง อย่างตัวผมมองว่า ตัวเองมีต้นทุนด้านศิลปวัฒนธรรมเยอะ ผมกับแม่จึงเป็นเหมือนผู้ส่งสาร ให้คนอื่นรับรู้ว่าเครื่องเขินคืออะไร สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง แล้วรากของเครื่องเขินจริงๆมาจากไหน ซึ่งผมอยากบอกว่า งานหัตถกรรมไทยไม่ได้น่าเบื่อนะ ในฐานะคนออกแบบ นักออกแบบบางคนจะคิดว่างานหัตถกรรมน่าเบื่อจำเจ แต่ความจริงคุณสามารถจับงานหัตถกรรมไทยมาทำเป็นงานรุ่นใหม่ได้ อย่าไปมองว่าหัตถกรรมไทยเชย หรือโบราณ มันทันสมัยได้อยู่ที่ว่าเราจะเล่าให้เขาฟังอย่างไร"

ศิลปหัตถกรรมไทยไม่ได้เป็นเพียงของโบราณที่หยุดนิ่ง และนำประดับไว้แต่หิ้ง หากแต่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมเดินไปด้วยกันในยุคปัจจุบันอย่างร่วมสมัย